playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน  สภาองค์กรชุมชนตำบล  จัดประชุมสรุปบทเรียนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสร้างการเรียนรู้  ค้นหาแนวทางพัฒนาระบบและนโยบายสาธารณะรองรับสังคมสูงวัยในระดับพื้นที่  ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กรุงเทพฯ  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 30 คน

วัตถุประสงค์ในการจัดประชุมครั้งนี้เพื่อสรุปบทเรียนบทบาทการทำงานของสภาองค์กรชุมชนในการรองรับสังคมสูงวัย  ยกระดับพื้นที่จริงสู่การขยายผล  และการทำงานอย่างต่อเนื่อง  การประสานความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องอย่างมียุทธศาสตร์  และร่วมกันยกระดับนวัตกรรมงานพัฒนา (พื้นที่/ประเด็น/ขบวนองค์กรชุมชน) ให้เกิดกระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่/วิเคราะห์โครงสร้างประชากร  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางในการทำงาน  ประชุมระดมความคิดเห็นและการพัฒนาข้อเสนอนโยบายฯ สรุปบทเรียนความรู้ ประสบการณ์ของพื้นที่ จัดเวทีย่อย/วิเคราะห์รายมิติ (เศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม สุขภาพ) ผลักดันแผนพัฒนาสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.)  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดทำธรรมนูญพื้นที่ /สุขภาพ

old1

          ประเด็นในการสรุปบทเรียน คือ การปลูกต้นไม้/ธนาคารต้นไม้เพื่อสร้างมูลค่า  นำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจทางเลือก (ชุมชน)/ท่องเที่ยวโดยชุมชน  การยกระดับการทำงานสร้างพื้นที่รูปธรรมและขยายผลให้เต็มพื้นที่  การสร้างนวัตกรรมการขับเคลื่อนหรือการพัฒนาระบบกองทุนสวัสดิการเพื่อรองรับสังคมสูงวัยตั้งแต่ เกิดจนตาย การเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัด การเข้าถึงงบประมาณของรัฐ การพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่าย

                ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา พอช.ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนได้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสร้างการเรียนรู้  ค้นหาแนวทางพัฒนาระบบและนโยบายสาธารณะรองรับสังคมสูงวัยในระดับพื้นที่  ในพื้นที่ 5 จังหวัด  20 ตำบล  เช่น สภาองค์กรชุมชนตำบลโนนสะอาด  จังหวัดขอนแก่น,สภาองค์กรชุมชนตำบลบางมะพร้าว จังหวัดชุมพร,สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ จังหวัดระยอง, สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเขาดิน จังหวัดสุพรรณบุรี,สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่แฝกใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

old2.JPG

นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจผู้สงอายุ และธนาคารต้นไม้  เช่น การปลูกต้นสัก 30 ปี  ต้นไม้มีมูลค่า 500 บาท/ต้น/ปี  เป็นการลงทุนทางเศรษฐกิจ  มิใช่เพียงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้  ซึ่งผู้สูงวัยสามารถทำได้โดยไม่ต้องของบประมาณจากรัฐ  โดยใช้องค์กรต่างๆ ที่เป็นสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล 150,000 องค์กรขับเคลื่อนประเด็นงานผู้สุงอายุ  ทำเป็นนโยบายเพื่อเสนอรัฐบาลชุดใหม่  เช่น เรื่องเศรษฐกิจผู้สูงอายุ  ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนงานพัฒนาผู้สูงอายุ

“สภาองค์กรชุมชนตำบลและสวัสดิการชุมชนต้องจัดทำแผนงานเพื่อรองรับ ‘สังคมสูงวัยเชิงพื้นที่’ การออกแบบชุมชนให้คนทุกช่วงวัยอยู่ร่วมกัน  ออกแบบชุมชนโดยใช้ยูนิเวอร์แซลดีไซน์ (การออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่ม เช่น  ผู้สูงวัย คนพิการ) เช่น โครงการบ้านมั่นคง  ต้องออกแบบใหม่เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้  สวัสดิการชุมชนกับสภาองค์กรชุมชนตำบลต้องร่วมมือกันทำงาน เป็นทิศทางสำคัญในการร่วมกันจัดทำแผนงาน  โดยพื้นที่ 5 จังหวัดนำร่องต้องมีแผนงานรองรับอย่าวน้อย 20-30 โครงการ เป็นจุดเริ่มต้นในการรองรับสังคมผู้สูงวัยทั้งปัจจุบันและในอนาคต”  นายอัมพรเสนอความเห็น

old3.JPG

นายชาติชาย เหลืองเจริญ  ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคตะวันออก กล่าวว่า ประเด็นสังคมสูงวัยของคนทั้งประเทศ  ได้ถูกเสนอที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ  ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในเชิงพื้นที่  เรื่องเด่น คือ การให้ความเห็นแนวนโยบายสาธารณะที่สำคัญกับพี่น้องในชุมชน  สภาองค์กรชุมชนตำบลต้องมีบทบาทส่งเสริมให้พี่น้องในพื้นที่เกิดกระบวนการสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

“วันนี้ทิศทางการขับเคลื่อนอยู่ที่ชุมชนต้องเป็นผู้กำหนดนโยบาย ให้รัฐส่งเสริม  หนุนเสริม  เรื่อง สุขภาพ  เศรษฐกิจ  ยกระดับคนรุ่นใหม่สู่การคิดเพื่อจัดการตนเอง  สร้างความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชนให้สามารถจัดการตนเองได้  เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายของท้องถิ่นต่อไป”  นายชาติชายกล่าว

old4.JPG

ทั้งนี้แนวทางการขับเคลื่อนพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยในชุมชน ระยะแรก คือ การเตรียมความพร้อม  สร้างความตระหนักว่า “สังคมสูงวัย” ไม่ใช่แค่เรื่อง “ผู้สูงอายุ” การวิเคราะห์โครงสร้างประชากร การพัฒนากลไกความร่วมมือการขับเคลื่อนสังคมสูงวัย การพัฒนาระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้องการพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยการใช้สื่อเพื่อสร้างความเข้าใจ

ระยะที่สอง  คือ การส่งเสริมการออม ธนาคารต้นไม้ ปลูกไม้เศรษฐกิจ และการสร้างเศรษฐกิจทางเลือก การส่งเสริมอาชีพแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม  การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การส่งเสริมและการจัดการสุขภาพโดยชุมชน การพัฒนาศักยภาพ สร้างการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 

ระยะสุดท้าย สภาองค์กรชุมชนกับการเชื่อมกับโครงสร้างอำนาจทางการเมือง การปฏิบัติการขับเคลื่อนให้เกิดรูปธรรมในแต่ละมิติ (เศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม สุขภาพ) การพัฒนาความรู้ วิชาการ สื่อสารสู่สาธารณะ

ส่วนข้อเสนอต่อการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสร้างการเรียนรู้ ค้นหาแนวทางพัฒนาระบบและนโยบายสาธารณะรองรับสังคมสูงวัยในระดับพื้นที่ คือการทบทวนสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ประเทศไทยกับ “สังคมสูงวัย” ไม่ใช่เรื่อง “ผู้สูงอายุ” การยกระดับคุณภาพงานต้องอาศัยบทบาทสภาองค์กรชุมชนตำบล/ชาติ เพื่อสร้างขบวนเคลื่อนไหวการขับเคลื่อนสังคมสูงวัย

old5.JPG

การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหา ซึ่งสภาองค์กรชุมชนต้องคิดการเชื่อมกับโครงสร้างอำนาจทางการเมือง การปฏิบัติการในรูปแบบใหม่ แชร์ประสบการณ์ทั้งหมดเพื่อวางแผนการขับเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนติดตามข้อเสนอและการขับเคลื่อนต่อในอนาคต

ส่วนสถานการณ์ผู้สูงวัยในประเทศไทย  ปัจจุบันคนไทยมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.4 เดือนต่อปี  เนื่องมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่และเทรนด์สุขภาพที่มาแรง  ทำให้คาดการณ์อายุขัยเฉลี่ยคนไทยอยู่ที่ 75.3 ปี และเมื่อประมาณการตามรุ่นอายุ  มีความเป็นไปได้ว่าคนไทยที่เกิดในปี 2559 จะมีอายุยืนถึง 100 ปี  โดยในปี 2564 จะมีผู้สูงอายุในประเทศมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด  ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องพัฒนาเมืองเพื่อรองรับการใช้ชีวิตสังคมสูงวัย  ความท้าทายจากการก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ คือ ประชากรสูงอายุ จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมได้อย่างไร และกลุ่มประชากรก่อนวัยผู้สูงอายุ จะมีการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ ที่มีคุณภาพได้หรือไม่

old6.JPG

 

old7.JPG

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter