สภาองค์กรชุมชน

สภาฯตะเคียนทองเสนอแผน 56 พร้อมจับมือ อบต.รับมือน้ำท่วม

     เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 54 ที่ผ่านมาได้มีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลตะเคียนทอง ครั้งที่  7/2554 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนทอง ซึ่งนอกจากสมาชิกสภาเข้าประชุมกันอย่างพร้อมหน้าแล้วยังมีแกนนำชุมชนที่สนใจเข้าร่วมประชุมอีกด้วย
      นายนิรันทร์ หนูกล่ำ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลตะเคียนทองเปิดเผยว่า นอกจากวาระปกติแล้วการประชุมครั้งนี้ยังมีวาระที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ การจัดทำข้อมูลปัญหาของตำบลที่พัฒนาไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะเสนอเข้าแผน ปี 2556 ของอบต. และเรื่องการเตรียมการรับมือภัยน้ำท่วมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
       โดยที่ประชุมได้แจกจ่ายเอกสารข้อมูลปัญหาของตำบล 1 ชุดที่ได้ทำร่วมกันประมาณ 2 เดือนเต็ม ประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐานข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรมภูมิปัญญาข้อมูลปัญหาด้านการทำมาหากิน และข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองภาคพลเมืองในตำบล ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ได้พัฒนาไปสู่การจัดทำแผนพัฒนา 2 แผน คือ 1) แผนเรื่องการพัฒนาความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชน / การเมืองภาคพลเมือง และการประสานงานกับภาคีต่างๆในตำบล ซึ่งเป็นแผนงานที่สภาองค์กรชุมชนจะต้องดำเนินการเอง
         แผนที่ 2 เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายของภาคประชาชนที่จะเสนอให้กับ อบต. เข้าแผน ปี 2556 ซึ่งสังเคราะห์จากข้อมูลรายพื้นที่ 1) ตั้งแต่พื้นที่ชายฝั่งทะเลออกไป 1 กิโลเมตร เสนอให้มีการจัดทำบทบัญญัติท้องถิ่น 2) พื้นที่ป่าชายเลนเสนอให้มีการกันพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าชายเลน 3) พื้นที่นากุ้งร้าง เสนอให้มีการจัดโฟกัสกรุ๊ปกลุ่มเจ้าของนากุ้งร้าง เพื่อหาแนวทางส่งเสริมอาชีพ เช่น การเลี้ยงปูทะเล เป็นต้น 4) พื้นที่นาร้างเน้นการส่งเสริมให้ชาวบ้านปกป้องที่ดินของตนเอง หันไปทำเกษตรกรรมยั่งยืน โดยการส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีแผนทางด้านการฟื้นฟูประเพณีการนำวัฒนธรรมแบบเครือญาติมาใช้ในการส่งเสริมกลุ่ม เป็นต้น 
       
ประธานสภาฯ กล่าวอีกว่า แผนงานดังกล่าวเป็นเรื่องหลักๆ ขณะนี้ให้สมาชิกได้ศึกษาจากเอกสารให้ละเอียดแล้วจะนำมาปรับปรุงกันอีกครั้งก่อนที่จะนำเสนอต่อ อบต. ต่อไป

         ส่วนการรับมือภัยพิบัตินั้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนทองในฐานะที่ปรึกษาสภา ได้เรียนว่า อบต. มีความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เรือท้องแปน เครื่องมือสื่อสาร และงบประมาณจำนวนหนึ่ง แต่ยังขาดผู้ประสานงานระดับพื้นที่จะคอยแจ้งข่าวหรือหนุนเสริมต่างๆที่ผ่านมามีคนของท้องที่ที่แต่งตั้งโดยนายอำเภอ แต่ก็มีปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจต่อกัน ปีนี้เห็นว่าถ้าเราให้สมาชิกสภาเป็นผู้ประสานระดับพื้นที่ก็จะทำให้ อบต. มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งในที่สุดสภามีมติเห็นชอบให้สมาชิกสภาแต่ละหมู่บ้านเป็นผู้ประสานงานระดับพื้นที่ทำงานร่วมกับ อบต.อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

 

สุวัฒน์  คงแป้น

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 14:55 น.

ขบวนชุมชนพัทลุงจับมือ พอช.เดินหน้าขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน

เครือข่ายองค์กรชุมชนพัทลุงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสภาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ 2-3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและภาคีจังหวัดพัทลุงร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ณ วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน (มหาวิทยาลัยทักษิณ) ตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยมีแกนนำองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุง 60 คนเข้าร่วม

 

นายแก้ว สังข์ชู ประธานศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและภาคีจังหวัดพัทลุง ระบุวัตถุประสงค์ในการจัดการสัมมนาครั้งนี้ว่าเพื่อให้ผู้นำองค์กรชุมชนซึ่งดำเนินกิจกรรมการพัฒนาอยู่ในพื้นที่มีความเข้าใจเนื้อหาสาระสำคัญของสภาองค์กรชุมชน เพื่อที่จะไปดำเนินงานส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน และวางแผนงานการขับเคลื่อนในจังหวัดพัทลุง
ด้านนายสุวัฒน์ คงแป้น ผู้ชำนาญการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฎิบัติการภาคใต้ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ชุมชนและสังคมไทย โดยระบุว่า สังคมไทยถูกรุกจากวัฒนธรรมตะวันตก ทำให้วิถีความเป็นไทย และบริบทของสังคมไทยเปลี่ยน ยิ่งการรุกของกระแสทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่เข้าครอบงำอำนาจทางการเมืองการปกครอง ยิ่งทำให้ชุมชนรากหญ้าสูญสิ้นอำนาจ ดังนั้นสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการคืนอำนาจให้กับชุมชน ให้สถานะชุมชนในการมีที่ยืน เพื่อร่วมกันคิด กำหนดทิศทางของชุมชน สู่อิสรภาพ เอกภาพ และภราดรภาพ
จากนั้นเป็นการเสวนานำเสนอกรณีพื้นที่ตัวอย่างที่ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น จากตำบลควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งมีนายประนอบ คงสม ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู และตำบลคูหาใต้ ซึ่งมีนายสุวรรณ อ่อนรักษ์ ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ และนางชัชชญา ไชยถาวร สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ โดยมีนายสามารถ สุขบรรจง เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฎิบัติการภาคใต้ เป็นผู้ดำเนินรายการ
โดยสาระสำคัญของทั้ง 2 พื้นที่ คือการที่ชุมชนมีสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ ชุมชนพยายามหาทางจัดการตนเอง โดย ตำบลควนรูได้จัดให้มี ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน หรือ ศอช. ด้านตำบลคูหาใต้มีการจัดตั้งสภาร้อยแปด แต่ก็ยังไม่มีสถานะ และครอบคลุมชุมชนทั้งตำบล จึงได้จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ซึ่งนับว่ามีบทบาทสำคัญ ทั้งด้านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล การสร้างระบบการเมืองสมานฉันท์ รวมทั้งการจัดเวทีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกรณีบริษัทอุตสาหกรรมในพื้นที่
วันที่สองของการสัมมนาเป็นการฝึกอบรมกระบวนการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน โดยนายปาฏิหาริย์ บุญรัตน์ สมาชิกที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล จากจังหวัดสงขลา
ช่วงท้ายของการสัมมนา มีการระดมความคิดเห็น และวางแผนการขับเคลื่อนของขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับสภาองค์กรชุมชนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 สภาองค์กรชุมชนตำบล
 
สามารถ สุขบรรจง รายงาน

 

แนะใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือทำงานพัฒนา

พัทลุง/ผลการวิจัยงานสภาองค์กรชุมชนภาคใต้ ชี้ภาคประชาชนไม่เข้าใจเจตนารมณ์ อุดมการณ์สภาองค์กรชุมชน การตั้งสภาองค์กรชุมชนเพื่อหวังรับงบประมาณจากพอช. แต่ไม่ได้แก้ปัญหาสาธารณะที่เกิดในพื้นที่ เสนอทางแก้จัดความสัมพันธ์ใหม่เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาสภาองค์กรชุมชน เป็นเครื่องมือในการทำงานพัฒนาเชิงประเด็น พร้อมแนะชาวบ้านทำข้อมูลเชิงภาพดีกว่าทำเป็นเอกสาร โดยให้มีนักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน เข้าเสริมศักยภาพสภาองค์กรชุมชน

 

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2553 ณ ห้องประชุมสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดพัทลุง คณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคใต้ จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าสภาองค์กรชุมชนภาคใต้
ในโอกาสนี้คณะนักวิจัยกระบวนการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน นำโดยผู้ช่วยศาสตร์จารย์ สอรัฐ มากบุญ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยายาเขตสุราษฎร์ธานี ได้นำเสนอผลการศึกษา
อาจารย์สอรัฐ กล่าวว่า ผลการศึกษาพบว่า 2 ปีที่มีการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน พบว่าในแต่ละพื้นที่สมาชิกสภาองค์กรชุมชนยังมีความเข้าใจเชิงเนื้อหา อุดมการณ์ของงานสภาองค์กรชุมชนยังมีน้อย แกนนำที่ขับเคลื่อนก็จะรู้ในส่วนที่เป็นพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 นำสู่ปรากฎการณ์ที่เห็นคือ ข้อเสนอเชิงนโยบายไม่ได้มาจากพื้นที่ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากท้องถิ่น อบต. ความพร้อมของสมาชิกสภาองค์กรชุมชนในการดำเนินงานก็มีไม่มาก กระบวนการจัดการการประชุมก็ติดขัด
ปรากฎการณ์เหล่านี้เชื่อมโยงกับการที่ คณะทำงานประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชน หรือที่เรียกว่า กลไกจังหวัด ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนนั้น ไปขับเคลื่อนการจัดตั้ง ขยายพื้นที่สภาองค์กรชุมชน ทำให้งานสภาองค์กรชุมชน กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นงานพัฒนาพื้นที่และเพื่อให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ผลคือสภาองค์กรชุมชนที่เกิดขึ้นก็เป็นเวทีสำหรับขับเคลื่อนปฏิบัติการงานเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ เพราะตั้งจากพื้นฐานการปฏิบัติการของประเด็นงานพัฒนา ซึ่งลักษณะเช่นนี้คือ การที่คนนอกพื้นที่เข้าไปทำงาน แต่งานสภาองค์กรชุมชนที่แท้ควรเป็นงานของคนในพื้นที่
“หลายพื้นที่จึงเกิดคำถามว่า ตั้งสภาไปทำไม”อาจารย์สอรัฐกล่าว
อาจารย์สอรัฐกล่าวต่อไปว่า เจตนารมณ์ อุดมการณ์ของการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน คือ การคาดหวังผลลัพธ์ให้เกิด องค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถทำงานร่วมกับภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างได้รับการยอมรับ มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน รวมไปถึงการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน ชุมชนมีความเข้มแข็งในการจัดการทรัพยากร อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นได้
“นั่นคือประชาธิปไตยที่กินได้ และกันไม่ให้เพื่อนมากินของเรา” อาจารย์สอรัฐกล่าว
สำหรับข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากการวิจัย อาจารย์สอรัฐ กล่าวว่า เราควรทำให้งานสภาองค์กรชุมชนเป็นยุทธศาตร์การพัฒนา ไม่ใช่เป็นประเด็นงานพัฒนา ดังนั้นจึงควรจัดความสัมพันธ์กันใหม่ระหว่างงานสภาองค์กรชุมชน กับประเด็นงานพัฒนาต่างๆที่ลงไปสู่พื้นที่
และควรคิดว่าสภาองค์กรชุมชนเป็น เครื่องมือในการทำงานพัฒนา บทบาทของสภาองค์กรชุมชนควรเป็นหนุนเสริมให้เกิดการพูดคุยเรื่องที่เป็นสาธารณะของพื้นที่ เช่นที่ ตำบลพรุพี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ที่สามารถเชื่อมโยงกับอบต.และนำเรื่องปัญหาการชลประทานมาพูดคุยในที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล
ข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่งคือ การนำเสนอข้อมูลเพื่อให้เกิดการพูดคุย เช่นที่ตำบลพรุพี มีการถ่ายภาพวิดีโอให้เห็นสภาพปัญหาภัยแล้ง พื้นที่ต้นน้ำ ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ปรากฎว่าเกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนที่เห็นผลในการแก้ไขปัญหา ซึ่งน่าจะดีกว่าการนำเสนอข้อมูลในเชิงเอกสารซึ่งพี่น้องชาวบ้านมีข้อจำกัดในด้านนี้ อย่างไรก็ตามการมีการสนับสนุนจากภายนอก เช่น นักวิชาการไปทำงานวิจัยในพื้นที่ หรือนักพัฒนาเอกชนที่มีความรู้ในการวิเคราะห์ปัญหา เข้าไปหนุนเสริมการทำงานของสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ได้
 

รวมพลคนกาหยู จัดสมัชชาฉลองจัดตั้งสภาฯเต็มพื้นที่ พร้อมเชื่อมนโยบายท้องถิ่น

ระนอง/เสวนาเสริมสร้างความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชน สาธารณสุขจังหวัดเชื่อทิศทางต่อไปภาคประชาชนมีบทบาทกำหนดทิศการพัฒนา ด้านอบจ.รับพร้อมหนุนงบประมาณสู่สภาองค์กรชุมชน ภาคประชาชนเตรียมจัดสมัชชาสภาองค์กรชุมชนฉลองเป็นจังหวัดแรกสภาองค์กรชุมชนครบ 29 ตำบล ใน 5 อำเภอ ในช่วงปลายปี 2552
จังหวัดระนอง มีพื้นที่ 3,298.045 ตารางกิโลเมตร(2,061,281 ไร่) แบ่งเขตการปกครองเป็น 5 อำเภอ 29 ตำบล(ไม่รวมเทศบาลเมืองระนอง) ขณะนี้มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลเต็มพื้นที่อย่างเป็นทางการแล้ว และผ่านการยอมรับจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2552 นับเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลครอบคลุมทั้งจังหวัด

ทั้งนี้ปี 2551 มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 21 ตำบล และปี 2552 มีการตั้งเพิ่ม จำนวน 8 ตำบล รวมมีจำนวนกลุ่มชาวบ้านที่จดแจ้งเป็นองค์กรชุมชนภายใต้สภาองค์กรชุมชนจำนวน 158 องค์กร นอกจากนี้ที่ผ่านมามีการบูรณาการแผนกับหน่วยงานระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ทั้งเชิงประเด็นพื้นที่และระดับตำบล
นายสัญชาติ จีนพรัด ผู้แทนคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลกล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้เครือข่ายองค์กรชุมชนจ.ระนอง มีการสัมมนาเสริมสร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนตำบล ณ โรงแรมไฮเฟลอินน์ จังหวัดระนอง โดยมีเป้าหมายการจัดการตนเองของภาคประชาชนอย่างอิสระและมีสถานะของภาระกิจ ตามมาตรา 21 ของพรบ.สภาองค์กรชุมชนตำบล และที่ผ่านมามีการจัด เวทีเสวนา “ ทิศทางการหนุนเสริมสภาองค์กรชุมชนตำบลโดยหน่วยงานในท้องถิ่น”
นายสัญชาติ จีนพรัด ผู้แทนคณะทำงานส่งสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากนี้มีจะมีการจัดสมัชชาสภาองค์กรชุมชนตำบลประมาณ ต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 โดยมีเป้าหมายเพื่อประกาศ เจตนารมของสภาฯเพื่อนำสู่การทำแผนระดับตำบล ร่วมกับหน่วยงานเพื่อให้ทันกับการทำแผนงบประมาณของหน่วยงาน และความร่วมมือการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ เช่น เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย ขยะ และคนไทยพลัดถิ่น
นายแพทย์ธงชัย เกียจตะยากร สาธารณะสุขจังหวัดระนอง กล่าวว่า ทิศทางการทำงานของพื้นที่มีการพัฒนายกระดับมาพอสมควรโดยมีการเปลี่ยนแปลงจากรัฐสั่งการมาเป็นการรับฟังปัญหาของพื้นที่ และประชาชนเป็นผู้ร่วมกับภาครัฐ หรือท้องถิ่นในการทำงาน เช่น จังหวัดระนองในอนาคต 5 ปี คาดว่ามีปัญหาขยะเนื่องจากไม่สามารถเตรียมพื้นที่ในการรองรับกับปริมาณขยะได้ ที่ผ่านมาใช้วิธีขุดหลุมฝังตามที่ราบลุ่มแล้วใช้ดินฝังกลบ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อไปหน่วยงานของรัฐต้องให้ชุมชนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาด้วย ปัจจุบันกลุ่มองค์กรชุมชนมีฐานะทางกฎหมายคือ สภาองค์กรชุมชนตำบล มีภารกิจต้องเสนอแนะทิศทางการพัฒนาตำบลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง และให้มีกิจกรรมที่เชื่อมโยงคนเข้าด้วยกันที่เป็นเรื่องภาคภูมิใจในตัวเอง และวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
นายนภา นทีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง กล่าวว่า ภารกิจตามมาตรา 29 เรื่องงบประมาณ กฎหมายระบุไว้ว่าอาจหนุนงบประมาณแก่สภาฯ และมาตรา 27 แผนพัฒนาประจำปี ให้คณะกรรมการประมวลปัญหาของแต่ละสภาฯ มาเสนอในเวทีสมัชชาโดย เสนอ 2 ระดับ ตำบล และระดับจังหวัด โดยมีแผนเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน การฟื้นฟูภูมิปัญหาท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไป การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของชุมชน รวบรวมเป็นแผนงบประมาณเสนอตามหน่วยงานต่างๆที่มีภารกิจตามบทบาทหน้าที่ สำหรับการเชื่อมโยงกับ อบจ. เรื่องงบประมาณ ขณะนี้ทาง อบจ. รอหนังสือเวียนจากต้นสั่งกัดให้สั่งการ และอบจ. เตรียมแผนงานการหนุนงบฯรองรับไว้แล้วสำหรับการสนับสนุนสภาฯ แต่ให้ประเมินความสำคัญของแต่ละพื้นที่มาด้วย บางเรื่องที่ อบจ.หนุนงบประมาณไม่ได้ให้นำเรื่องเสนอ ช่องงบประมาณของผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นแผนยุทธศาสตร์และระบุพื้นที่การแก้ไขปัญหา สำหรับงบประมาณดูแผนงานที่สำคัญเชื่อมโยงกันหลายพื้นที “ เล็กๆไม่ ใหญ่ๆ อบจ.ทำ ”

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
912 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทร : 0-2378-8300-9 โทรสาร : 0-2378-8343
(แผนที่ตั้งสถาบันฯ)