playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

close website 20191108 2

huntra1huntra2.png

“หันตรา” เป็นชื่อทุ่งนาหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในเอกสารทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า เป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพระราชโอรสสมเด็จเจ้าสามพระยา  ทุ่งหันตราในสมัยกรุงศรีอยุธยาถูกใช้เป็นที่ซ้อมรบของทหารมาโดยตลอด จนเรียกขานว่าทุ่งหาญกล้า และใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของราชการ เป็นแหล่งประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญและนวดข้าวของหลวง พระมหากษัตริย์เสด็จมาประกอบพระราชพิธีด้วยพระองค์เอง แสดงให้เห็นว่าทุ่งหันตราในอดีตเป็นสถานที่สำคัญและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยามาตั้งแต่โบราณ ในสมัยต่อมาได้มีการแบ่งเขตการปกครองแยกหมู่บ้าน ตำบล โดยมีการตั้งชื่อตำบลหาญกล้าและเปลี่ยนชื่อมาเป็นตำบลหันตราจนถึงปัจจุบัน  

ตำบลหันตรา มีประชากร 2,513 ครัวเรือน รวม 5,206 คน เป็น 1 ใน 21 ตำบล ในอำเภอพระนครศรี อยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยาไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปทางทิศเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร

การขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน เริ่มจากการรวมกลุ่มองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ตำบล สภาองค์กรชุมชนตำบล จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2558 มีการจัดโครงสร้างการบริหารแบ่งบทบาทหน้าที่ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนา มีคณะทำงานที่มาจากกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้ง 6 หมู่บ้าน และใช้เป็นเวทีกลางในการพูดคุยของคนในตำบล ได้ร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ คือ "หันตราตำบลน่าอยู่ คู่สิ่งแวดล้อมที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง ชุมชนมีความเข้มแข็ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอและเหมาะสม คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและเอกลักษณ์วัฒนธรรมของท้องถิ่น"

เป้าหมายสำคัญของตำบล ได้แก่ การให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสะดวกและรวดเร็ว ประชาชนมีความรู้และบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม ประชาชนมีศักยภาพมีรายได้เพียงพอสามารถพึ่งตนเองได้ มลภาวะและสิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษทำให้ชุมชนน่าอยู่อย่างสงบสุข และการบริหารจัดการที่ดีและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

นอกจากนี้  มีการตั้งเป้าหมายในการพัฒนาตำบลเพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งร่วมกัน โดยให้ความสำคัญของการพัฒนาคน และการจัดทำแผนพัฒนาตำบลเพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งที่ยังยืน โดยมีกระบวนการสำคัญในการทำงาน ประกอบด้วย การจัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจและจัดทำแผนปฏิบัติการ วิเคราะห์ศักยภาพ จัดทำแผนพัฒนาตำบล ประชาคมแผน และเติมเต็มแผนโดยหน่วยงานภาคี และนำเสนอแผนต่อหน่วยงานภาคี

          จากการวิเคระห์พื้นที่พบว่า ตำบลหันตรา จุดแข็งที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มอาชีพทำขนมไทยที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเป็นระยะเวลานาน, ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทำขนมไทยต่างๆ, กลุ่มแพทย์แผนไทยที่มีฝีมือระดับอาจารย์, ทำเลที่ตั้งเป็นถนนสายหลักสำคัญในการคมนาคม, แหล่งเงินทุน (กองทุนหมู่บ้าน),  ศิลปวัฒนธรรมในชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ 

จุดอ่อนที่ค้นพบคือ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะมูลฝอย ยังไม่มีการคัดแยกขยะ, ปัญหาวัยรุ่นมีการศึกษาน้อย มีครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่, ปัญหาการว่างงานในกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มผู้สูงอายุ และปัญหายาเสพติด  

ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่ดี เช่น ทำเลที่ตั้งใกล้กับเกาะเมือง เป็นทางผ่านของสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ตลาดกลางเพื่อการเกษตร วัดพระญาติการาม เป็นต้น, มีถนนสายหลัก (ถนนสายเอเชีย-ที่มุ่งสู่ภาคเหนือ) ตำบล และมีถนนสายรอง คือ ถนนสายหันตราช่างแสงผ่านกลางหมู่บ้าน, มีหน่วยงานราชการช่วยส่งเสริมสนับสนุนทุกๆ ด้าน เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลหันตรา กศน.ตำบลหันตรา มหาวิทยาลัยสุวรรณภูมิ เรือนจำทั้ง  5  แห่ง สถานพินิจ 2 แห่ง(ชาวบ้านเปิดร้านขายอาหารและน้ำดื่ม) สถานีทดลองข้าว, มีประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของตำบลยังอนุรักษ์และทำสืบทอดกันมานาน เช่น ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีเข้าพรรษา-ออกพรรษา ประเพณีทอดกฐินสามัคคี ประเพณีเทศมหาชาดชาดก เป็นต้น

รวมถึงมีอุปสรรค เช่น ขาดความร่วมมือจากผู้นำชุมชนบางกลุ่ม, เยาวชนยังขาดจิตสำนึก ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชน, พื้นที่ตำบลหันตราเป็นที่ลุ่ม บ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่ตามริมคลอง ริมแม่น้ำ ช่วงน้ำหลากจะได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ขาดงบประมาณมาพัฒนาจึงเป็นเหตุให้การพัฒนาไม่ต่อเนื่อง, มีปัญหายาเสพติด

          สภาองค์กรชุมชน มีกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบล ด้านการจัดการขยะ ไม่มีการคัดแยกขยะชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ใช้วิธี “ทุกอย่างลงถังทำให้มีขยะมากมายเต็มถังทุกวัน” และเมื่อใช้วิธีการคัดแยกขยะ ทำให้ขยะต่อวันน้อยมากบางวันอาจไม่ต้องทิ้งขยะลงถัง อบต.

          การริเริ่มเกิดขึ้นหมู่ที่ 2 บ้านหันตรา โดยมีคณะทำงาน จำนวน 15 คน มีแกนหลักที่สำคัญ  ประกอบด้วย นายวิชญ์ศรุต พุ่มศิริ นายธวัช พุ่มศิริ นายสมยศ สิงโตขำ นายสายัณห์ สุขสถาน นางปรินดา เชยพานิชณ์ นางนิภาพรณ์ พุ่มศิริ ซึ่งเป็นคณะทำงานแบบเชิงรุก มีการดำเนินการ โดยการเชิญตัวแทนของแต่ละครัวเรือนเข้าร่วมอบรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างละเอียด โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม 150 ครัวเรือน ซึ่งมีวิธีการคัดแยกขยะ ดังนี้

  1. ขยะแห้ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ขยะที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้และไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้แต่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินหรือสร้างมูลค่าได้
  2. ขยะเปียก มีการจัดการ 2 รูปแบบ คือ ขยะเปียกที่สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ หรือนำไปเป็นอาหารของสัตว์และปลา
  3. การคัดแยกขยะมีพิษ เช่น หลอดไฟฟ้าที่ใช้แล้ว กระป๋องสเปรย์ต่างๆ แบตเตอรี่เก่า

หลังจากที่การดำเนินงานผ่านไป ประชาชนในหมู่บ้านต่างๆ ของตำบลหันตราเริ่มมองเห็นคุณค่าและประโยชน์จากการคัดแยกขยะ เมื่อคัดแยกขยะแล้วพบว่าสามารถนำขยะบางชนิดกลับมาใช้ซ้ำได้และบางชนิดนำไปขายเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนอีกด้วย

          เมื่อประชาชนในหมู่บ้านเริ่มเห็นความสำคัญในการคัดแยกขยะ ทางทีมงานสภาองค์กรชุมชนจึงได้เริ่มขยายแนวทางการคัดแยกขยะให้กับหมู่บ้านใกล้เคียงได้เห็นประโยชน์ของการคัดแยกขยะ ประชาชนส่วนใหญ่เมื่อได้รับทราบข้อมูลและความรู้เริ่มมีแนวโน้มในทางที่ดีและตอบรับแนวคิด จึงเกิดการจัดตั้งกลุ่มคนคัดแยกขยะก่อนทิ้งแล้วร่วมกัน ต่อมาได้จัดตั้ง “ธนาคารขยะ” สามารถนำไปขายและไปรีไซเคิลจนเป็นผลสำเร็จ

ผลที่เกิดขึ้นพบว่าหมู่บ้านมีความสะอาดขึ้น มีการทิ้งขยะถูกที่ ชุมชนมีความรู้แยกได้ว่าขยะประเภทใดมีอันตราย ลดภาระเทศบาลในการนำขยะไปทิ้ง และที่สำคัญชุมชนมีรายได้จากการขายขยะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย   ประมาณ 300 – 800 บาทต่อเดือน และจากเดิมมีการจัดทำเพียงหมู่บ้านเดียว ปัจจุบันมีการขยายไปทุกหมู่บ้าน และมีผู้เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะก่อนทิ้งมากถึง 900 ครัวเรือน

         huntra3.png

huntra4.png

        ทั้งนี้ ตำบลมีแนวทางที่จะพัฒนาการขับเคลื่อนงาน ดังนี้

  1. สร้างความแข็งแกร่งของชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยจะให้มีการผลัดเปลี่ยนแกนนำหน้าใหม่ๆ เข้ามาเพื่อปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่รู้จักรักและหวงแหนในชุมชนของตนเอง
  2. สภาองค์กรชุมชน จะผลักดันโครงการการดูแลและรักษาคลองหันตรา (คลองโบราณ) ให้เป็นคลองแห่งการท่องเที่ยวทางน้ำต่อไปอีกหนึ่งโครงการ เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ของตำบลที่อยู่ริมคลองมีลำคลองที่สวยงาม มีน้ำใสไว้ใช้และเป็นแหล่งของอาหารในชุมชน

           จากการขับเคลื่อนงานตำบลหันตรา ได้เชื่อมโยงงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล ตลอดระยะเวลาของการพัฒนากระบวนการตำบลหันตรา    ทำให้เกิดความภาคภูมิใจโดยสภาองค์กรชุมชนมีส่วนร่วมและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของชุมชนเอง และ อปท. ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ สิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่ความสมดุลในที่สุด

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter