playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                                                                                รายงานโดย พอช.สำนักงานภาคกลางและตะวันตก

6593

วันที่ 9 เมษายน 2562 พอช. สำนักงานภาคกลางและตะวันตก และขบวนองค์กรชุมชน ร่วมหารือกับ สสส. สำนัก 6 เพื่อหาแนวทางสร้างกลไกความร่วมมือใหม่ของขบวนองค์กรชุมชนในระดับจังหวัด ในการเชื่อมโยงคนและทรัพยากรในพื้นที่ ผ่านการทำความร่วมมือระหว่าง พอช. และ สสส. (สน.6) เพื่อให้เกิดผลในภาพใหญ่ โดยเป็นการจับมือทำงานร่วมกันขององค์กรและขบวนชุมชนทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายสร้างเวทีเรียนรู้ร่วมกันของสองขบวน

6595.jpg

นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีการจัดเวทีร่วมมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชิญขบวนชุมชนที่ทำงานร่วมกับทั้ง พอช. และ สสส. (สำนัก 6) ในโซนพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก เพื่อให้ 2 ขบวนได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงานร่วมกัน สำหรับครั้งนี้ ได้มีการหารือร่วมระหว่าง พอช. สสส. (สน.6) และผู้แทนขบวนชุมชน เพื่อออกแบบการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งวางแผนร่วมในระดับพื้นที่ และการพัฒนาคน ยกระดับและเชื่อมโยงการทำงานในระดับภูมินิเวศน์ ตลอดจนการยกระดับการทำงานร่วมกันของ 3 ฝ่าย

“เราจะใช้ขบวนจังหวัดเป็นกลไกการขับเคลื่อนงาน และหากจะกำหนดการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน ต้องมีพื้นที่ดำเนินการอย่างจริงจัง เห็นผลการเปลี่ยนแปลง หากดีจริงก็จะขยายผลด้วยตัวเอง โดยในเวทีนี้จะมีการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการร่วม โดยมีคณะทำงานมาทำงานร่วมและกำกับติดตาม เป้าหมายทำทั้ง 16 จังหวัด แต่ในช่วงแรกจะทำนำร่องในพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน” ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตกกล่าว

นายปิยะ พวงสำลี ภาคีร่วมพัฒนาภาคประชาสังคม ภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า พอช. มีขบวนจังหวัดเป็นกลไกหลัก หากต้องการยกระดับศักยภาพการทำงานเป็นทีมแห่งการเรียนรู้และยกเป็นเครือข่าย ทุกฝ่ายต้องมาออกแบบการทำงานร่วมกัน วันนี้ขบวนจังหวัดเป็นขบวนที่ทำงานมาต่อเนื่อง แต่มาในระยะหลังการมีส่วนร่วม ความเป็นทีมลดลง เป็นการทำงานตามตัวชี้วัดของ พอช. เพียงไม่กี่ประเด็นงาน ยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาเชิงจังหวัดหรือเชิงพื้นที่ การอาศัยโหนดเป็นพื้นที่ทำงาน ควรมีการออกแบบใหม่ในลักษณะของความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไร

“เงินที่ลงมาหมู่บ้าน ชุมชนมีมาก โดยผ่านหน่วยงานต่างๆ แต่เงินที่มาพร้อมกับกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดทัศนคติที่เชื่อมั่นตัวเอง ตอบโจทย์พื้นที่ และเจ้าของงบประมาณ ต้องมาออกแบบให้ดีตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่อย่างนั้นเมื่อเงินลงไปแล้วจะเกิดข้อจำกัดในการควบคุมและติดตามผลลัพธ์ ดังนั้น การทำงานในรูปแบบใหม่จะต้องนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นในการจัดการตนเอง การทำงานเป็นทีม สามารถทำเรื่องใหญ่และยากขึ้นได้” นายปิยะกล่าว  

6590.jpg

พระอมรมิตร คัมภีรธัมโม คณะอนุกรรมการภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านกำลังพูดถึงนวัตกรรมใหม่ พื้นที่จัดการตนเอง แต่มีข้อจำกัด คือ ระบบสนับสนุนทำให้ขบวนชุมชนไม่สามารถเคลื่อนไปตามฝันที่ตนเองออกแบบได้ ทั้งนี้ ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา มีการกระจายอำนาจลงไปที่ตำบลโดยตรง เห็นโครงสร้างบางอย่างที่เป็นจุดอ่อน และพบว่าคานงัดที่แท้จริงอยู่ที่จังหวัด แต่จังหวัดไม่สามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำบลได้

“การกระจายอำนาจเอางบลงพื้นที่แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับจังหวัด ภาค หรือประเทศได้ ดังนั้น วิธีคิด คือ มาคุยออกแบบร่วมกับ สสส. ไม่ใช่เพียงการทำบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์กรกับพื้นที่ แต่เป็นการทำความร่วมมือระหว่างองค์กรกับองค์กรก่อน ทั้งนี้ เราพบว่าแม้ว่าจะมีการผลักดัน พรบ.สภาองค์กรชุมชนจนเป็นผลสำเร็จ แต่ก็มีข้อจำกัด ตอนนี้เราคุยกันเรื่องนวัตกรรม พื้นที่จัดการตนเอง แต่เราไม่มีงบประมาณในการขับเคลื่อนงาน ซึ่ง สสส.มีงบประมาณในส่วนนี้ จึงเห็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมระหว่างองค์กรกับองค์กร เพื่อให้เกิดผลในภาพใหญ่ ไม่ใช่เป็นเพียงการทำงานในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะ พอช.ที่ต้องมาออกแบบ แต่เป็นเรื่องที่ต้องคุยร่วมกัน ครั้งนี้จะเป็นการจับไม้จับมือแล้วหาพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกันอย่างจริงจัง” พระนักพัฒนาในพื้นที่ภาคกลางกล่าว

ด้านนางเข็มเพชร เลนะพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของ สสส. มีพื้นที่การทำงานที่เรียกว่าโหนด ซี่งเป็นกลไกในพื้นที่ในการเชื่อมโยงคน ทรัพยากร ในอนาคตหากมีศักยภาพมากพอจะยกระดับเป็น flagship ให้รู้ว่าใครมีจุดแข็ง มีทรัพยากรอะไรอยู่ในมือ ทั้งนี้ หาก พอช. คิดว่าการพัฒนาคนหรือความรู้โดยใช้เครื่องมือของ สสส.เป็นประโยชน์กับพื้นที่ สามารถมาย่อยหลักสูตรให้สอดคล้องกับพื้นที่ได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าขบวนจังหวัดถูกออกแบบมาให้เป็นโหนด ซึ่งมีทั้งโหนดของ พอช. และโหนดของ สสส. ซึ่งมีหลายจังหวัดต่างคนต่างทำงาน ดังนั้น จึงได้มีการออกแบบกลไกการทำงานเชิงความร่วมมือในระดับจังหวัด เพื่อลดการช่วงชิงมวลชน และสร้างเครื่องมือการทำงานร่วมกันของขบวนที่ทำงานร่วมกับ 2 หน่วยงาน ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการเสนอให้คัดเลือกจังหวัดที่มีความพร้อมแล้วชวนขบวนชุมชนมาพูดคุย สร้างความเข้าใจ ร่วมเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การสร้างรูปธรรมการทำงานร่วมกัน เพื่อดูว่าหลักการที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อไปทำจริงในพื้นที่แล้วผลจะเป็นอย่างไร โดยเลือกจังหวัดที่มีความเป็นได้ก่อน ในการทำให้เกิดกลไกความร่วมมือใหม่ในระดับจังหวัด

ทั้งนี้ ในเวทีดังกล่าว ได้มีการคัดเลือกพื้นที่ปฏิบัติการนำร่อง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สระบุรี และชัยนาท ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ flagship ของ สสส. ในปี 2561 พื้นที่เตรียมในปี 2562 และปี 2563 ตามลำดับ พร้อมทั้งได้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย ทั้งในส่วนของ พอช. (ภาคกลางและตะวันตก)  สสส. (สน.6) และขบวนองค์กรชุมชน โดยกระบวนการหลังจากนี้ จะมีเวทีทำความเข้าใจ การศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว การออกแบบและปฏิบัติการขับเคลื่อนงานในพื้นที่จังหวัดของ 2 ขบวนร่วมกัน  

6596.jpg

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter