playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เป็นเวลากว่า 100 ปี ที่เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ฝากไว้กับการทำเหมืองแร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแร่ดีบุก การทำเหมืองแร่ชักนำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้าสู่เกาะภูเก็ตทั้งฝรั่ง จีน และคนไทยจากทุกสารทิศ ทั้งในฐานะของเจ้าของสัมปทาน เสมียน คนงานรับจ้างในเหมืองแร่ ตลอดจนเข้ามาทำมาค้าขาย ตลอดจนอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย และการทำเหมืองแร่นี่เองที่สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆ มาเป็นเวลานาน จนกระทั่งการทำเหมืองแร่ซบเซาราวๆ 40 ปีก่อน คงทิ้งไว้แต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นอารยธรรมของผู้คน ตลอดจนขุมเหมืองร้างกระจายอยู่ทั่วเกาะภูเก็ต ตามมาด้วยปัญหาเรื่องที่ดินที่คาราคาซังจนถึงปัจจุบัน

          ลุงสมพร  ไก่แก้ว  อดีตคนงานเหมืองแร่จากนครศรีธรรมราช ที่เจ้าของเหมืองให้เฝ้าที่ดิน หลังจากที่เหมืองแห่งนี้ปิดกิจการลง โดยลุงสมพร  คิดเพียงว่าเหมืองแห่งนี้คือที่ดินของเฒ่าแก่ ในฐานะลูกจ้าง เขาให้เฝ้าก็ต้องเฝ้า อาศัยเพิงพักที่สร้างขึ้นมาแบบง่ายๆ พอเป็นที่ซุกหัวนอน ชีวิตในแต่ละวัน ก็มีแต่คำว่า “เฝ้าที่” ก้องอยู่ในสมองตลอดเวลา มีเวลาว่างก็เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ หาปลา พอมีเงินซื้อข้าวปลาอาหาร ข้างๆ เพิงพักก็ปลูกผักสวนครัวไว้กิน เวลาผ่านไปนานเท่านานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลุงพรก็ใช้เวลาว่างปลูกต้นจากริมขุมเหมืองเพียงให้มีใบจากสูบยา

line 8637323821052

          เวลาผ่านไป เจ้าของเหมืองก็ไม่เคยติดต่อมา ที่ดินก็มีต้นไม้โตขึ้นจนมีสภาพเป็นป่าละเมาะ ลุงพรเห็นว่าที่ดินซึ่งเป็นเหมืองเก่าแห่งนี้จำนวน 114 ไร่ ว่างเปล่า จึงได้ไปชวนญาติพี่น้องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชบ้านเกิดเข้ามาอยู่อาศัยเป็นเพื่อนอีกหลายครอบครัว ใครพอใจอยู่ตรงไหนก็ตกลงกัน แล้วสร้างกระท่อมอยู่เป็นการชั่วคราว แล้วไปทำงานรับจ้างในเมือง หาเงินสร้างบ้านที่ถาวรไปเรื่อยๆ

          เมื่อมีที่อยู่ถาวรแล้ว เห็นว่ายังมีที่ว่างอีกมากก็ชวนเพื่อนเข้ามาจับจองสร้างบ้านให้อุ่นใจเพราะบริเวณนี้เป็นที่เปลี่ยว ขโมยก็มาก อยู่กันหลายครอบครัวจะได้ช่วยกันดูแล จนกลายเป็นชุมชนเรียกว่า “กิ่งแก้วซอย 2”

          นายนิยม สว่างศรี  ปัจจุบันคือประธานชุมชนกิ่งแก้ว ซอย 2 ให้ข้อมูลว่า เหมืองเก่าบริเวณนี้มีกว่า 500 ไร่ ซึ่งมีชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยไม่ต่างจากกิ่งแก้วซอย 2 ปัจจุบันมีอยู่ 4 ชุมชน คือ กิ่งแก้วซอย 1 กิ่งแก้วซอย 2 กิ่งแก้วซอย 9 และกิ่งแก้วซอย 10 ทั้งหมดอยู่ในเขตตำบลรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

thumbnail_line_8638342234667.jpg

ที่ดินมีปัญหานำมาซึ่งการรวมกลุ่ม

          ประมาณปี พ.ศ.2542 เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาจับกุมชาวบ้าน เฉพาะที่สร้างบ้านใหม่ ในข้อหาบุกรุกที่ดิน ทำให้ชาวบ้านเริ่มระแวงสงสัย เพราะอยู่มากว่า 20 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหา ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาสอบถาม จนกระทั่งเมื่อประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมา จึงได้รวมกลุ่มพูดคุยหาทางออกร่วมกัน ทำให้ทราบข้อมูลว่า ที่ดินนี้ซึ่งเป็นเหมืองเก่า เจ้าของได้รับสัมปทานจากกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งได้หมดอายุสัมปทานไปแล้วกว่า 40 ปี

          ต่อมาเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต ซึ่งเป็นเครือข่ายชาวบ้านที่รวมตัวกันแก้ไขปัญหาของคนจนด้วยกันก็ได้เข้ามาให้ความรู้กับชาวชุมชนกิ่งแก้วซอย 2

          นายนิยม  สว่างคีรี  ประธานชุมชนเล่าอีกว่า “แรกๆ ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ เราไม่รู้กฎหมาย แต่เครือข่ายก็ชี้แจงให้เราเข้าใจว่าถ้าเราไม่รวมกลุ่มกันให้เข้มแข็ง ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เครือข่ายเล่าให้พวกเราฟังว่า ตอนนี้มีชุมชนที่มีปัญหาแบบเดียวกับเราในภูเก็ต จำนวนมากรวมตัวกันเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วกลับไปทำงานพัฒนาในชุมชนทำให้ชุมชนเข้มแข็ง จากนั้นทำให้พวกเราเข้าร่วมกับเครือข่ายได้ความรู้เห็นทางออก จึงได้ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้น คือ “กลุ่มออมทรัพย์รักษ์กิ่งแก้ว ซอย 2” แรกๆ ก็มีสมาชิกไม่กี่คนแต่ปัจจุบันมีสมาชิก 340 คน มีเงินออมกว่า สามแสนบาท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กลุ่มออมทรัพย์ประชาราษฎร์พัฒนา (กิ่งแก้วซอย 2)” โดยเราแบ่งเงินจำนวน 100,000 บาท ไปฝากไว้กับธนาคารเครือข่าย มีเหลือก็เก็บไว้ในกลุ่มยังไม่ปล่อยกู้เนื่องจากเงินยังน้อย แต่ในอนาคตก็จะพูดคุยวางกติกาเรื่องการใช้เงินอีกครั้ง

          ประธานชุมชนกิ่งแก้วซอย 2 เล่าอีกว่า เราร่วมกับเครือข่ายได้ประมาณ 3 ปีนี่เอง ทำให้เราเห็นและได้เรียนรู้จากเพื่อนๆ ชุมชนอื่นในภูเก็ต ในภาคใต้ และทั่วประเทศ ทำให้เราหูตากว้างขึ้น รู้ว่าคนที่เดือดร้อนอย่างเรามีอยู่ทั่วประเทศ ทุกคนเสียสละร่วมมือกันจึงแก้ปัญหาได้ ดังนั้น การเข้าร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ตทำให้มั่นใจว่าจะทำให้เราแก้ปัญหาของชุมชนได้ ซึ่งหลังจากเข้าร่วมกับเครือข่าย ทำให้เรามีความเข้าใจงานพัฒนามากขึ้น เข้าใจว่าปัญหามีความซ้ำซ้อน แก้ตามลำพังไม่ได้ต้องร่วมกับคนอื่น ต้องเรียนรู้มากๆ เรียนรู้ไม่หยุด รู้กฎหมาย รู้ปัญหาของโลก ของประเทศ และรู้จักจังหวัดภูเก็ต ทำให้เราเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน มันมีสาเหตุมาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

          จากสิ่งที่เราได้เรียนรู้ทำให้ต้องหันกลับมาพัฒนาตัวเอง เพื่อก้าวให้ทัน และต้องทำให้ชาวบ้านในชุมชนเข้ามารับรู้และเห็นปัญหาเหมือนที่เราเห็น เราชวนชาวบ้านเข้าร่วมกับเราโดยสร้างกิจกรรมต่างๆ มากมาย เราคิดว่าทำแต่กลุ่มออมทรัพย์ไม่พอต้องทำทุกเรื่อง

          เราเรียนรู้กับเพื่อนเรื่องการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน ชุมชนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติด้วยตัวเอง เรามีการอบรมอาสาภัยพิบัติ ฝึกซ้อมกันเป็นระยะ ยามไม่มีภัยเราก็ใช้ทีมนี้ ซึ่งมีอยู่กว่า 30 คน ช่วยเหลืองานบริการสังคม ยามมีภัยพิบัติที่อื่น เช่น คนนครศรีธรรมราชประสบภัย “ปาบึก” เราก็ส่งคนไปช่วย

line_8634875447282.jpg

          เรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมก็เป็นประเด็นที่ชุมชนกิ่งแก้วซอย 2 ให้ความสำคัญ เราจะมีการจัดเก็บขยะที่ถูกน้ำทะเลพักเข้าฝั่ง ปีละ 2 ครั้ง และรณรงค์ให้ชาวบ้านจัดการขยะในครัวเรือน นอกจากเรื่องขยะแล้วในชุมชนยังมีที่สาธารณะที่เรากันเป็น ป่าชุมชนกว่า 20 ไร่ เราก็ช่วยกันปลูกป่าเสริมกว่า 2,000 ต้น ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

          “มีชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งจับจองที่เอาไว้ไม่ทำประโยชน์อะไรเขาบอกว่า ถ้าชุมชนจะปลูกป่าให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วมก็ยินดียกให้ เราจึงคิดว่าในอนาคตจะปลูกป่าเพิ่มอีก 20 ไร่ เพื่อให้ป่าสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำต่อไป”

          นอกจากนี้ในชุมชนยังมีกองทุนฌาปณกิจ ตอนนี้มีสมาชิกกว่า 300 คน ถ้าสมาชิกคนหนึ่งคนใดเสียชีวิต สมาชิกทุกคนจะต้องสมทบเงินค่าทำศพ คนละ 110 บาท รวมทั้งมีเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กยากจนทุกปี และที่สำคัญในโลกของการสื่อสารทางชุมชนก็ส่งชาวบ้านไปอบรม การจัดทำสื่อเป็นผู้สื่อข่าวชุมชนอีกด้วย

messageImage_1559277593745.jpg

          “เมื่อก่อนเห็นยาม (รปภ.) เดินมาก็วิ่งแล้ว”

          ชาวบ้านผู้หนึ่งเล่าให้ฟ้ง เมื่อถามว่าการเข้าร่วมกับเครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต เกิดประโยชน์อะไรกับชาวบ้านบ้าง

          “ตอนนี้เรามีข้อมูล พอรู้กฎหมาย ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น และรู้แนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา การทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ทำให้มีความสามัคคีช่วยเหลือกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่เหมือนแต่ก่อน ชุมชนมีกิจกรรมจัดงานชาวบ้านก็มาช่วยเหลือกันดี ที่สำคัญก็คือเราได้รับการยอมรับจากภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น”

แก้ปัญหาที่ดินได้ ทุกอย่างก็จบ

          มาถึงวันนี้พวกเราชาวชุมชนกิ่งแก้วซอย 2 มีเป้าหมายร่วมกัน มีดาวดวงเดียวกัน คือ การสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เพราะปัจจุบันเราอาศัยอยู่บนที่ดินของรัฐ แม้ว่าทุกวันนี้รัฐจะยังไม่มาขับไล่ แต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจึงต้องร่วมกันสร้างความมั่นคงให้กับลูกหลาน

          ทุกวันนี้การอยู่บนที่ดินของผู้อื่น ซึ่งเราไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ทุกคนมองว่า เราคือคนชั้นสอง ไม่ได้รับความเชื่อถือจากสังคม มีทะเบียนบ้านชั่วคราว ค่าน้ำก็แพง คนอื่นใช้ยูนิตละ 6 บาท เราใช้ 30 บาท ค่าไฟก็ต้องต่อพ่วงจากคนอื่นและจ่ายในราคาแพง ถนนหนทางก็ไม่ได้รับการดูแล การช่วยเหลือจากรัฐก็ไม่ทั่วถึง ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเรื่องที่ดิน ถ้าแก้ปัญหาที่ดินได้ ทุกเรื่องก็แก้ได้ พวกเราทุกคนเข้าใจปัญหาร่วมกันอย่างนี้ ดังนั้นจึงร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต เครือข่ายเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (Pmove) เรียกร้องเรื่องสิทธิการจัดการร่วมในที่ดิน หรือโฉนดชุมชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างผลักดันให้เป็นกฎหมายมารองรับ แต่ในทางปฏิบัติเราก็ใช้แนวคิดโฉนดชุมชนมาดำเนินการอยู่บ้างแล้ว รวมทั้งความพยายามในการฟื้นเหมืองเก่าให้เป็นป่าชุมชนที่ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมและไม่มีการบุกรุกเพิ่ม

 line_8636411243513.jpg

ก้าวสู่บ้านมั่นคง

          ถึงแม่ว่าชุมชนกิ่งแก้วซอย 2 หรือชุมชนประชาราษฎร์พัฒนา (กิ่งแก้ว 2) จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาได้ไม่นาน และเข้าเคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ตได้เพียง 3 ปี แต่ด้วยตระหนักและมีเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน นั่นคือการสร้างความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย โดยจัดการแบบกรรมสิทธิ์ร่วมหรือโฉนดชุมชน จึงทำให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งชุมชนในหลากหลายรูปแบบ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

          การพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบ “บ้านมั่นคง” เป็นงานพัฒนาที่สำคัญที่ชาวชุมชนจำนวน 350 ครอบครัว กำลังไปให้ถึง โดยมีการออมทรัพย์เพื่อเตรียมพร้อมอยู่แล้ว จากนั้นก็มีการสำรวจข้อมูลครอบครัวชุมชนทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคและอุดหนุนการสร้างบ้านจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

          ในโครงการประกอบด้วยการทำถนนภายในชุมชน การพัฒนาซอยต่างๆ ซึ่งมีอยู่ 13 ซอย จากสภาพที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ต่ำและมีสภาพน้ำท่วมในหน้าฝน มีการพัฒนาคูระบายน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบประปา ไฟฟ้า จากเดิมซึ่งต้องอาศัยและจ่ายค่าไฟและน้ำจากภายนอกในอัตราที่สูง และที่สำคัญก็คือการสร้างศาลาหมู่บ้านใช้เป็นที่ประชุมพบปะหารืองานพัฒนาชุมชน

          “เราจะสร้างศาลาหมู่บ้านบริเวณใกล้กับป่าชายเลน เนื่องจากจะได้ร่วมกันดูแลรักษาป่าป้องกันการบุกรุกป่าชายเลน และสะดวกต่อการศึกษาดูงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนของชุมชน และหลังจากมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการปรับภูมิทัศน์ภายในชุมชนให้น่าอยู่น่ามอง โดยการรณรงค์ให้แต่ละครอบครัวทำสวนครัวหน้าบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเป็นระเบียบแล้ว ยังจะเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน มีอาหารปลอดภัยรับประทานอีกด้วย” ประธานชุมชนเล่าให้ฟัง

          รูปธรรมงานพัฒนาที่กิ่งแกล้ว ซอย 2 จึงไม่เพียงเป็นการทำเหมืองเก่าให้เป็นชุมชนน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นชุมชนที่มีป่าชุมชนที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน เป็นชุมชนที่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี มีภูมิทัศน์ที่น่าอยู่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความเข้มแข็งของชุมชนที่เห็นปัญหาร่วมกันนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายร่วมกันนั่นคือ “หากแก้ปัญหาที่ดินได้ ทุกเรื่องก็แก้ได้” ซึ่งทุกวันนี้ทุกคนกำลังจะถึงเป้าหมายนั้นแล้ว

line_8636872700898.jpg

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter