playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

NAPO

ตำบลนาโพธิ์  อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร ถือเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาที่ดินที่ริเริ่มโดยชาวบ้าน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกลสำคัญ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบประกอบด้วยป่าละเมาะและสวนผลไม้ ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมมีฝนตกชุกชุมเกือบตลอดปีโดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ตะวันออกเฉียงใต้  ในช่วงเดือนพฤษภาคม  -  กันยายน  อิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์  -  เมษายน  มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยปีละ  1800-2000  มิลลิลิตร 

สภาพการถือครองที่ดินที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ซึ่งปัจจุบันเกิดความสับสนระหว่างแนวเขต เพราะ ชุมชน บอกว่าอยู่อาศัยก่อน ประกาศ ส่วนทางภาครัฐแจ้งว่าชุมชนบุกรุกที่ดินของรัฐ บุกรุกป่า  พื้นที่สาธารณะประโยชน์ทุ่งเลี้ยงสัตว์ป่าควนหมี เนื้อที่ 5,000 ไร่หมู่ที่ 2บ้านนาครามหมู่ที่ 3 บ้านสวนทุเรียน หมู่ที่ 7 บ้านควนตะล่อม หมู่ที่ 8 บ้านห้วยกรวด  ต.นาโพธิ์ มีข้อมูลผู้เดือดร้อนจำนวน  230  คน จำนวนแปลง  320 แปลง  ที่ดิน  2,470.5  ไร่  จำนวนหมู่บ้าน  3  หมู่บ้านจากทั้งหมด  8  หมู่บ้านอยู่ในเขตทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ป่าควนหมี

NAPO1.png

พื้นที่ป่าสงวนป่าหนองห้างเกาะเรือโกลน เนื้อที่ หมู่ 2 จำนวน 24 แปลงจำนวน 236 ไร่ หมู่ 4 จำนวน 90 แปลง จำนวน 446.5 ไร่ หมู่ 8 จำนวน 148ไร่ จากการไปลงหลักเขตในตำบลท่าหิน ทำให้ชาวบ้านเกิดความสับสนและขาดความมั่นใจในการถือครองสิทธิที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย  ประกอบกับ มีการประกาศยกเลิกการเก็บภาษีที่ดิน ตามเอกสาร ภบท. 5 ทำให้ชาวบ้าน อยู่กันอย่างขาดความสุข

สถานการณ์ปัญหาที่ดิน ความไม่มั่นใจในสิทธิการครอบครองที่ดิน บั่นทอนความรู้สึกของชาวบ้านมากยิ่งขึ้น  การปักแนวเขตของรัฐ การประกาศตัดทำลายต้นผลของชาวบ้าน ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเพราะรัฐได้ประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้านพื้นที่ ตำบลนาโพธิ์

สภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินโดยเชื่อมโยงกับกลุ่มองค์กรกับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและทรัพยากรฯ  รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน เพื่อร่วมกำหนดแผนการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมจากท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการกั้นแนวเขตป่าชุมชน

จากการดำเนินงาน ได้รับการออกหนังสือรับรองสิทธิ์ในที่ดินทำกิน จำนวน 327แปลง และยังได้จัดทำข้อมูลขอบเขตพื้นที่ป่านำเสนอต่อหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงาน ได้ประกาศให้เป็นป่าชุมชน จำนวน 2 แปลง ซึ่งมีทั้งแปลงป่าพรุและป่าเนินเขา

 NAPO2.png

 

เกิดคนทำงานในพื้นที่ 

 

NAPO4.jpgNAPO3.jpg
ทำข้อมูลรายแปลง GPS

จากการสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินจนบรรลุเป้าหมายชาวบ้านผู้เดือดร้อนหน่วยงานภาครัฐได้รับรองสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้ชาวบ้านไปแล้วประมาณ 80 % ของผู้เดือดร้อนทั้งตำบล ภายใต้การวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เดือดร้อนระดับตำบล คณะทำงานที่ดินทำกินและสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล ได้วิเคราะห์ข้อมูลแต่ละด้าน เพื่อกำหนดแผนพัฒนาเสนอแนวทางในการแก้ไขชุมชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ

ทั้งนี้ข้อมูลในบางส่วนคณะทำงานได้รวบรวมจัดทำชุดองค์ความรู้เผยแพร่ทั้งในระดับจังหวัดและภาค ส่วนกลางไปแล้ว ส่วนข้อมูลในบางเรื่อง คณะทำงานได้รวบรวมเสนอต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอและจังหวัด โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้จัดรวบรวมทำแผนพัฒนาของแก้ไขปัญหา ในแต่ละด้านของชุมชน

ไม่เพียงปัญหาด้านที่ดินเท่านั้น จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงทรุดโทรมซึ่งตำบลนาโพธิ์ เป็นตำบลที่เก่าแก่และคนรุ่นใหม่เรียนจบก็ไปทำงานนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ 80 % ของประชากรในตำบลเป็นคนรุ่นเก่าอยู่เฝ้าบ้านเลี้ยงหลานและประกอบอาชีพเล็กๆน้อยๆ พอมีรายได้ประทังชีวิตไปวันๆ จึงไม่มีความสามารถที่ซ่อมแซมต่อเติมพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มั่นคงถาวรได้ บางครอบครัวที่ลูกหลานส่งเงินมาช่วยเหลือแต่หลายครอบครัวไม่มีลูกหลานส่งเสียทำให้อยู่อาศัยแนบจำยอม

ดังนั้นคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลและสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ จึงได้มีการประชุมใหญ่เพื่อกำหนดแผนพัฒนาชุมชนร่วมกัน 2 ฝ่าย กองทุนสวัสดิการชุมชนและกองทุนที่ดินทำกินที่บริหารโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ ได้กำหนดเป็นแผนพัฒนา 2 เรื่อง คือ เรื่องอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านผู้ยากไร้ในชุมชนตำบลและเรื่องที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงของผู้ยากไร้

โดยให้ทั้ง 2 กองทุนปรับระเบียบมาดูแลชาวบ้านผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสเพื่อช่วยเหลือทั้งในด้านอาชีพและที่อยู่อาศัยในรูปกองทุนหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่ครอบคลุมทุกด้าน

ดังนั้นสภาองค์กรชุมชนจึงทำแผนงานโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่จะดูแลผู้ยากไร้ผู้ด้อยโอกาสเรื่องที่อยู่อาศัยบ้านพอเพียงซึ่งเป็นนโยบายที่สอดรับกับปัญหาในชุมชนอย่างแท้จริงที่จะนำไปสู่การลดความเลื่อมล้ำทางสังคมสร้างความเสมอภาค สร้างการเข้างบประมาณที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ประชาชนต้องมั่นคง ยั่งยืน  ซึ่งนโยบาย 5 ปี ของรัฐบาล เรื่องบ้านพอเพียงเป็นนโยบายที่เปิดให้ชุมชนได้ยกระดับในการขับเคลื่อนงานแบบมีส่วนร่วมกับฝ่ายและทุกภาคส่วนสู่ความมั่นคงของภาคประชาชน

 

การดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทได้เริ่มจากการ เปิดเวทีทำความเข้าใจกับท้องถิ่น/ท้องที่/ผู้เดือดร้อน/คณะขับเคลื่อนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  พิจารณาของผู้เดือดร้อนของแต่ละหมู่บ้านตามความเหมาะสมและเป็นจริง ติดตามหนุนเสริมทุกหมู่บ้านให้เป็นไปตามข้อตกลงของคณะทำงานระดับตำบล ร่วมประเมินสินค้าและค่าอุปกรณ์ในการซ่อมสร้างของแต่ละหลังในทุกหมู่บ้านอย่างมีส่วนร่วม จัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อนเพิ่มเพื่อทำแผนพัฒนาในปีถัดไป(ข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยและด้านอาชีพ) จัดทำรายงานผลตามระยะเวลาตามไตรมาสงบประมาณ(ตามข้อตกลงในแต่ละกิจกรรมของโครงการ)

NAPO5.pngNAPO6.png

NAPO7.pngNAPO8.png

NAPO10.jpgNAPO11.jpg

ภาคีความร่วมมือการดำเนินงาน

จากการดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงาน ทำให้งานสำเร็จไปตามเป้าหมายทำให้ชาวบ้านมีบ้านที่มั่นคงได้ 24 หลังและยังได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาเทศบาลตำบลปี 2562  ในเรื่องที่สำคัญได้แก่ (1) การคัดแยกขยะจำนวน 10,000 บาท และ (2) การฝึกอบรมอาชีพและฝีมือชุมชน จำนวน 30,000 บาท โดยในระยะต่อไปจะขยายการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านผู้เดือดร้อนผ่านกองทุนที่อยู่อาศัยตำบล และจัดทำข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือต่อเนื่อง

 

 

 

ติดต่อประสานงาน     นางเรวดี ศรีแก้ว

ตำบลนาโพธิ์ อำภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80110 โทร.081-9787779

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter