playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

close website 20191108 2

บริบทของพื้นที่

nongtakrong1

เทศบาลตำบลหนองตะครอง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็น 1 ใน 5 แห่งของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลต่าง ๆ ดังนี้

ทิศเหนือ  ติดต่อกับตำบลโคกว่าน  อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากริม        ลำนางรองห่างจากโรงเรียนบ้านทุ่งไผ่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ.614956 จากนั้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามร่องน้ำลึกคลองลำนางรอง ระยะทาง 2 กิโลเมตร ที่จะบริเวณพิกัด ที่เอ.629969 แล้วตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามทางเกวียน บ้านหนองหมี–บ้านหนองละหานทรายจดคลองลำจังหัน ระยะทางประมาณ1.9 กิโลเมตร เป็นจุดสิ้นสุดที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 644964 รวมระยะทางด้านทิศเหนือประมาณ 3.9 กิโลเมตร

ทิศตะวันออก   ติดต่อตำบลละหานทรายและตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีแนวเขตเริ่มต้นทางเกวียนบ้านหนองหมี – บ้านละหานทราย   จดคลองลำจังหันที่จุดบริเวณพิกัด  ทีเอ. 644964 ไปทางทิศใต้ตามร่องน้ำลึกคลองลำจังหันถึงสะพานข้ามถนนสายละหานทราย –ปะคำ ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร  ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 656938 ไปทางทิศตะวันออกแล้ววกไปทางทิศใต้ตามร่องน้ำลึกคลองลำจังหัน ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 659923 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จดทางเกวียนบ้านสำโรง–หนองกราด และไปตามทางเกวียนจดถนนสายละหานทราย–โนนดินแดง ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 633892 ตรงไปตามทางทิศใต้แล้ววกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จดถนนสายบ้านหนองกราด– บ้านซับคะนิง ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร  เป็นจุดสิ้นสุดที่บริเวณพิกัด ทีเอ. 632871 รวมระยะทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 12.6 กิโลเมตร

ทิศใต้  ติดต่อกับตำบลส้มป่อย อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากถนนสายบ้านหนองกราด - บ้านซับคะนิง ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 632871 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจดถนนสายละหานทราย–โนนดินแดง ระยะทางประมาณ 3.3 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้โรงเรียนบ้านหนองกราด ระยะทางประมาณ 700 เมตร จดทางเกวียนที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 606886 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามคลองลำจังหัน ระยะทางประมาณ 700 เมตร จดทางเกวียนที่จุดบริเวณพิกัด  ทีเอ 603892 จากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามทางเกวียนและสันเนินผ่านทุ่งนาและแนวป่า ระยะทางประมาณ 3  กิโลเมตร  จดถนนสายบ้านหนองกี่ –บ้านหนองกกห่างจากหนองสระปรือทางทิศตะวันตกเฉียงใต้    ระยะทางประมาณ  400  เมตร  ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ.582902  จากนั้นไปทางทิศตะวันตกตามสันเนินระยะทางประมาณ 600 เมตร  จุดลำนางรองเป็นจุดสิ้นสุดที่บริเวณพิกัด  ทีเอ. 576903 รวมระยะทางด้านทิศใต้ประมาณ 7.6 กิโลเมตร

ทิศตะวันตก  ติดต่อกับตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ  จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากจุดบริเวณพิกัด ทีเอ. 576903 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามร่องน้ำลึกคลองลำนางรอง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร จดสะพานข้ามคลองลำนางรองถนนสายละหานทราย–ปะคำ ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ.582933 จากนั้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามร่องน้ำลึกคลองลำนางรอง ระยะทางประมาณ   56  กิโลเมตร เป็นจุดสิ้นสุด ที่จุดบริเวณพิกัด ทีเอ.614956 ห่างจากโรงเรียนบ้านทุ่งไผ่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร รวมระยะทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 9 กิโลเมตร

ด้วยสภาพที่ดินเป็นดินภูเขามีแร่ธาตุอาหารที่ยังสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน อาชีพรองได้แก่ อาชีพรับจ้างทั่วไป จำแนกได้ดังนี้ อาชีพเกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 90 อาชีพค้าขาย คิดเป็นร้อยละ 2 อาชีพรับจ้างทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 7 อาชีพรับราชการ คิดเป็นร้อยละ 0.2 อาชีพอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 0.7

 

ทุนของตำบล ทุนฐานความมั่นคงของเทศบาลตำบลหนองตะครอง

nongtakrong2.jpg

การพัฒนาชุมชนเพื่อที่จะให้ชุมชนกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้นั้น  เราจำเป็นต้องพัฒนาชุมชนโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน  โดยเริ่มจากการมองว่า  คนทุกคนมีองค์ความรู้อยู่ในตัวไม่อย่างใดอย่างหนึ่งและมีคุณค่าต่อผู้อื่นด้วยในชุมชนที่เข้มแข็งมีความตระหนักถึงคุณค่าของศักยภาพเหล่านั้น  จะสามารถนำศักยภาพและคุณค่าของทุนนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ดังนั้นความเข้มแข็งของชุมชนจะเกิดขึ้นได้ถ้ามีผู้คนจำนวนมากในชุมชนที่อุทิศตนเพื่อชุมชนเป็นสุข การพัฒนาชุมชนที่อาศัยต้นทุนของชุมชนเป็นรากฐานเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของชุมชนอย่างยั่งยืนและมีความหมายมาจากภายในชุมชนเองเสมอ

ทุนทางสังคม ของเทศบาลตำบลหนองตะครองเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์ อยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคม  โดยมีระเบียบข้อบังคับความไว้ใจกัน  ซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์ทางสังคมช่วยให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันของตนเองและของชุมชน  หรืออาจกล่าวสั้นๆ ทุนทางสังคมของคนหนองตระครองเป็นวิถีที่ร้อยรัดผู้คนให้อยู่ร่วมกันเป็นชุมชน  เป็นเครือข่าย  เป็นสังคมที่ไว้ใจกันพึ่งพาอาศัย  ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  ด้วยวิธีการ รูปแบบทั้งเก่าและประยุกต์สร้างสรรค์ใหม่

ทุนทางวัฒนธรรม คุณค่า ค่านิยมของสังคมที่แสดงออกทางจารีตประเพณี-วิถีชุมชนที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมถึงความรู้และภูมิหลังของบุคคลซึ่งมาจากบรรพบุรุษ เป็นวัฒนธรรมการเคารพผู้อาวุโสกว่า อย่างเช่น งานประเพณีต่างๆ ตาม ฮีต 12 คอง 14

แต่ที่ขาดไม่ได้คือทุนคน เป็นทุนทางความคิดที่จะนำพาชุมชนสู่การแก้ไขปัญหาใน เช่น มีทักษะประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ความสามารถเฉพาะตัวในการทำงาน ความเป็นผู้นำเหล่านี้เป็นอะไรที่มักจะถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นหลัง ยิ่งมีรูปธรรม จะเป็นทุนทางปัญญา  หรือทุนความรู้  กลายเป็นทุนวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

nongtakrong2.png

ดังนั้นการจัดการทุนชุมชน  คือจะต้องเรียนรู้ชุมชนได้ค้นพบตัวเองและทุนของท้องถิ่นได้ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งแรกที่ค้นพบ  คือ  ทุนไม่ใช่แค่เงิน  แต่เป็นสิ่งที่มากกว่า  ดีกว่า  และยั่งยืนกว่า  เป็นทุนทรัพยากรธรรมชาติ ที่ตำบลหนองตะครอง มีป่าชุมชน มีพันธุ์ไม้  สมุนไพร ความหลากหลายทางชีวภาพ  ทุ่งนา ป่าเขา แม่น้ำ จะพบว่ามีมากมายมหาศาลในชุมชน 

นอกจากนี้ยังมีทุนความรู้ภูมิปัญญาในการทำมาหากิน การดูแลรักษาสุขภาพ การผลิตเครื่องใช้ รวมไปถึงความรู้ภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกัน แก้ปัญหาความขัดแย้ง รวมไปถึงทุนทางสังคม วัฒนธรรม หากคนในชุมชนร่วมกันเรียนรู้ใหม่ๆ

การพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จนั้น  ต้องอาศัยความสามัคคีของคนในชุมชน ทุกอย่างต้องเริ่มจากชุมชน  คนในชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการกันเอง  เพราะคนในชุมชนจะรู้และเข้าใจถึงปัญหา  ความต้องการ  และทุนต่างๆ  ที่มีอยู่ภายในชุมชน  คนนอกเป็นเพียงผู้ช่วยส่งเสริมเท่านั้น  และรากฐานสำคัญที่จะนำชุมชน ให้ก้าวไปสู่ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งได้นั้น  จะต้องเริ่มจากตัวคนในชุมชนก่อน  จะต้องเรียนรู้ว่าแต่ละคนในชุมชนมีคุณค่าที่ต่างกันไป  และทุกคนล้วนมีความสามารถมีภูมิปัญญาเป็นของตนเอง  ซึ่งชุมชนต้องค้นหาเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนในชุมชนเพื่อที่จะบริหารจัดการทุนชุมชน ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ มีความเหมาะสมต่อสภาพความเป็นอยู่  วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน

 nongtakrong3.png

ในชุมชนที่มีกระบวนการจัดการทุนชุมชนได้เหมาะสม  ชุมชนก็จะกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง  สามารถพึ่งพาตนเองได้  เพราะเรียนรู้ที่จะจัดการทุนในชุมชนที่มีอยู่ในชุมชนมาสร้างเป็นงานสร้างอาชีพต่างๆ  และยังสามารถลดการพึ่งพาจากภายนอก  ทำให้ชุมชนอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาภายนอก  ชุมชนก็จะกลายเป็นชุมชนที่ยั่งยืน

จุดกำเนิดสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลหนองตะครอง

เทศบาลตำบลลำหานทราย เกิดปัญหาเรื่องเงินทุนในการประกอบอาชีพของชาวบ้าน โดยจะไปขอกูยืมเงินจากแหล่งทุนก็กู้มาจนหมดแล้ว หลายคนจึงต้องออกไปหางานทำยังต่างถิ่นต้องปล่อยให้คนแก่และลูกหลานอยู่บ้านตามลำพัง จนเกิดปัญหาสังคม จนกระทั่งชุมชนได้มีแนวคิดกันว่าจะต้องสร้างแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพให้กับชุมชน และดึงแรงงานกลับบ้าน เพื่อมาพัฒนาชุมชนของตนเอง

nongtakrong4_resize.png

กระทั้งได้มีการร่วมกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลละหานทราย และก็ได้รับความร่วมมือกับชาวบ้านเป็นอย่างดี จนมีชาวบ้านเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุน 560 คน ในปี 2554 จนปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3,800 คน มีการจัดสวัสดิการชุมชนกว่า 15 ประเภท และหนึ่งในระเบียบกองทุนสวัสดิการคือ การจัดสวัสดิการการให้สิ้นเชื่อเพื่อการผลิตของคนในตำบล และได้รวมเอาสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนด้วย จนกองทุนฯถือว่ามีความเข้มแข็งมาก

ต่อมาเมื่อปี 2555 ได้รับความร่วมมือจากขบวนจังหวัดมาจัดตั้ง จดแจ้ง เป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้น โดยการทำความเข้าใจเป็นไปได้ง่าย เพราะเราใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนมาเป็นฐานการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน โดยคณะกรรมการส่วนใหญ่ก็มาจากกองทุนสวัสดิการ เพราะ กลุ่ม องค์กร ในพื้นที่ก็เป็นคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการ การลงพื้นที่เก็บข้อมูลกลุ่ม องค์กร จึงง่าย เนื่องจากคณะกรรมการที่ลงไปทำทำความเข้าใจกับกลุ่ม องค์กร ก็เป็นคณะกรรมการเก็บเงินของหมู่บ้านนั้นๆ

“ภาพรวมแม้จะมองดูง่ายแต่ก็มีบางหมู่บ้านไม่ให้ความร่วมมือ เราพยายามชวนเขา และพูดคุยกับเขา เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะมาร่วมกับเรา ในที่สุดการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนก็ไม่ครบทุกหมู่บ้าน”

nongtakrong5.png

 

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการเก็บข้อมูลกลุ่ม องค์กรได้แล้วจึงนำไปให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นรับรองกลุ่ม องค์กรในหมู่บ้าน โดยทั้งตำบลมีกลุ่มองค์กรอยู่ 59 กลุ่ม องค์กร 1 เครือข่าย จากนั้นก็เลือกตัวแทนหมู่บ้านละ 4 คน ขึ้นมาเป็นตัวแทนระดับตำบล แล้วมีการเลือกประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 โดยมีนายอ่อน  ชะนะกุล เป็นประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลหนองตะครอง

พอเราได้คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้วจึงได้เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยเนื้อหาหลักๆ ของการประชุมครั้งแรกก็เรื่องการสร้างความเข้าใจในภารกิจของสภาองค์กรชุมชนเป็นหลัก ที่เราต้องเน้นเรื่องนี้เพราะเราต้องการให้ทุกคนได้เข้าใจจริงๆ ไม่ใช่พอถูกเลือกมาแล้วก็ไม่รู้เรื่องอะไร ที่สุดแล้วพอมีการประชุมสภาองค์กรชุมชนทุกครั้งก็ไม่สามารถไปถ่ายทอดให้กับกลุ่ม องค์กรในชุมชนเราได้ การเน้นให้ความรู้จึงเป็นเรื่องใหญ่ของตำบลของเรา

nongtakrong6.png

ภารกิจแรกที่สภาองค์กรชุมชนตำบลได้ขยับคือ การเปิดเวทีร่วมกับเทศบาลตำบลหนองตะครองในการร่วมกันจัดทำข้อมูลตำบล การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำแผนพัฒนาตำบลด้วยกัน จับมือกันเพื่อให้ชุมชนของเราเข้มแข็ง และสามารถที่จะไปสู่การจัดการตนเองของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน จากหลักคิดที่ว่า “ชุมชน” เป็นสังคมฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การพัฒนาของชุมชน ที่จะให้ชุมชนเป็นแกนหลักของการพัฒนาเราต้องเริ่มจากชุมชนก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงนำไปสู่ความคิดของการมีกฎหมายของชาวบ้าน เพื่อรองรับการเกิดเวทีปรึกษาหารือของชุมชน ที่มีสถานะที่ชัดเจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นกฎหมายส่งเสริมให้ชุมชนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา สามารถดำเนินการเมื่อเกิดความพร้อมและเห็นพ้องต้องกัน รวมทั้งการคงความเป็นอิสระและความร่วมมือต่อกันของการทำงานในท้องถิ่น โดยในการดำเนินงานให้เกิด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนมีลำดับความเป็นมาอย่างถูกต้อง

“แรกๆ เรายังงงว่าสภาองค์กรชุมชนคืออะไรกันแน่ทำไมพอเราตั้งขึ้นมาแล้วจึงไม่มีการขยับทำอะไรเลย แต่แท้จริงแล้วเรามีประชุมปรึกษาหารือกันเดือนละ 1-2 ครั้ง เพราะเราต้องประชุมกรรมการกองทุน บางครั้งก็พูดคุยเรื่องสภาองค์กรชุมชนไปด้วย การพัฒนากลุ่มอาชีพ เช่นการทำดอกไม้จันทน์ การจัดสวัสดิการโลงศพ และการประกอบอาชีพต่างๆ แต่พอมาอย่าง พรบ.สภาองค์กรชุมชน เราจึงรู้ว่าสิ่งที่เราทำคือ ภารกิจของสภาองค์กรชุมชนล้วนๆเลย กลุ่มที่เคยไม่เข้าร่วมกับเราก็เริ่มทยอยมาร่วม นี่คือการทำงานที่ค่อยๆผสมกลมเกลียว”

nongtakrong7.png

สภาองค์กรชุมชนเริ่มมีบทบาทขึ้นมาเรื่อยๆ อีกทั้งหน่วยงานก็ยังให้ความเชื่อถือ จนกระทั้งปี 2560 เราเริ่มทำโครงการบ้านพอเพียง จึงใช้สภาองค์กรชุมชนลงสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งตำบล จึงพบว่าบางคนไม่มีบ้านที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยญาติอยู่ บ้านบางหลังผุพัง ต้องใช้ไม้อัดเปิดกันฝนกันแดด บางครัวเรือนไม่มีที่ดินทำกิน ต้องรับจ้างไปวันๆ บางครับครัวต้องย้ายไปทำงานในเมือง เราจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อขอโครงการบ้านพอเพียง และได้รับการสนับสนุนทั้งสิ้น 27 หลังคาเรือน

นี่คือภารกิจที่สภาองค์กรชุมชนได้ทำร่วมกับท้องถิ่น ท้องที่ หน่อยงานภาคี ยิ่งเทศบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก จึงได้ให้บุคลากรมาสนับสนุนการทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนทุกๆ เรื่องก็ว่าได้ 

 nongtakrong8.png

พัฒนาการของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองตะครอง

การพัฒนาสภาองค์กรชุมชนที่นับว่าเป็นกฎหมายของชาวบ้าน ยังมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะทำให้ชาวบ้านมีที่ยืนในชุมชน และเป็นการเสนอความคิดเห็นในการที่จะแก้ไขปัญหาของชุมชน ของตนเอง ที่นับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดที่จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงกับความต้องการของเราเอง

กระนั้นก็ดี ชุมชนมีการใช้ทุนทางสังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เพื่อการดำรงอยู่ ตลอดจนมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังจะนำไปสู่การสร้างระบบประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลให้ชุมชนมี บทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น ตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงนำไปสู่ความคิดของการมีกฎหมายเพื่อรองรับการเกิดเวทีปรึกษาหารือของชุมชน ที่มีสถานะที่ชัดเจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นกฎหมายส่งเสริมไม่บังคับชุมชน สามารถดำเนินการเมื่อเกิดความพร้อมและเห็นพ้องต้องกัน รวมทั้งการคงความเป็นอิสระและความร่วมมือต่อกันของการทำงานในท้องถิ่น โดยในการดำเนินงานให้เกิด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนมีลำดับความเป็นมา ดังนี้

nongtakrong9.png

พื้นที่ตำบลที่มีองค์กรชุมชน แกนนำธรรมชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำที่เป็นทางการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และสถาบันในท้องถิ่น (วัด โรงเรียน สถานีอนามัย) ได้มีการทำงานพัฒนาด้านต่างๆ เช่น การทำแผนพัฒนาชุมชน การจัดสวัสดิการ การจัดกาทรัพยากรสิ่งแวดล้อม การจัดการทุนของชุมชน จัดให้มีสภาผู้นำชุมชน ฯลฯ

มีเวทีแลกเปลี่ยนร่วมกันคิด ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ นำไปสู่การสร้างเป้าหมายร่วมกันของพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจากการทำงานในแนวทางดังกล่าว ได้ช่วยให้เกิดการจัดการตนเองร่วมกันของชุมชนท้องถิ่น โดยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เกิดความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชนท้องถิ่น

จากการที่ชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดการตนเองตามแนวทางดังกล่าว และทำให้เกิดความเข้มแข็งส่งผลดีต่อชุมชนท้องถิ่นโดยรวม แกนนำชุมชนที่มีประสบการณ์ และคนทำงานพัฒนา จึงได้ร่วมกันที่จะช่วยหนุนเสริม สร้างการยอมรับการทำงานร่วมกันแบบสภาบ้านๆ ที่ถือเป็นระบบประชาธิปไตยทางตรงจากฐานรากได้ร่วมกันทำเรื่องนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

สภาองค์กรชุมชนตำบล ตาม ม.21 ภารกิจที่ต้องสานต่อ

นับตั้งแต่ที่ได้มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน เราได้มีการดำเนินการต่างๆ ที่อยู่ในมาตรา 21 โดยเฉพาะ มาตรา 21 (6)(7)(8)(9)(11) ที่ว่านี้จนสามารถแก้ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นคือ การสร้างความเข้าใจในภารกิจของสภาองค์กรชุมชน โดยคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนได้พยายามให้คนในชุมชนได้เสนอปัญหาทุกๆเรื่องที่มีอยู่ในชุมชน

nongtakrong10.png

อย่างไรก็ตามการที่จะให้การพัฒนาชุมชนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ชุมชนจึงได้ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพตำบล เพื่อการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล เป็นกระบวนการกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคตขององค์กร โดยกำหนดสถานะภาพความต้องการและแนวทางในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  บนพื้นฐานของการรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ  สอดคล้องกับศักยภาพ  ปัญหาและความต้องการของชุมชน  เพื่อให้การดำเนินการตามข้อกำหนดต่างๆ  บรรลุตามเป้าหมาย  โดยสามารถแก้ไขปัญหาและสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชน  ครอบคลุมทุกด้าน  สภาองค์กรชุมชนตำบล โดยการเปิดเวทีสภาฯ หาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส ซึ่งกระบวนการระดมความคิดของชุมชน ดังนี้

จุดแข็ง

- ประชาชนมีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิต

- ชุมชนเข้มแข็งได้รับการบริการสาธารณะครบถ้วนสมบูรณ์มีเส้นทางสัญจรเป็นไปด้วยความสะดวกสะอาด

- ผู้นำชุมชนสมานสามัคคีไม่มีปัญหาในด้านการร่วมมือกันในการปกครองและบริหารการพัฒนา

- มีการประสานร่วมมือกันระหว่างเทศบาลกับส่วนราชการอื่นและองค์กรประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

- มีเส้นทางการคมนาคมในตำบลที่สะดวกทุกสาย

- มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ธนาคารข้าว ร้านค้าชุมชน ที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนในชุมชน

- เป็นแหล่งวัตถุดิบที่ใช้สำหรับผลิตปุ๋ยชีวภาพ

- มีแหล่งน้ำสาธารณะที่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

จุดอ่อน

- เป็นชุมชนดั้งเดิมมีบ้านเรือนของประชาชนปลูกสร้างอยู่อย่างหนาแน่นขาดระบบการวางผังที่ได้มาตรฐาน

- เด็กและเยาวชนบางส่วนมีพฤติกรรมไม่ศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น

- เด็กและเยาวชนบางส่วนมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเสพสารเสพติด

- ปัญหาหนี้สิน และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

- ประชาชนยังขาดความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตน

- ชุมชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ทั่วถึง

- ประชาชนยังมีค่านิยมที่ใช้สารเคมีในการเพิ่มผลผลิตการเกษตร

- การปศุสัตว์ของประชาชนขาดการจัดระบบการจัดการที่ดี

โอกาส

- สามารถสนับสนุนงบประมาณให้ตำบลที่มีแผนงาน โครงการตามแนวทางยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด

- มีเส้นทางคมนาคมสายหลักเชื่องไปสู่จังหวัด สามารถรองรับการขยายตัวของการลงทุนทางเศรษฐกิจ

- ตำบลมีความเหมาะสมในการลงทุนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

ข้อจำกัด

- ประชาชนมีความแตกต่างในด้านฐานะทางเศรษฐกิจ

- ประชาชนมีพื้นฐานความรู้และพื้นฐานทางสังคมแตกต่างกัน

- ประชาชนขาดแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

nongtakrong11_resize.png

เมื่อชุมชนได้มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลชุมชน จึงประสานความร่วมมือกับท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อการจัดทำแผนพัฒนาตำบล ที่ต้องประกอบด้วย วิสัยทัศน์  พันธกิจ  รายละเอียดประเด็นยุทธศาสตร์ ทั้งการบริหารแผนยุทธศาสตร์ อันได้แก่ กลไกการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ การติดตามและการประเมินผล ดังนี้

  1. การประชุมสร้างความเข้าใจและออกแบบกระบวนการทบทวนแผนพัฒนาตำบล
  2. จัดทำแผนการปฏิบัติการในการทบทวนแผนและบันทึกความร่วมมือระหว่างขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกับคณะทำงานขับเคลื่อนแผนพัฒนาตำบลระดับจังหวัด
  3. เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ เรื่อง กระบวนการ ขั้นตอน เป้าหมาย ในการจัดกระบวนการทบทวนและวิเคราะห์ข้อมูลแผนพัฒนาตำบล โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 กลุ่มพื้นที่
  4. นำข้อมูลการวิเคราะห์ ทบทวนแผน มาย่อยข้อมูลลงแบบรายงานการทบทวนแผนเพื่อการพัฒนาตำบล
  5. เปิดเวทีพื้นที่ตำบล เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับรองเล่มรายงาน– ข้อเสนอของสภาองค์กรชุมชนตำบล
  6. เปิดเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อยื่นข้อเสนอต่อองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  7. จัดส่งเล่มรายงานการทบทวนแผนพัฒนาตำบลต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

nongtakrong12.jpg

nongtakrong13_resize.png

 

รูปธรรมการดำเนินกิจกรรมเด่นของสภาองค์กรชุมชนตำบล
การทำเกษตรของชาวเทศบาลตำบลหนองตะครองทุกวันนี้ เป็นการหวนคืนสู่วิถีดั่งเดิมหลายครอบครัว แต่ชาวบ้านยังขาดแหล่งทุนในการสนับสนุน โดยลำพังจะไปกู้หนี้ยืมสินจากภายนอกก็มีแต่จะทำให้เป็นหนี้สินรุงรัง เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยแสนแพง แนวคิดที่จะให้ชุมชนมีแหล่งทุนมีอย่างเดียวคือคนในชุมชนต้องร่วมกันออมเพื่อเป็นทุนกลางให้กับชุมชน  เพื่อหยิบยืมไปในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
 

กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหนองตะครอง จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกับสมาชิกเพื่อจัดสวัสดิการด้านสินเชื่อเพื่อการผลิตในชุมชน โดยใช้ “เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน” ทำให้คนมีคุณธรรมมีการช่วยเหลือเกื้อกูล เอื้ออาทร แบ่งปันซึ่งกันและกัน เกิดกระบวนการเรียนรู้การทำงานร่วมกัน

โดยธรรมชาติแล้วการอยู่ร่วมกันของชาวบ้านเทศบาลตำบลหนองตะครอง มีความเป็นอยู่ตามวิถีทางประชาธิปไตย มีการยอมรับฟังความคิดเห็นของเสียงส่วนใหญ่ เคารพในกฎกติกาที่มาจากข้อตกลงร่วมกัน เกิดการเรียนรู้การบริหารจัดการเงินทุนของตนเองเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ และจัดเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก ทำให้ชุมชนมีแหล่งทุนในการประกอบอาชีพเป็นของตนเอง ลดการพึ่งพิงแหล่งทุนจากภายนอกชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการฝึกคนให้มีความอดทน มีสัจจะ มีระเบียบวินัยในการใช้เงิน รู้จักใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุมีผล มีความเหมาะสม พอประมาณกับตนเองและครอบครัวเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครอบครัวและชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนครอบคลุมในหลายๆ มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมวัฒนธรรมวิถีการดำรงชีวิตของคนในชุมชน

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นรากฐานในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นการดำเนินงาน-ของสวัสดิการด้านสินเชื่อเพื่อการผลิต มีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการซึ่งมาจากสมาชิกและทำเพื่อสมาชิกของเรา

ดังนั้น กิจกรรมต่างๆ จะต้องเป็นไปตามแนวคิดหลักการของกองทุนสวัสดิการชุมชน เมื่อกองทุนสวัสดิการชุมชนเติบโตขึ้น สมาชิกหลายขึ้น การออมก็มากขึ้น และการสนับสนุนทางการเงินให้กับสมาชิกเพื่อนำไปประกอบอาชีพด้านการเกษตรเพื่อการผลิตก็มากขึ้น ทุกวันนี้มีการออมเงินได้มากพอสมควร กลุ่มสามารถนำเงินทุนมาดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของสมาชิกและชุมชน ตลอดจนการพัฒนากลุ่มในกิจกรรมด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านแรก ด้านการพัฒนาอาชีพและรายได้ โดยการนำ เงินทุนของกลุ่มให้สมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพ เช่น ค้าขาย การเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือนฯลฯ

ด้านที่สอง เป็นการจัดสวัสดิการต่างๆ กลุ่มสามารถจัดสรรผลกำไรของกลุ่มเพื่อจัดเป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิก เช่น ทุนการศึกษา ชดเชยค่ารักษาพยาบาล ฌาปนกิจสงเคราะห์ สาธารณภัย สาธารณประโยชน์สงเคราะห์ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสฯลฯ

ด้านที่สาม การพัฒนาธุรกิจของชุมชน ดำเนินกิจกรรมที่สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชน เป็นการฝึกการดำเนินธุรกิจในระบบกลุ่ม โดยมุ่งหวังให้มีกำไรเพื่อนำไปปันผลเฉลี่ยคืนและจัดเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกและชุมชน เช่น การทำดอกไม้จันทน์ แปรรูปผลิตภัณฑ์ฯลฯ เป็นการผลิตที่เกิดจากความต้องการของสมาชิกและเพื่อประโยชน์ของสมาชิก

ด้านที่สี่ การพัฒนาคณะกรรมการและสมาชิก โดยจัดฝึกอบรม สัมมนา จัดเวทีประชาคมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดศึกษาดูงาน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่คณะกรรมการและสมาชิกของกลุ่ม

ดังนั้นการส่งเงินสัจจะสะสมของสวัสดิการด้านสินเชื่อเพื่อการพัฒนาจึงมีการกำหนดให้สมาชิกส่งในจำนวนวงเงินตามกำลังความสามารถของตนเองและส่งในจำนวนเท่าๆ กัน ทุกเดือนจนครบปีบัญชี เพื่อเน้นความมีสัจจะและสร้างวินัยแก่สมาชิกกลุ่ม โดยเมื่อถึงการออมสวัสดิการก็นำเงินต้นและดอกเบี้ยมาชำระที่กองทุนฯ ได้เลย

หากแต่สมาชิกคนไหนที่เป็นลูกค้าดีเยี่ยมและต้องการเพิ่มหรือลดวงเงินสัจจะควรเริ่มในเดือนแรกของปีบัญชีและควรกำหนดวงเงินสูงสุดในการส่งสัจจะสะสมหรือเงินสัจจะสะสมพิเศษไว้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดมาแสวงหาผลประโยชน์จากการปันผลหรือดอกเบี้ยจากกลุ่มการบริการเงินกู้ให้แก่สมาชิก

nongtakrong14_resize.png

ทั้งนี้เพื่อนำไปลงทุนประกอบอาชีพและแก้ปัญหาเร่งด่วน หรือความเดือดร้อนของสมาชิก คณะกรรมการจะกำหนดหลักเกณฑ์การกู้ในระเบียบข้อบังคับในระเบียบของกองทุนสวัสดิการให้ชัดเจน และการพิจารณาเงินกู้ต้องให้เป็นไปตามระเบียบและมีความเหมาะสมกับเหตุผลความจำเป็นที่สมาชิกขอกู้เพื่อป้องกันมิให้สมาชิกเป็นหนี้เกินความจำเป็นหรือเกินกำลัง


จากการติดตามสนับสนุนการดำเนินงานของการจัดสวัสดิการเพื่อสินเชื่อการผลิตพบว่า มีระบบที่รัดกุม เพราะเราใช้กฎระเบียบของกองทุนสวัสดิการชุมชน และกองทุนของเราก็มีความเข้มแข็ง ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตามด้วยดี จึงทำให้มีการเติบโตขึ้นทุกๆ ปี มีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น มีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้น้อย เพื่อให้ชุมชนมีเงินทุนหมุนเวียนอีกทั้งเงินยังไม่รั่วไหลออกนอกชุมชน


ปัญหาอุปสรรค และแนวทางในการแก้ไขปัญหา


การพัฒนาชุมชนตลอดเวลาที่ผ่านมาสรุปได้ว่า มีปัญหาสำคัญอยู่ 4 ประการด้วยกันคือ ด้านแรก ปัญหาจากคนเพราะเรายังไม่มีองค์ความรู้ ความรู้ความเข้าใจ และอุดมการณ์การพัฒนาไม่ดีพอ เมื่อต้องพัฒนาชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาและความยากลำบากของเราจึงขาดขวัญ-กำลังใจ ไม่สามารถดำเนินการ และหรือเกิดความท้อถอย

ด้านที่สอง ปัญหาจากวิธีการดำเนินงานของรัฐ ซึ่งมีทั้งในแง่การพัฒนาและการประชาสังเคราะห์ ซึ่งมีวิธีการสวนทางกัน คือการพัฒนานั้นประชาชนต้องริเริ่มและดำเนินการเอง แต่การประชาสงเคราะห์นั้นรัฐสนับสนุนให้เปล่า จึงทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และไม่อยากเข้ามาร่วมกระบวนการพัฒนา

ด้านที่สาม ปัญหาความซ้ำซ้อนของกิจกรรมการพัฒนา มีหน่วยงานองค์กรหลายๆ องค์กรที่เข้าไปทำงานเดียวกัน ซึ่งอาจมีรูปแบบวิธีการทำงานที่เหมือนหรือต่างกัน ทำให้แกนนำที่เกี่ยวข้องด้วยเกิดความสับสนและในขณะเดียวกันหน่วยงานนั้นก็แก่งแย่งงานหรือโยนความรับผิดชอบไปให้หน่วยงานเมื่อเกิดปัญหา

ด้านสุดท้าย ปัญหาการไม่โปร่งใส มีนักพัฒนาจำนวนไม่น้อยที่เบียดบังงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งการเบียดบังเวลาทำงานไปทำงานอื่น ความสับสน ซ้ำซ้อนของหน่วยงาน หรือขบวนจังหวัดที่เข้าไปดำเนินการเรื่องเดียวกันจนส่งผลให้เกิดปัญหาการเกี่ยงและการไม่รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา

แผนที่จะดำเนินการต่อไป

ความจริงแห่งชุมชนที่พร้อมที่จะพัฒนาต่ออย่างไม่หยุดยั้งคือ ของการพัฒนาชุมชนซึ่งยึดถือคือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาในชุมชนว่าชุมชนแต่ชุมชนมีคุณค่าและมีความหมาย มีศักดิ์ศรีและมีศักยภาพ กล่าวคือ มีฐานะแห่งความเป็นชุมชนที่ ดังนั้น การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่แท้จริงของเทศบาลตำบลหนองตะครองคือ ต้องเริ่มต้นที่ประชาชน โดยยืนจุดเดียวกับประชาชน มองโลก มองชีวิต มองปัญหา จากทัศนะของชาวบ้าน เพื่อให้เข้าใจปัญหา ความต้องการของชุมชนในท้องถิ่นเพื่อให้เข้าถึงชีวิต จิตใจ ของชาวบ้าน ทำงานร่วมกับชุมชน โดยการคำนึงถึงการที่จะทำให้ชาวบ้านเข้าใจปัญหาของตนเองและของท้องถิ่น และมีกำลังใจลุกขึ้นต่อสู้กับปัญหา ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขปัญหานั้น ย่อมมีหนทางที่จะกระทำได้โดยไม่ยากหากเข้าใจปัญหาและเข้าถึงจิตในของชุมชน โดยชุมชนต้องเป็นผู้พัฒนาชุมชนของตนเองจึงจะเกิดความยั่งยืน


nongtakrong15.png

ทั้งหมดนี้จะเกิดกระบวนการพัฒนาความเข้มแข็งในทุกประเด็นงาน เกิดการพัฒนาฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเชื่อมโยงเครือข่ายระดับตำบล  อำเภอ


สร้างงาน สร้างรายได้ ในชุมชน ส่งเสริมด้านทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ มีระบบการเกษตรปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน เด็กและเยาวชนต้องมีกิจกรรมการพัฒนาทั้งความรู้ คุณธรรม ร่างกาย จิตใจ อย่างเหมาะสมเพียงพอ มีการจัดสรรการดูแลในด้านการจัดสวัสดิการอย่างเพียงพอและเหมาะสม

ที่สุดแล้ว ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่ทำให้เกิดการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนของเทศบาลตำบลหนองตะครองนั้นนั้น ได้ทำให้ชุมชนทั่วประเทศได้เห็นว่า การเป็นชุมชนต้นแบบที่เกิดจากจุดเล็กๆ และอีกหลายร้อยหลายพันตำบลได้ลุกขึ้นมาจัดการดูแลผู้คนของตนเองในตำบลนั้น นับว่าเป็นแนวคิดและปรัชญาที่สำคัญของการพึ่งตนเอง บนพื้นฐานของการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ส่งผลให้ประเทศรุ่งเรืองและพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการสร้างฐานทุน เป็นต้นทุนการพัฒนาชุมชนที่เกิดจาก หัวใจที่มีแต่ให้ ภายใต้ความเข้มแข็งและยั่งยืน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter