playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

close website 20191108 2

phutthaisong1

คนไร้บ้านเป็นรูปธรรมที่แสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยสถานะของคนที่จนที่สุดที่ไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยและต้องใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ เราจะเพิ่มความสุขและรอยยิ้มให้กับประชาชนที่ยากไร้ ด้วยคำขวัญที่ว่า “คูเมืองเก่าแต่โบราณ นมัสการพระเจ้าใหญ่ สุดสวยผ้าไหมไทย แลวิไลบึง สระบัว”

phutthaisong3.jpgphutthaisong4.jpg

phutthaisong5.jpg

 พุทไธสงจึงถูกมองว่าเป็นเมืองโบราณ จึงทำให้มีหน่วยงาน กรมศิลปากร กรมธนารักษ์ เข้ามาปักหมุดกำหนดขอบเขตกำแพงเมืองพุทไธสง จึงทำให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลตำบลพุทไธสงเกิดความเดือดร้อน ที่อยู่อาศัยซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนของกรมศิลปากรและ กรมธนารักษ์ซึ่งส่งผลกระทบของที่อยู่อาศัยทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์ก็ไม่สามารถนำไปเข้าธนาคารเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกอบการกู้สินเชื่อและไม่สามารถขออนุญาตปลูกสร้างได้ และผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ต้องออกจากบริเวณนั้น สมาชิกมีรายได้น้อยและไม่แน่นอนทำไห้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาครัฐได้ จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ โดยมีสมาชิกผู้เดือดร้อนจำนวน 155  หลังคาเรือน

                   นางสุณี  หอมชื่น สมาชิกบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวง สะท้อนความสึกให้ฟังว่า “มีความรู้สึกที่สบาย มีบ้านที่มั่นคง หลังคาไม่รั่ว ไม่ต้องนอนตากน้ำฝนที่หลังคารั่ว มีความสุข และมีกลุ่มสมาชิกคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือ”

                   ไม่ต่างกับ นายเชีย  แซ่อึ่ง สมาชิกบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวง “จากที่เคยเร่ร่อนในตลาดเทศตำบลพุทไธสง ก็มีที่บ้านรอยู่อาศัยที่มั่นคง และมีเพื่อนบ้านคอยให้ความช่วยเหลือเอื้ออาทรจากคณะทำงานบ้านมั่นคงในพื้นที่ มีสถานภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากๆ”

ทางคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลพุทไธสงก็ไม่นิ่งนอนใจจึงได้หาวิธีการ

แก้ปัญหาเพื่อหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ประสบปัญหาในเรื่องของที่อยู่อาศัย ด้วยการระดมความคิดเห็นประชุมปรึกษาหารือกับทางเทศบาลตำบลพุทไธสง สรุปได้ว่าตกลงที่จะเสนอโครงการเฟส 2 จาก พอช.แต่ประสบปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอีก จึงดำเนินการในส่วนที่ดำเนินการได้

เพื่อให้ครอบครัวที่ไร้ที่อยู่อาศัยได้มีบ้านที่มั่นคงแข็งแรงและสนับสนุนให้ชุมชนได้ดูแลและ

ช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ยากจนในการดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงต่อเติมบ้านหรือการสร้างบ้านใหม่แทนบ้านเดิมที่มีสภาพทรุดโทรมที่อาจเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยได้และพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็งสามารถวางแผนจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยร่วมกันในระดับพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสามารถเชื่องโยงกับการพัฒนาด้านต่างๆ

                   โดยได้ร่วมกันออกแบบขั้นตอนการดำเนินงาน เป็น ดังนี้

  1. สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนในพื้นที่ซึ้งข้อมูลนับเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างบ้าน สร้าง

ชุมชน เพราะหากไม่รู้ข้อมูลสำคัญๆ เช่น ในชุมชนมีอยู่กี่ครอบครัว, มีบ้านกี่หลัง, ครอบครัวที่เช่าบ้านมีกี่หลัง แต่ละครอบครัวมีผู้อยู่อาศัยกี่คน ประกอบอาชีพอะไร มีรายได้เท่าไร รายจ่ายเท่าไร มีหนี้สินหรือไม่ ต้องการสร้างบ้านแบบไหน เป็นต้น

  1. ประชุมวางแผน บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความเอื้ออาทรซึ่งกันและกันโดยอาศัย

ข้อเท็จจริงจากข้อมูลที่ร่วมกันสำรวจเป็นตัวตั้ง ทั้งนี้เพราะลักษณะการอยู่อาศัยเดิมที่ยังเป็นพื้นที่ทับซ้อน
ดังนั้น เมื่อต้องนำไปสู่การจัดสิทธิใหม่ จึงต้องนำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณา โดยที่ทุกครอบครัวได้รับสิทธิที่เหมาะสมเป็นธรรม

3.ประชุมเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย มิได้เน้นเฉพาะการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเท่านั้น แต่จะต้องสร้างระบบการดูแลซึ่งกันและกันในชุมชนควบคู่กันไปด้วย เช่น กลุ่มออมทรัพย์ที่อาจขยายบทบาทไปสู่การกู้ยืม เพื่อประกอบอาชีพ หรือความจำเป็นอื่นๆ การมีกองทุนสวัสดิการ การหนุนเวียนช่วยกันเรื่องอาชีพ การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ยาเสพติดในชุมชนการช่วยกันดูแล เรื่องสิ่งแวดล้อม มีพื้นที่สีเขียว มีแปลงปลูกผักสวนครัว เป็นต้น

3

4.แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานจัดทีมทำงาน

5.วางแผนจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยร่วมกันในลำดับพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงาน

และออกแบบเครื่องมือเพื่อวางแผนนำไปสู่การวางผังชุมชนและการสร้างแปลนบ้าน โดยจะต้องร่วมกันทำกันทั้งชุมชน อาจจะมีศูนย์เด็ก มีพื้นที่กลาง พื้นที่สีเขียว ศูนย์อาชีพ ตลาดชุมชน รูปแบบบ้าน ตามแต่จะตกลงร่วมกัน อยู่อย่างฉันพี่น้อง เป็นวิถีชีวิตชุมชนมีพื้นที่กว้าง ตามวิถีทางสังคมของชุมชนให้มากที่สุดในขั้นตอนนี้อาจมีเทศบาลตำบลพุทไธสงเข้าไปสนับสนุนการทำผังร่วมกันชาวบ้านในชุมชน

4.สรุปผลการดำเนินการ

ประสานผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล

ตำบลพุทไธสง เพื่อดำเนินการโครงการ ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแข็งแรง มีอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูสมาชิกในครัวเรือนได้ ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มของพี่น้องในชุมชน และเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายพัฒนาทุกระดับในพื้นที่ เกิดการบูรณาการกลไกแผนงานของพื้นที่ เกิดการพัฒนาแบบองค์รวม ชุมชนเกิดจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันในการร่วมกันสร้างและพัฒนาชุมชนการการพัฒนาที่เข้มแข็ง สังคมอบอุ่น

                   นางบุญสร้าง  กล้าหาญ ประธานบ้านมั่นคงโนนหนองสรวง เล่าให้ฟังว่า “ตามที่ชุมชนโนนหนองสรวงได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เฟสแรกโดยได้จัดประชุมประชาชคมสอบถาม ข้อมูลผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและกลุ่มครอบครัวขยาย เฟส1 ได้สมาชิกเข้ามา 59 ครัวเรือน และยังมีชุมชนใกล้เคียงทราบข่าวเรื่องบ้านอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้เริ่มดำเนินการลงสำรวจแต่ละชุมชนพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม แล้วดำเนินการต่อ เฟส2 จำนวน 97 ครัวเรือน แต่คณะทำงานดำเนินการได้ 46 ครัวเรือน เพราะยังติดเรื่องพื้นที่ทับซ้อน”

                    ไม่ต่างจาก นายกฤตพล  ประการกิจ ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลพุทไธสง ที่ระบุว่า “เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างอาชีพ สร้างรายได้ จึงได้ประชุมกับคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลพุทไธสงและประสานกับเทศบาลตำบลพุทไธสง”

หลังจากการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยแล้วเรายังให้อาชีพกับประชาชนที่ยากไร้อีกด้วยอย่างเช่น การทำขนม โดนัท สร้างรายได้ เป็นผลิตภัณฑ์ขนมแป้งทอดหรืออบมีเนื้อคล้ายกับขนมเค้ก มีลักษณะเป็น

ก้อนกลมมีรู้ตรงกลางคล้ายห่วงยาง เป็นที่นินมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย โดยนิยมรับประทานเป็นอาหารหลักและอาหารว่าง รับประทานราคาไม่สูง “คุณจันทร์ฉาย  ทรงฐาน  นักพัฒนาชุมชุนชำนาญการ” ได้กล่าวไว้

phutthaisong6.jpgphutthaisong7.jpg

phutthaisong8.jpg

1.ทุกภาคี ทุกหน่วยงาน ในพื้นที่เกิดความร่วมมือในการดำเนินงาน

2.ประชาชนในเขตพื้นที่มีความสุขและมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแข็งแรงมีอาชีพเพื่อสร้างรายได้ซึ่ง

สอดคล้องกับธรรมมนูญ 9 ดี

  1. ครอบครัวยังมีเงินเหลือเก็บเพื่อเป็นทุนให้กับชีวิต
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter