playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

close website 20191108 2

รู้เขารู้เราชาวตำบลทุ่งวัง

tungwang1 resize

ตำบลทุ่งวัง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวน 354 ครัวเรือน ประชากร จำนวน 2,778 คน แบ่งเป็นชาย 1,385 คน และหญิง 1,403 คน ปัจจุบันตำบลทุ่งวัง เป็นตำบลที่อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอสตึก ซึ่งประกอบด้วย 14 หมู่บ้านได้แก่ หมู่ 1 บ้านทุ่งวัง หมู่ 2 บ้านหนองแวง หมู่ 3 บ้านคุ้มบ้านต่ำ หมู่ 4 บ้านกอก หมู่ 5 บ้านค้อ หมู่ 6 บ้านหนองทัพค่าย หมู่ 7 บ้านตาล๊อก หมู่ 8 บ้านสมหวัง หมู่ 9 บ้านดอนแก้ว หมู่ 10 บ้านยางงาม หมู่ 11 บ้านโคกอาโตด หมู่ 12 บ้านหนองเกาะน้อย หมู่ 13 บ้านม่วงหวาน หมู่ 14 บ้านโนนสะอาด

ความเป็นมาการก่อตั้งหมู่บ้าน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและภาพถ่ายทางอากาศยืนยันได้ว่า บ้านทุ่งวังซึ่งตั้งอยู่ระวางหมายเลข 3639 พิกัด 2686 (ระวางแผนที่ภูมิประเทศ ชุด L7017มาตราส่วน 1:50,000 สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาสตึก) มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ซึ่งเลือกชัยภูมิเป็นเนินดินสูง บ้านทุ่งวังเคยเป็นชุมชนโบราณบริเวณลุ่มแม่น้ำมูล ลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินดินสูงคูน้ำล้อมรอบสองชั้น เพื่อใช้เป็นปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกและศัตรู  มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นรอบๆ คู

ส่วนคูน้ำเต็มไปด้วยป่าไม้ไผ่และต้นไทรย้อยระโยงระยาง  ส่วนเนินดินที่เป็นที่สูงพอที่คนโบราณจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ในคราวน้ำหลากหรือน้ำท่วม จากการสำรวจจะพบว่า ตามผิวดินของเนินซึ่งเป็นที่สูงจะมีวัตถุที่ทำจากสำริด  นอกจากนี้ยังพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณ พบทั้งที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และที่ไม่สมบูรณ์ สำหรับโครงกระดูกที่ชาวบ้านพบจะนำไปเผาแล้วทำบุญที่วัด หลักฐานที่เห็นได้ คือ หลุมศพที่พบตลอดระยะเวลาของการอยู่อาศัยของชุมชนนี้ จะพบว่าโครงกระดูกส่วนมากจะอยู่ในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาบางโครงก็มีมาก บางโครงก็มีน้อย

ทำเลที่ตั้งของตำบลทุ่งวัง  ในอดีตเป็นที่หลบซ่อนของนักโทษหนีการเกณฑ์ทหาร โจรปล้นจี้ การดำรงชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีการศึกษาอ่านหนังสือไม่ออก จะอยู่แบบหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เกรงว่าจะมีบุคคลอื่นมาปล้นจี้ทรัพย์สินมีค่าของตน จึงต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ

tungwang2_resize.png

ชาวบ้านที่นี่จะเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์เป็นอาหาร มีอาชีพรับจ้างเลื่อยไม้ และเจาะต้นยางโดยการเผาเพื่อนำน้ำยางมาทำเป็นขี้ไตเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนและแสงสว่างขาย นั่นคือที่มาของชุมชนโบราณบนเนินสูงทางทิศตะวันออกชื่อว่าบ้านทุ่งวัง ซึ่งมีความหมายดังนี้ "ทุ่ง"  หมายถึงพื้นที่ราบ "วัง" หมายถึง แหล่งน้ำ พอรวมเป็น "ทุ่งวัง" หมายถึง พื้นที่ราบที่ล้อมรอบด้วยแหล่งน้ำ

ในอดีตตำบลทุ่งวังมีหนองน้ำล้อมรอบ  เพื่อใช้เป็นปราการป้องกันข้าศึกศัตรูของหมู่บ้านหนองเกาะน้อยได้เป็นอย่างดี  รอบ ๆ คูน้ำเต็มไปด้วยป่าไม้ไผ่ขึ้นอย่างหนาทึบ  ใช้เป็นสถานที่เลี้ยงช้าง  และสำหรับหลบซ่อนตีมีด  ตีดาบเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตนเองและศัตรู  อีกทั้งยังปรากฏร่องรอยเศษตะกรันเหล็กที่เกิดจากการเทเตาหลอมปะปนกับชั้นดินอยู่ทั่วไป 

การสัญจรระหว่างหมู่บ้านหนองเกาะน้อยกับหมู่บ้านข้างเคียงใช้เกวียนเทียมด้วยควายเป็นพาหนะ  โดยมีต้นยางใหญ่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านหนองเกาะน้อยโค่นล้มขวางและพาดเป็นสะพานระหว่างหมู่บ้านหนองเกาะน้อยกับบ้านทุ่งวัง  ปัจจุบันต้นยางใหญ่ดังกล่าวถูกฝังทับด้วยดินเพื่อสร้างเป็นถนนภายในหมู่บ้าน บริเวณหน้าบ้านนายพิชิต  ไชยพิมพ์  กับหน้าบ้านนายยุทธกรณ์  บัวครัง

tungwang3_resize.png

ตามภูมิศาสตร์ปัจจุบัน พบว่าเนินสูงบริเวณรอบบ้านทุ่งวังมี 7 เนิน ซึ่งประกอบด้วย เนินแรก เนินสูงโรงเรียนบ้านทุ่งวังเก่า ปัจจุบันถูกปรับพื้นที่ให้เป็นที่ราบใช้เป็นที่ตั้งสถานีตำรวจชุมชนตำบลทุ่งวังและสถานที่จ่ายน้ำประปาหมู่บ้านทุ่งวัง

เนินที่สอง เนินโคกสูง (คุ้มโคกยูง) อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านทุ่งวังติดกับป่าช้าเก่า

เนินที่สาม เนินสูงที่ตั้งวัดโนนสูงทุ่งสว่าง

เนินที่สี่ เนินสูงทิศตะวันตก เส้นทางไปหมู่ที่ 8 บ้านสมหวัง

เนินที่ห้า เนินสูงคุ้มอนามัย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสถานีอนามัยตำบลทุ่งวัง หมู่ที่ 15 บ้านตุงเวียง

เนินที่หก เนินสูงโคกกลาง อยู่ตอนกลางของหมู่บ้านทุ่งวัง ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านคุ้มต่ำ

และเนินสุดท้าย เนินสูงบ้านหนองเกาะน้อย

ทุนชุมชน กับการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง

ตำบลทุ่งวังมีทุนทางสังคม ทุนภูมิปัญญา ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ และทุนทางเศรษฐกิจ ที่เป็นวัฒนธรรมความเชื่อ และให้ความสำคัญกับการสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม โดยเป็นงานนมัสการหลวงพ่อใหญ่ดงแสนตอให้คงอยู่สืบไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านของตำบลทุ่งวัง ได้ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและพิธีกรรมต่างๆ สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไป  โดยโรงเรียนบ้านทุ่งวัง นำโดยนายพินิจ เข็มทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมด้วยคณะครูร่วมทำบุญ งานนมัสการหลวงพ่อใหญ่ดงแสนตอ รดน้ำดำหัว ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

กิจกรรมหลักในงานได้แก่ พิธีรำถวายบูชาหลวงพ่อใหญ่ดงแสนตอพิธีอันเชิญเครื่องเซ่นบวงสรวง พิธีสรงน้ำหลวงพ่อใหญ่ดงแสนตอและเปลี่ยนผ้าองค์พระ  กิจกรรมวันผู้สูงอายุ การแสดงบนเวที (เรือมอัปสรา เรือมตรษ กะโน้บติงตอง) สอยดาว รำวงย้อนยุค และชกมวยไทย

tungwang4_resize.png

ยังมีกิจกรรมในชุมชนที่ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้คนในชุมชนมีภูมิคุ้มกันในชุมชน คือ ครัวเรือนต้นแบบกเศราฐกิจพอเพียงที่มีการปรึกษาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจในระดับครัวเรือน เกิดการแลกเปลี่ยน ให้สมาชิกในครัวเรือนมีส่วนร่วมรูปแบบกำหนดให้มีการปรึกษาหารือภายในครัวเรือนเป็นประจำ มีการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน เช่น หาโอกาสกินข้าวด้วยกันแบบพร้อมหน้าของสมาชิกในครัวเรือน

เรื่องการจัดทำบัญชีครัวเรือนครัวเรือนมีการจัดทำบัญชี รับ-จ่าย ภายในครอบครัวเพราะต้องการให้ครัวเรือนทราบสถานะทางการเงินของตนเองเพื่อจะสามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดไม่เกินตัวตรวจสอบได้ มีความพอประมาณ กิจกรรมการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษตามรูปแบบการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตำบล กำหนดให้ครัวเรือนเป้าหมายมีการลดรายจ่ายสิ่งที่สำคัญคือ การเริ่มต้นที่ปลูกผักสวนครัว มีการแบ่งปันปลูกในกระถางหรือตามพื้นที่ว่างบริเวณบ้าน

เกิดการ ลด ละ เลิกอบายมุขให้ครัวเรือนมีกิจกรรมที่ ลด ละ เลิกอบายมุข โดยเริ่มต้นสิ่งที่ทำง่ายไปหายาก เช่น ลดการใช้โทรศัพท์ ลดการซื้อหวย กินหล้าเบียร์ เป็นต้น เพื่อนำไปสูการเลิกอบายมุขทั้งปวง

การเก็บออมกำหนดรูปแบบให้ทุกครัวเรือนต้องมีสมาชิกในครัวเรือนมีการเก็บออมทรัพย์ เป็นประจำทุกเดือน เช่น ฝากธนาคาร ฝากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หรือกลุ่มอาชีพอื่นๆ ในชุมชน เช่น ฝากเป็นหุ้นกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เกิดการลดรายจ่าย ครัวเรือนมีกิจกรรมลดรายจ่าย ไม่ฟุ่มเฟือย มีการผลิตของใช้เอง เช่น การทำปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ทำผลิตภัณฑ์ของใช้ เช่น น้ายาล้างจาน แชมพูใช้เอง ลดการใช้จ่ายอื่นๆ เช่น การทำไข่เค็มเอง การใช้ไฟฟ้า น้าประปา ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

สำหรับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตำบลทุ่งวังมีพื้นที่กุดซินอยู่ห่างจากชุมชนหมู่บ้านประมาณ 4-5 กิโลเมตร ในฤดูฝนชาวบ้านบางครอบครัวที่มีที่นาอยู่ใกล้บริเวณกุดซินจะมาทำที่พักอาศัย อยู่บนเนินดินในที่นาของตน ที่พักอาศัยนี้ชาวอีสานเรียกว่า เถียงนา

กุดซินจึงเป็นแหล่งหาอาหารของคนในชุมชน ซึ่งได้แก่ปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ และนกน้ำนาๆ ชนิด ตลอดทั้งพืชพรรณไม้ที่จำเป็นในการนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งใช้สอยทำฟืน ได้แก่ ไม้หูลิง ไม้แก ไม้น้ำจ้อย  ไม่จำพวกนี้สามารถนำมาทำเครื่องมือจับปลา ดักปลา ใส่ปลา  ฯลฯ  ก็มีพืชพรรณไม้หลายชนิดเช่น เครือซูด เครือตามอง เครือกูดง่อง เครือลิเภา หวายน้ำ สามารถนำมาทำคันเบ็ด ลอบ ไซ

tungwang5_resize.png

พรรณไม้ป่าทามที่มีมากมายหลากหลายชนิดในพื้นที่กุดซิน ไม้ป่าทามมีคุณลักษณะพิเศษคือ สามารถทนทานต่อการท่วมของกระแสน้ำในช่วงระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี  และสามารถแตกหน่อได้ดีไม่ว่าจะถูกตัด แต่เนื่องจากในอดีตนั้นบางปีในฤดูแล้งกุดซินน้ำจะแห้งและมีไฟไหม้ป่า อีกทั้งชาวบ้านได้นำรถไถมาบุกเบิกพื้นที่รอบๆ กุดซิน เพื่อทำการเกษตร  จึงทำให้พืชพรรณไม้บางชนิดได้สูญพันธุ์ไป  

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลายๆ ด้านที่ส่งเสริมให้ชุมชนประสบผลสำเร็จ คือ ผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นผู้นำที่แท้จริง ซื่อสัตย์ เสียสละ เป็นตัวอย่างให้กับคนในชุมชน เป็นผู้นาทางธรรมชาติ ทั้ง ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ ในชุมชน ได้ช่วยเหลือให้คำแนะนำ

สำหรับการพัฒนาหมู่บ้านเป็นอย่างดีของตำบลทุ่งวังคือ แกนนำชุมชน เป็นแกนหลักในการพัฒนาชุมชน ได้ช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานกลุ่ม องค์กร เครือข่าย ในชุมชน อาทิเช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้านได้ช่วยหนุนเสริมในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนได้เป็นอย่างดี

tungwang6_resize.png

ด้านการพัฒนาคนในชุมชน มีการพัฒนาศักยภาพผู้นาชุมชนให้มีศักยภาพในการพัฒนาชุมชน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน มีการบูรณาการการทางานกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ทาให้ไม่มียาเสพติดหรือมีการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน ตรวจสอบครัวเรือนโดยมีการรับรอง

มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน สิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ การสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตที่เป็นปกติสุข

ทั้งหมดคือต้นทุนทางชุมชนที่จะนำพาชุมชนไปสู่การแก้ไขปัญหาชองคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งจะทำให้มองเห็นคุณค่าที่มีอยู่นำมาใช้ให้เหมาะสมและยั่งยืน

การก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวัง

ต่อมาเมื่อปี 2554 ตำบลทุ่งวังได้มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยการได้รับการประสานความร่วมมือจาก นายสมศรี ทองหล่อ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ มาเปิดเวทีสร้างความเข้าใจกับพี่น้องในตำบลถึงความสำคัญของสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยแรกๆ แม้จะทำความเข้าใจกับพี่น้องในชุมชนเราก็ยังไม่มีความเข้าใจกันเลย จึงได้หยุดไปขณะหนึ่ง และนายเคน ทรัพย์โภชน์ แกนนำชุมชนตำบลทุ่งวัง ได้ไปประชุมอยู่ที่จังหวัดและนำเอกสารที่เกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชนที่นำมาแจกในวันนั้นกลับมาศึกษาอีกครั้งและเห็นว่าสภาองค์กรชุมชนมีความสำคัญต่อชุมชน และอีกอย่างเป็นการให้ชุมชนได้ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของคนในชุมชนกันจากการพูดการคุยกันของคนในชุมชนเอง

tungwang8_resize.png

จากนั้นจึงได้ชวนนายสมศรี ทองหล่อ มาร่วมพูดคุยกับพี่น้องอีกครั้ง แต่รอบนี้ได้ชวนปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึง ท้องถิ่น เข้ามาร่วมรับฟัง หลายคนจึงพอเข้าใจถึงสภาองค์กรชุมชนว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ตั้งขึ้นแล้วเราจะทำต่ออย่างไร

เรามีเวทีนอกรอบกันอีกหลายครั้งว่าหากจะลงไปสร้างความเข้าใจกับคนในหมู่บ้านเราต้องมีองค์ความรู้มากกว่านี้ จึงได้มาชวนกันออกแบบกระบวนการ แนวทาง และทำความเข้าใจกับแกนนำที่จะลงไปชวนพี่น้องทำอีกครั้ง จากนั้นก็ลงเก็บข้อมูลกลุ่ม องค์กร ในหมู่บ้าน แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดระบบเพื่อความถูกต้องกันอีกครั้ง แล้วให้แกนนำกลุ่มรวบรวมส่งที่ผู้ใหญ่บ้านและให้ผู้ใหญ่บ้านรับรอง แล้วเปิดเวทีประชุมกลุ่ม องค์กร ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนเข้ามาเป็นเพื่อคัดเลือกตัวแทนกลุ่ม องค์กร หมู่บ้านล่ะ 4 คน เพื่อไปทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน ในระดับตำบล

“เราทำกันจนให้รู้ว่า สภาองค์กรชุมชน มีบทบาท ภารกิจอย่างไร แล้วจากนั้นก็ให้กลุ่มองค์กรได้เสนอแนวคิดต่างๆ ที่เกี่ยวกับชุมชน เป็นการสร้างความเข้าใจที่เป็นแบบกลืนไปกับวิถี แล้วทุกอย่างจะเกิดความร่วมมือขึ้นมาเอง”

tungwang9_resize.png

ต่อจากนั้นแล้วกลุ่ม องค์กรที่มีอยู่ในตำบลทุ่งวังมีทั้งหมดกว่า 59 กลุ่ม องค์กร ได้ถูกคัดเลือกตัวแทนจากกลุ่ม องค์กร แต่ละหมู่บ้านขึ้นมา 4 คน ที่มาจาก 14 หมู่บ้าน รวมเป็น 56 คน เพื่อไปเป็นตัวแทนหมู่บ้านนั้นๆ ไปเป็นตัวแทนระดับตำบล จากนั้นจึงมีการเปิดเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนโดยให้คัดเลือกผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุดขึ้นมาทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์กรชุมชนชั่วคราว และเพื่อสรรหาประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวัง โดยคนที่ถูกคัดเลือกเป็นประธานในขณะนั้นคือ นายเคน ทรัพย์โภชน์ จากนั่นก็ให้นายเคน ได้ทำหน้าที่ประธานสภาองค์กรชุมชนแล้วคัดเลือก รองประธาน เลขาสภาองค์กรชุมชน ที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 1:5 คน โดยคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวังมีทั้งหมด 72 คน

พอเราเลือกคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้วจึงได้เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยเนื้อหาหลักๆ ของการประชุมครั้งแรกก็เรื่องการสร้างความเข้าใจในภารกิจของสภาองค์กรชุมชนเป็นหลัก

ที่เราต้องเน้นเรื่องนี้เพราะเราต้องการให้ทุกคนได้เข้าใจจริงๆ ไม่ใช่พอถูกเลือกมาแล้วก็ไม่รู้เรื่องอะไร ที่สุดแล้วพอมีการประชุมสภาองค์กรชุมชนทุกครั้งก็ไม่สามารถไปถ่ายทอดให้กับกลุ่ม องค์กรในชุมชนเราได้ การเน้นให้ความรู้จึงเป็นเรื่องใหญ่ของตำบลของเรา

อย่างไรก็ตามการที่จะนำพาให้สภาองค์กรชุมชนไปสู่การแก้ไขปัญหาได้จริงทั้ง ชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานภาคี ต้องจับมือกันเพื่อให้ชุมชนของเราเข้มแข็ง และสามารถที่จะไปสู่การจัดการตนเองของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน จากหลักคิดที่ว่า “ชุมชน” เป็นสังคมฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การพัฒนาของชุมชน ที่จะให้ชุมชนเป็นแกนหลักของการพัฒนาเราต้องเริ่มจากชุมชนก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

พัฒนาการของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนทางสู่การแก้ปัญหา

แม้ที่ผ่านมา การพัฒนาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชุมชนอ่อนแอ ประสบความยากจน เกิดปัญหาสังคม ทั้งนี้การที่ชุมชนมีการใช้ทุนทางสังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เพื่อการดำรงอยู่ ตลอดจนมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในอนาคต

นอกจากนี้ยังจะนำไปสู่การสร้างระบบประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น ตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สำหรับการบริหารสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวัง ผู้นำชุมชนต้องมี แกนนำธรรมชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำที่เป็นทางการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือแม้กระทั้ง วัด โรงเรียน สถานีอนามัย ได้มีการทำงานพัฒนาด้านต่างๆ เช่น การทำแผนชุมชน การจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม การจัดการทุนของชุมชน การจัดสวัสดิการ เป็นต้นอีกทั้งยังต้องจัดให้มีสภาผู้นำชุมชนได้มีเวทีแลกเปลี่ยนร่วมกันคิด ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ นำไปสู่การสร้างเป้าหมายร่วมกันของพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจากการทำงานในแนวทางดังกล่าว ได้ช่วยให้เกิดการจัดการตนเองร่วมกันของชุมชนท้องถิ่น โดยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เกิดความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชนท้องถิ่น

ซึ่งคำว่าการจัดการตนเองตามแนวทางดังกล่าว และทำให้เกิดความเข้มแข็งส่งผลดีต่อชุมชนท้องถิ่นโดยรวม แกนนำชุมชนที่มีประสบการณ์ และคนทำงานแบบคอยช่วยหนุนเสริม สร้างการยอมรับการทำงานร่วมกันแบบสภาองค์กรชุมชน ดังนั้นสภาองค์กรชุมชน จึงถือเป็นระบบประชาธิปไตยทางตรงจากฐานรากได้ร่วมกันทำเรื่องนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

สภาองค์กรชุมชนตำบล ตาม ม.21 ภารกิจที่ต้องสานต่อ

tungwang10_resize.png

นับตั้งแต่ที่ได้มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวัง เราได้มีการดำเนินการต่างๆ ที่อยู่ในมาตรา 21 โดยเฉพาะ มาตรา 21 (6)(7)(8)(9)(11) ที่ว่านี้จนสามารถแก้ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นคือ การสร้างความเข้าใจในภารกิจของสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวัง โดยคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนได้พยายามให้คนในชุมชนได้เสนอปัญหาทุกๆเรื่องที่มีอยู่ในชุมชน

อย่างไรก็ตามการที่จะให้การพัฒนาชุมชนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ชุมชนจึงได้ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพตำบลทุ่งวัง เพื่อการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล เป็นกระบวนการกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคตขององค์กร โดยกำหนดสถานะภาพความต้องการและแนวทางในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  บนพื้นฐานของการรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ  สอดคล้องกับศักยภาพ  ปัญหาและความต้องการของชุมชน  เพื่อให้การดำเนินการตามข้อกำหนดต่างๆ  บรรลุตามเป้าหมาย  โดยสามารถแก้ไขปัญหาและสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชน  ครอบคลุมทุกด้าน  สภาองค์กรชุมชนตำบล โดยการเปิดเวทีสภาฯ หาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส ซึ่งกระบวนการระดมความคิดของชุมชน

ด้านจุดแข็ง

  1. มีพื้นที่ปลูกพืชที่อุดมสมบูรณ์ เช่น ข้าว พืชผักสวนครัวอินทรีย์
  2. มีการรวมกลุ่มของปราชญ์ชุมชน มีผู้รู้ หลากหลายทั้งเรื่องจักสาน การทำเกษตรอินทรีย์ การทอผ้า
  3. มีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ อาทิเช่น ป่า ดิน การจัดการน้ำโดยชุมชน
  4. มีวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่นในชุมชน

ด้านจุดอ่อน

  1. ราคาผลผลิตต่ำ ตลาดรับซื้อสินค้าไม่แน่นอน
  2. ต้นทุนการผลิตสูง
  3. คนขาดจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากร
  4. ขาดการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในด้านต่างๆ

ด้านโอกาส

  1. พัฒนาการปลูกพืชให้ตรงกับความต้องการของตลาด
  2. เป็นพื้นที่รวบรวมปราชญ์ชุมชน
  3. รวมกลุ่มการผลิต สร้างพลังต่อลองทางการตลาดและพัฒนาร่วมอย่างเป็นระบบ

ด้านอุปสรรค

  1. การเข้าถึงฐานข้อมูล แหล่งทุนหลายขั้นตอน
  2. ชุมชนขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และเกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน
  3. ผู้นำเอาปัญหาทางการเมืองมาแบ่งแยก
  4. คนมีจิตสาธารณะมีน้อย ไม่เสียสละ หวังสิ่งตอบแทน

เมื่อชุมชนได้มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลชุมชน จึงประสานความร่วมมือกับท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อการจัดทำแผนพัฒนาตำบล ที่ต้องประกอบด้วย วิสัยทัศน์  พันธกิจ  รายละเอียดประเด็นยุทธศาสตร์ ทั้งการบริหารแผนยุทธศาสตร์ อันได้แก่ กลไกการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ การติดตามและการประเมินผล ดังนี้

  1. การประชุมสร้างความเข้าใจและออกแบบกระบวนการทบทวนแผนพัฒนาตำบล
  2. จัดทำแผนการปฏิบัติการในการทบทวนแผนและบันทึกความร่วมมือระหว่างขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกับคณะทำงานขับเคลื่อนแผนพัฒนาตำบลระดับจังหวัด
  3. เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ เรื่อง กระบวนการ ขั้นตอน เป้าหมาย ในการจัดกระบวนการทบทวนและวิเคราะห์ข้อมูลแผนพัฒนาตำบล โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 กลุ่มพื้นที่
  4. นำข้อมูลการวิเคราะห์ ทบทวนแผน มาย่อยข้อมูลลงแบบรายงานการทบทวนแผนเพื่อการพัฒนาตำบล
  5. เปิดเวทีพื้นที่ตำบล เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับรองเล่มรายงาน– ข้อเสนอของสภาองค์กรชุมชนตำบล
  6. เปิดเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อยื่นข้อเสนอต่อองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  7. จัดส่งเล่มรายงานการทบทวนแผนพัฒนาตำบลต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

 messageImage_1561005630185.jpg

ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นเครื่องมือประสานงานร่วมแก้ปัญหาภัยพิบัติ

นับจากที่มีสภาองค์กรชุมชนตำบลได้มีการพัฒนาประเด็นงานพัฒนาให้เป็นรูปธรรมของตำบลที่เห็นและเด่นชัดที่สุดคือ การจัดการน้ำโดยชุมชน

สถานการณ์กรณีการเกิดภัยพิบัติ จากสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซากทุกๆปี ของตำบลทุ่งวังดังกล่าวสามารถแยกแยะผู้เดือดร้อนออกเป็น 2 กลุ่มปัญหาได้ดังนี้ ข้อแรก ผู้เดือดร้อนกรณีน้ำท่วมพื้นที่พืชผลทางการเกษตร และสองคือ กลุ่มผู้เดือดร้อนกรณีน้ำท่วมบ้านเรือน

โดยทั้ง 2 กรณีเป็นกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยพิบัติทุกๆ ปี จากปัญหาดังกล่าวได้มีการรวมตัวกันระหว่างผู้ประสพภัยน้ำท่วม ตั้งเป็นคณะกรรมการประเด็นในพื้นที่ตำบลและระดับจังหวัดเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีหลายองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน ใช้ชื่อองค์กรต่างๆมากมาย  ส่วนใหญ่จะแก้ไขปัญหาในระยะสั้น เฉพาะหน้า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและไม่ตรงต่อความเดือดร้อน ความต้องการของแต่ละชุมชน

tungwang11_resize.png

ดังนั้นทางเครือข่ายเรื่องปัญหาน้ำท่วมตำบลทุ่งวัง จึงได้จัดทำโครงการขึ้นเพื่อฟื้นฟูสร้างเสริมศักยภาพผู้ประสพภัยหลังน้ำท่วม และพัฒนาเชื่อมร้อยเครือข่าย โดยมีตัวแทนเครือข่าย กลุ่มองค์กร หน่วยงานภาครัฐได้จัดให้มีการสัมมนาศึกษาข้อมูล โดยมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาผู้ประสพภัยในพื้นที่น้ำท่วม

อย่างไรก็ตามสาเหตุลักษณะการเกิดน้ำท่วม สรุปได้ต่อไปนี้

การเกิดน้ำท่วมในที่ลุ่มต่ำ  เป็นการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ทั่วๆ ไป เกิดจากการมีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นตอนกลาง และพื้นที่ราบลุ่มฝั่งแม่น้ำมูลอยู่ตอนเหนือ ดังนั้นในพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่ริมลำน้ำซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำและกุดจึงมักมีน้ำท่วมขังและหากฝนตกหนักและตกต่อเนื่องนานการท่วมขังก็จะมาก

เกิดจากแนวถนนทั้งสายหลักที่เป็นถนนระหว่างอำเภอ และถนนสายรองระหว่างหมู่บ้าน สร้างตัดขวางแนวการไหลของน้ำ ทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ระบายน้ำทั่วไปและลำน้ำ แล้วไม่สร้างท่อระบายน้ำ หรือสะพานที่เหมาะสม ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง จำนวนและขนาด ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวกเกิดน้ำท่วมพื้นที่

การถมที่เพื่อปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างในบริเวณที่เป็นแนวระบายน้ำตามธรรมชาติ ทำให้แนวทางน้ำถูกปิดกั้นหรือถูกทำลายหมดไป

การเกิดน้ำท่วมจากน้ำล้นตลิ่งของลำน้ำ หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำมากเกินกว่าลำน้ำจะรองรับไว้ได้ ซึ่งมักเกิดกับลำน้ำสายหลักของลุ่มน้ำต่างๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์ ก็จะทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งออกไปท่วมพื้นที่สองฝั่งลำน้ำเสมอ

นอกจากนี้หากมีสิ่งกีดขวางในทางน้ำ เช่น ต้นไม้ วัชพืช หรือมีสิ่งก่อสร้างในลำน้ำ เช่น ฝายทดน้ำที่ออกแบบก่อสร้างไม่เหมาะสม  ก็จะยิ่งสร้างปัญหาเพราะฝายจะทดให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนทำให้ล้นข้ามตลิ่งออกไปได้  และส่วนใหญ่ฝายทดน้ำที่สร้างไว้จะไม่มีประตูระบายทรายที่จะทำหน้าที่ระบายตะกอนไม่ให้ตกจมหน้าฝายแล้ว ยังใช้พร่องน้ำออกไปจากฝายได้ด้วย

น้ำหนุนจากลำน้ำสายใหญ่ มีลักษณะการเกิดในทำนองเดียวกับการเกิดน้ำทะเลหนุน แต่เป็นการหนุนของน้ำจากลำน้ำสายใหญ่ที่ลำน้ำสายย่อยไหลลงไปบรรจบ ไหลย้อนเข้ามาในลำน้ำย่อย ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก เกิดการยกระดับของน้ำในลำน้ำสายย่อยจนไหลล้นตลิ่งออกท่วมพื้นที่สองฝั่งลำน้ำได้

tungwang13_resize.png

จากปัญหาสาเหตุการเกิดน้ำท่วมในจังหวัดบุรีรัมย์ที่กล่าวข้างต้น นอกจากการเกิดน้ำท่วมโดยทั่วไปในพื้นที่ลุ่มต่ำแล้ว จะมีการเกิดน้ำท่วมซ้ำซากเกิดในพื้นที่ต่างๆของจังหวัดบุรีรัมย์จำนวนหลายแห่งหนักเบาแตกต่างกันไปตามสภาพความลาดเทของลักษณะภูมิประเทศหรือตามพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งสายสำคัญๆเช่น ลำน้ำมูล   ลำน้ำชี เป็นต้น   ตำบลทุ่งวังเป็นพื้นที่หนึ่งที่อยู่ติดกับคลองทางช้าง บึงหนองทัพค่ายก่อนจะไหลลงสู่ลำน้ำชี   จึงทำให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมซ้ำใน 15 หมู่บ้านของตำบลทุ่งวัง  เช่น บ้านทุ่งวัง บ้านหนองแวง บ้านคุ้มต่ำ บ้านกอก บ้านค้อ บ้านหนองทัพค่าย บ้านตาลอง บ้านสมหวัง บ้านดอนแก้ว บ้านยางงาม บ้านโคกอะโตด บ้านหนองเกาะน้อย บ้านม่วงหวาน บ้านโนนสะอาด บ้านตุงเวียง

tungwang14_resize.png

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ชาวตำบลทุ่งวังมีความกระตือรือร้นที่จะปกป้องพื้นที่การเกษตรที่เป็นแหล่งความมั่นคงทางด้านอาหารจึงได้มีศูนย์เฝ้าระวังเพื่อรองรับสถานการณ์และช่วยเหลือฟื้นฟู แหล่งน้ำ ลำธาร ให้กลับมากักเก็บน้ำโดยได้ประสานกรมชลประทานก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งที่มีเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ทั้งนี้ยังได้เปลี่ยนพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น จากข้าวหนักเป็นข้าวเบา และมีการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าตามลำน้ำมูลที่มีทั้งป่าบุ่งป่าทามและป่าเต็งรัง เพื่อเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ปลาในฤดูน้ำหลาก และใช้เป็นแหล่งหาอาหารชนิดอื่นๆของชุมชน  ไม่ว่าจะเป็น เห็ด ไข่มดแดงสมุนไพรหรือพืชผักอื่นๆ ที่สอดคล้องกับการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับภาวะน้ำท่วม

อย่างไรก็ตามการเก็บรวบรวมข้อมูลความหลากหลายของป่า ข้อมูลผู้เดือดร้อนเสนอ ข้อมูลพื้นที่ที่ประสบภัย อีกทั้งยังได้มีการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนถิ่นและหน่วยงานที่เกี้ยวข้องในการแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืน

การจัดการน้ำโดยชุมชน รูปธรรมการดำเนินกิจกรรมของสภาองค์กรชุมชนตำบล

ในปี 2557 จึงได้เปิดเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งวังขึ้น เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ จึงได้ชักชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนทั้งสภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ หน่ายงานที่เกี่ยวข้องและได้มีมติที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ที่เป็นสิ่งสำคัญและใกล้ตัวที่สุด

tungwang15_resize.png

ดังนั้นปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ยังไม่มีแหล่งน้ำเพื่อใช้อย่างเพียงพอ หรือบางพื้นที่มีแหล่งน้ำอยู่แล้วแต่ไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้ พื้นที่ตำบลทุ่งวังส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร จึงมีความต้องการใช้น้ำในการเกษตรและการบริโภคเป็นจำนวนมาก ในช่วงฤดูแล้งที่แหล่งน้ำส่วนใหญ่แห้งขอดไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้ โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่อยู่ห่างไกล  การที่เกษตรกรนำเครื่องยนต์มาใช้ในการสูบน้ำ ทำให้พบปัญหามากมายเช่น ต้องเสียค่าน้ำมันเชื่อเพลิง ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เกษตรกรจึงต้องแบกรับภาระเหล่านี้ด้วยตัวเอง และส่งผลถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันผลผลิตทางการเกษตรกลับมีผลผลิตที่น้อย ไม่สมบูรณ์ และมีราคาต่ำ เกษตรกรจึงประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด ในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำ ก็ต้องใช้วิธีเจาะบ่อบาดาลซึ่งการเจาะบาดาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเจาะบ่อละ 30,000-40,000 บาท บางพื้นที่เจาะแล้วไม่มีน้ำ และที่สำคัญคือ ผู้รับเหมาเจาะบ่อบาดาลเจาะได้ไม่ลึกพอ ทำให้ในฤดูแล้งระดับน้ำบาดาลลดลงไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ ปัญหาเหล่านี้ยังรอการแก้ไขเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากมีหน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง ในด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี และเงินทุน

tungwang16_resize.png

เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอาชีพเกษตรกร ที่มีพื้นที่เพียงพอต่อการทำเกษตร แต่ยังขาดแคลนน้ำซึ่งเป็นปัจจัยหลักของอาชีพเกษตรกร และช่วยลดต้นทุนเพื่อให้สามารถผลิตและพัฒนาพืชชนิดต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อความต้องการ

แนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ทั่วโลกยอมรับ และเป็นทางออกที่ดีที่สุด ด้วยกลไกการทำงานที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถสูบน้ำโดยใช้เพียงแสงอาทิตย์เท่านั้น

tungwang17_resize.png

ดังนั้นในเวลากลางวันที่มีแสงแดด ระบบจะสามารถสูบมาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง น้ำที่สูบขึ้นมาได้ก็จะถูกเก็บไว้ที่สระน้ำ และสูบขึ้นมาเก็บไว้ที่ถังน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเก็บไว้ใช้ในเวลากลางคืน ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นการแก้ปัญหาของเกษตรกรอย่างตรงจุด มีความสะดวก ปลอดภัย ได้น้ำปริมาณมาก ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำขึ้นมาใช้ เกษตรกรก็จะมีน้ำใช้ในการเกษตรได้มากตามความต้องการ เป็นการเพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่าย เกษตรกรก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด

เราพร้อมที่จะแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้เกิดความคลี่คลาย ซึ่งช่วงแรกๆ เราได้ลงพื้นที่ สำรวจพื้นที่ กำหนดรูปแบบ การบริหารจัดการพื้นที่ ออกแบบการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่จริง โดยไม่มีรูปแบบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ โดยทีมงานของอาจารย์ทอง หลอมประโคน เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยพี่น้องในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้

“เราติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับพื้นที่ วางท่อจ่ายน้ำ เจาะบ่อบาดาล ขุดสระ ขุดคลอง แบ่งโซนทำนาให้ชาวนาปลูกข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่ ปลูกพืชที่หลากหลายไว้รับประทานในครัวเรือน และสามารถจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน”

โดยชาวนาดำเนินกิจกรรมทำนาปลูกข้าว และปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อบริหารจัดการพื้นที่เกษตรของตนเองให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานของงาน มีการจัดเก็บข้อมูลผลผลิตและผลของการดำเนินงานที่เกิดขึ้น โดยการบันทึก และจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้า จนนำไปสู่การติดตามประเมินผลโครงการ

tungwang18_resize.png

การเปรียบเทียบการบริหารจัดการพื้นที่ เปรียบเทียบการใช้พลังงานก่อนและหลัง เปรียบเทียบผลผลิตก่อนและหลังการดำเนินการ เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อศึกษาผลที่ได้รับจากการดำเนินงาน และความสำเร็จของชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ

เราทำงานอย่างเต็มกำลังที่จะให้ชาวนามีความรู้การทำงานของระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และสามารถบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรของตนเอง ในการปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ บริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จนเกิดการรวมกลุ่มจัดตั้งศูนย์กลางการผลิตข้าว สร้างเครือข่ายชาวนาของตำบลทุ่งวัง มีอำนาจการต่อรองซื้อขายข้าวด้วยตนเอง

ความสำเร็จและเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำ พลังงาน พื้นที่การเกษตร ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้การบริหารจัดการดังกล่าว ศูนย์เรียนรู้จึงเป็นต้นแบบในการประหยัดพลังงาน และบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  อีกทั้งยังได้เรียนรู้และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพัฒนาอาชีพ การดำรงชีวิตในครัวเรือน และสามารถเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ได้อย่างลงตัว

ปัญหาอุปสรรคที่พบเจอและแนวทางที่ต้องร่วมแก้ไข

สำหรับปัญหาอุปสรรคที่ชุมชนได้ร่วมกันทำมา คือการที่ชุมชนไม่ได้มีการวิเคราะห์ปัญหาและหาสาเหตุของปัญหาของชุมชนอย่างจริงจัง  ทำให้กระบวนการขั้นต่อมามุ่งให้ชุมชนระดมความมุ่งหวังและแก้ปัญหาเป็นลักษณะของโครงการออกมามากกว่าความเป็นจริง จึงทำให้ปัญหาที่ชุมชนสะท้อนออกมานั้นไม่ชัดเจน  ไม่มีการลำดับความสำคัญก่อนหลังว่าปัญหาใดคือปัญหาเร่งด่วนและปัญหาที่ความแก้ไขในระยะยาว

 tungwang19_resize.png

ดังนั้นการจัดการปัญหาของชุมชนตำบลทุ่งวังเน้นเฉพาะบางประเด็นบางปัญหาเท่านั้น  ไม่ได้มีการโยงความสัมพันธ์ของระบบความคิดของปัญหาและการแก้ไปหาที่แท้จริง  ซึ่งลักษณะนี้อาจกล่าวได้ว่ายังคงเป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมคือ “เฉพาะเรื่อง”เท่านั้นมิได้มองปัญหาอย่างภาพรวม

ปัญหาที่เกิดขึ้นของการเริ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านที่สำคัญพบว่า  ชาวบ้านไม่มีภาพฐานข้อมูลในบริบทที่ตนเองจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมและทำความเข้าใจในพื้นที่ของตนเองในมิติเดียวกันและไม่รู้ว่าตนเองจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร  รวมทั้งเรื่องอะไรบ้างที่ตนจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไร จึงเป็นปัญหาพื้นฐานที่จะทำให้คนท้องถิ่นนั้นมีบทบาทในการมีส่วนร่วมระดับกระบวนการและในระดับการตัดสินใจทำให้ถูกมองจากคนภายนอกท้องถิ่นว่าคนในท้องถิ่นนั้นขาดจิตสำนึกในการมีส่วนร่วม 

tungwang20_resize.png

อย่างไรก็ดีปัญหาที่ชุมชนปรากฏในปัจจุบันก็คือจะมองเฉพาะปัญหาของตนเอง  ขาดการมองภาพชุมชนท้องถิ่นโดยรวมจึงนำไปสู่การขาดการมองภาพชุมชนท้องถิ่นโดยภาพรวมที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างเพราะปัญหาของการมีส่วนร่วมมักจะเกิดขึ้นจากการมองปัญหาเฉพาะปัญหาของตนเองเท่านั้น  ดังนั้นการเข้ามามีส่วนร่วมก็จะเป็นปัญหาเฉพาะปัญหาตนเองเท่านั้นแต่ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับตนเองก็จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วม

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหา คือ การร่วมสร้างเครื่องมือขับเคลื่อนซึ่งประกอบด้วย“ข้อมูล” และ “ผู้นำชุมชน” ให้รู้จักใช้ข้อมูลโดยข้อมูลที่มีอิทธิพลหรือ  ผลกระทบต่อการวางแผนการติดตามและการประเมินผล

tungwang21_resize.png

การแสดงข้อมูลเชิงพื้นที่และเวลาการให้ความสำคัญกับเครื่องมือนี้เพื่อที่จะทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมแบบยั่งยืนทั้งแนวดิ่งและแนวตั้ง  การเกิดกระบวนการเรียนรู้การใช้สิทธิในเรื่องการจัดการเรื่องต่างๆ  ในชุมชนไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์เรื่องเศรษฐกิจ  การท่องเที่ยววัฒนธรรม  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ที่ตั้งและทรัพยากรและที่สำคัญ  คือ  การเกิดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนและการเชื่อมโยงเชิงโครงสร้างซึ่งถือว่าเป็นงานเชิงปฏิบัติการของชุมชนหรือพื้นที่  ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน  ในตัวกระบวนการเองซึ่งอาจเรียกได้ว่า “กระบวนการเรียนรู้ร่วม” ของคนในชุมชนอย่างแท้จริง

แผนที่จะดำเนินการต่อไป ให้นำสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง

อย่างไรก็ตาม แผนที่จะดำเนินการต่อไป ของการทำงานของสภาองค์กรชุมชนตำบล มีระบบการจัดการคือ การจัดทำแผนงาน แผนพัฒนาตำบล โดยคนทำงานที่มีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วนในตำบล เช่น จากกลุ่มองค์กร เครือข่ายต่างๆ สภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานภาคี เช่น โรงเรียน วัด อสม. และหน่วยงานภายนอก เป็นต้น เข้ามามีส่วนร่วม จนมีองค์ความรู้หรือชุดความรู้การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  มีเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างตำบลได้ มีกฎกติกา/ข้อบัญญัติ และธรรมนูญตำบล ในการจัดการชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้อย่างยั่งยืน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter