playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

close website 20191108 2

06 14 1

ตรัง/ พอช. จับมือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ลงนามบันทึกความร่วมมือส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชน  เป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม  ระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี  งบสนับสนุนไม่เกินโครงการละ 500,000 บาท  นำร่องใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ ‘โดรน’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว-ปกป้องพะยูน 180 ตัวที่เกาะลิบง จ.ตรัง  ยกเคส ‘มาเรียม’ พะยูนน้อยเป็นต้นแบบความร่วมมืออนุรักษ์และดูแลระบบนิเวศน์ในทะเล

ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  มีแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชน  เปิดโอกาสให้ชุมชนในชนบทเสนอโครงการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน  โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ  มาสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตร  แปรรูป  ท่องเที่ยวโดยชุมชน ฯลฯ  วงเงินสนับสนุนไม่เกินโครงการละ  500,000 บาท  ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา  มีโครงการต่างๆ เสนอขอรับการสนับสนุนเป็นจำนวนมาก   โดยขณะนี้ผ่านการอนุมัติจาก depa  แล้ว 3 โครงการ  เช่น  โครงการใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เกาะลิบง  จ.ตรัง

06 14 2

ล่าสุดวันนี้  (14 มิถุนายน)  เวลา 10.00 น. ที่ โรงแรมเรือ รัษฎา จังหวัด ตรัง มีการเปิดโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลเกาะลิบง  โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง  ซึ่งได้รับการอนุมัติและสนับสนุนโครงการจาก depa  แล้ว  จะใช้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการสนับสนุนจาก depa มาใช้ในการถ่ายภาพทางอากาศเพื่อติดตามฝูงพะยูนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งเกาะลิบง  รวมทั้งเฝ้าระวังการทำประมงที่ผิดกฎหมาย  และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริม  สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแก่ชุมชน  ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)  โดย ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์  ผอ. depa  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  โดยนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผอ.พอช.  มีนายลือชัย  เจริญทรัพย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  และนายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานการลงนามในครั้งนี้

ยกเคส ‘มาเรียม’ เป็นต้นแบบความร่วมมืออนุรักษ์ท้องทะเล “พะยูนอยู่ได้  คนอยู่ได้”

นายลือชัย  เจริญทรัพย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  กล่าวว่า  การลงนามความร่วมมือในการสนับสนุนชุมชนในการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลครั้งนี้เป็นการตอบโจทย์ของชุมชน โดยเฉพาะกรณีการใช้โดรนที่เกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งอยู่อาศัยแหล่งใหญ่ของพะยูนประมาณ 180 ตัว  ถือเป็นเมืองหลวงของพะยูน  และแสดงถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในเกาะลิบง  ซึ่งการใช้โดรนบินถ่ายภาพพะยูนจะทำให้ไม่รบกวนการอยู่อาศัยของพะยูน  และจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว  ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านด้วย

“กรณีของพะยูน ‘น้องมาเรียม’ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมมือกันดูแลพะยูน  ทั้งหน่วยงานราชการ  ชาวบ้าน  และภาคเอกชน  เพราะตอนนี้มาเรียมมีอายุประมาณ 6 เดือน  ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาดูแลให้มาเรียมมีอายุประมาณ 1 ปี  เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง  สามารถไปใช้ชีวิตกับพะยูนตัวอื่นๆ ได้  ขณะที่การใช้โดรนเฝ้าระวังพะยูนจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย  คือพะยูนก็อยู่ได้  ชาวบ้านอยู่ได้  มีรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว  และยังช่วยกันดูแลและส่งเสริมระบบนิเวศน์ของท้องทะเลด้วย”  ผวจ.ตรังกล่าว

06 14 3

นายอีสมาแอน  เบ็ญสอาด  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง  กล่าวว่า  เกาะลิบงเป็นแหล่งอยู่อาศัยของพะยูนแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เนื่องจากมีหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนอุดมสมบูรณ์  มีพื้นที่ประมาณ  20,000 ไร่  มีพะยูนอาศัยอยู่ประมาณ 170-180 ตัว  จากพะยูนทั้งหมดในท้องทะเลไทยที่มีอยู่ประมาณ 200 ตัว  แต่ที่ผ่านมามีเรือประมงต่างถิ่นลักลอบเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย  ทำให้หญ้าทะเลถูกทำลาย  และบางครั้งก็มาลักลอบจับพะยูนไปด้วย

“เราจะใช้โดรนขึ้นบินตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจจะมีเรือประมงลักลอบเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย  หรือเข้ามาจับพะยูน  หรือมาขโมยตัดไม้บนเกาะเพื่อเอาไปขาย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เพราะโดรนสามารถบินตรวจการณ์ได้ นอกจากนี้ยังใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูนแล้วต่อสัญญาณภาพมาที่จอโปรเจคเตอร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู  ไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ๆ  เป็นการรบกวนพะยูน  และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย  เพราะเมื่อก่อนเคยมีเรือสปีดโบ๊ทพานักท่องเที่ยวมาดูแล้วชนพะยูนท้องแก่ตาย”  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากโดรนเพื่อปกป้องทรัพยากรและส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะลิบง

06 14 4

นายอีสมาแอน  เบ็ญสอาด

 

ทั้งนี้ depa ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อโดรนจำนวน 1 ลำ  ในราคา  366,700 บาท  โดยชาวบ้านเกาะลิบงร่วมสมทบเงินเพื่อซื้อโดรนจำนวน 150,000 บาท  ซึ่งตามแผนงานจะสามารถนำโดรนมาใช้ได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

นายชัยพฤกษ์  วิระวงศ์  หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง  กล่าวว่า  ตนเข้ามาทำงานที่เกาะลิบงเมื่อปี 2554 ซึ่งในปีนั้นมีพะยูนตายประมาณ 10   ตัว  ส่วนใหญ่ตายเพราะติดอยู่ในเครื่องมือประมง  โดยเฉพาะอวนปลาหมึก  และเบ็ดราไวย์  ต่อมาจึงได้มีการรณรงค์เพื่อไม่ให้ชาวประมงใช้เครื่องมือที่ผิดกฎหมาย  รวมทั้งวางทุ่นเพื่อไม่ให้เข้ามาทำประมงในเขตหญ้าทะเลและแหล่งอยู่อาศัยของพะยูนซึ่งก็ได้ผล  ทำให้มีพะยูนเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 10-11 คู่  และมีอัตราการตายน้อยลงเรื่อยๆ

“ปีนี้มีพะยูนตายประมาณ 3 ตัว  ซึ่งเราจะต้องร่วมกันดูแลพะยูนให้มีอัตราการตายไม่เกิน 5   ตัวต่อปี  เพราะหากเกินจำนวนนี้  จะทำให้พะยูนในท้องทะเลไทยซึ่งเป็นสัตว์หายากสูญพันธุ์ภายใน 10 ปี  นอกจากนี้จะต้องระวังเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยว  โดยเฉพาะเรื่องน้ำเสียจากรีสอร์ทและชุมชน  มลพิษ  และขยะ  เพราะจากการตรวจพิสูจน์ซากพะยูนที่ตาย  พบว่ามีการติดเชื้อหนอง  ซึ่งอาจจะมาจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม  ดังนั้นต่อไปนี้เราจะต้องมีความเข้มงวดเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น  เพื่อให้พะยูนและสัตว์อื่นๆ  อยู่ได้  มนุษย์ก็อยู่ได้”  หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง กล่าว

06 14 5

นอกจากนี้หัวหน้าเขตฯ ยังกล่าวด้วยว่า  ตนสนับสนุนให้มีการใช้โดรนเพื่อดูแลพะยูน  เพราะหากเป็นช่วงน้ำแห้งหรือตอนกลางคืนจะออกเรือไปดูแลพะยูนไม่สะดวก  แต่โดรนสามารถทำได้  เพราะมีระบบการถ่ายภาพตอนกลางคืน  และอยากให้นักท่องเที่ยวดูฝูงพะยูนจากภาพถ่ายจากโดรน  หรือขึ้นไปดูบนเขา  ไม่ใช่นั่งเรือไปดูซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพะยูน

พอช.จับมือ depa ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลชุมชน 

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผอ.พอช.  กล่าวถึงบทบาทภารกิจของ พอช.ในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชนในด้านต่างๆ  เช่น การประสานงาน  การเอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีฯ แก่องค์กรชุมชน  เครือข่ายองค์กรชุมชน  ภาคประชาสังคม  และเสนอพื้นที่เป้าหมายที่มีศักยภาพและความพร้อม  รวมถึงหนุนเสริมการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่เป้าหมาย  เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีฯ  นอกจากนี้ ยังมีการติดตาม  สนับสนุนการนำใช้เทคโนโลยีฯ ในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามเป้าหมายและผลลัพธ์ที่กำหนดเอาไว้

ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์  ผอ. depa  กล่าวถึงบทบาทภารกิจของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลตามความร่วมมือในครั้งนี้ว่า  depa จะให้คำปรึกษา  ให้ข้อมูล  นโยบาย  และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล  เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม  ประสาน  เชื่อมโยงหน่วยงาน  สถาบันการศึกษา  ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญ  เพื่อเข้าร่วมหนุนเสริมพื้นที่เป้าหมาย  รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีฯ  แก่องค์กรชุมชน  เครือข่ายองค์กรชุมชน  รวมถึงภาคประชาสังคม  ตามที่ได้รับการสนับสนุนและประสานงานจาก พอช.

06 14 6

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง พอช.กับ depa ที่จังหวัดตรัง

อย่างไรก็ตาม  นอกจากการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เกาะลิบงแล้ว  ยังมีโครงการที่ผ่านการอนุมัติจาก depa  อีก 2 โครงการ  คือ  การใช้ภาพถ่ายและวิดีโอภาพเสมือนจริง (Virtual  Reality)  เพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน  ตำบลโนนตาล  อ.ท่าอุเทน  จ.นครพนม  และโครงการเทคโนโลยีการพ่นสารน้ำทางการเกษตรด้วยอากาศยานไร้คนขับ  ตำบลคลองหินปูน  อ.วังน้ำเย็น  จ.สระแก้ว

นอกจากนี้ยังมีอีก 12 โครงการที่กลุ่มวิสาหกิจ  สหกรณ์  และเครือข่ายองค์กรต่างๆ เสนอโครงการเข้ามาและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติโครงการจาก depa  เช่น   ระบบสัญญาณเซนเซอร์เพื่อเตือนภัยช้างป่า  ตำบลพวา  อ.แก่งหางแมว  จ.จันทบุรี, เครื่องวัดระดับอ๊อกซิเจนบ่อเลี้ยงปลาดิจิทัล  สหกรณ์การประมงบางจะเกร็ง-บางแก้ว  อ.เมือง  จ.สมุทรสาคร, ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจัดการร้านค้าชุมชน  ตำบลท่าเสา  อ.ไทรโยค  จ.กาญจนบุรี  ฯลฯ  ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ depa จะให้งบประมาณสนับสนุนไม่เกินโครงการละ 500,000 บาท

นายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวว่า  การลงนามในวันนี้จะเป็นกลไกนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ  โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน  โดยเฉพาะที่เกาะลิบงที่จะใช้โดรนมาเป็นเครื่องมือ  โดยมีหน่วยงานและภาคีต่างๆ 7 ภาคส่วน  เช่น  พอช.  depa  จังหวัดตรัง  บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จ.ตรัง  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง   หน่วยงานในท้องถิ่น  ภาคประชาชน  และชุมชน   ร่วมกันหนุนเสริม  และแบ่งหน้าที่กันทำงาน  แม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรค  แต่ทุกหน่วยงานก็จะต้องร่วมกันฟันฝ่า  เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย  คือความสมบูรณ์พูนสุขของพี่น้องประชาชน

06 14 7

                                                                **************

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter