playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เทศบาลตำบลท่าช้าง  เป็นชุมชนเล็กๆ ในจังหวัดนครนายก  มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่แค่ 2 ชุมชน คือหมู่ที่ 11 และหมู่ที่8 (บางส่วน)  จำนวน 310 ครัวเรือน  ประชากรรวม  1,057  คน  ประกอบอาชีพหลัก  คือ  ทำนา  ทำสวน  ทำไร่  และอาชีพเสริม  คือ  เพาะเห็ดฟาง  ปลูกพืชสวนครัว  ค้าขาย  และรับจ้างทั่วไป  ชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน  มีปัญหาความไม่มั่นคงเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  ฯลฯ

ส่วนกิจกรรมการพัฒนาที่ดำเนินงานร่วมกันในชุมชน  คือ  กองทุนสวัสดิการชุมชน  กลุ่มผู้สูงอายุ  กลุ่มแม่บ้านทำขนมไทย  ฯลฯ  ขับเคลื่อนโดยสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลท่าช้าง  ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 2554

นายกำหนด ซื่อตรง ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลท่าช้าง  เล่าว่า  จากปัญหาที่สำคัญของชุมชน  ในปี 2557 คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนฯ จึงได้เริ่มโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  โดยมีการสำรวจข้อมูลทั้งตำบล  สิ่งที่พบมากในชุมชน  คือ  ชาวบ้านไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน บางบ้านที่อยู่อาศัยทรุดโทรม  มีน้ำท่วมขัง  ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม  ปัญหาความยากจนและมีหนี้สิน สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม  น้ำในการทำการเกษตรไม่เพียงพอ  ฯลฯ  เมื่อได้ข้อมูลแล้ว  คณะทำงานร่วมกับพี่น้องในชุมชนจึงได้ทำแผนที่ทำมือขึ้น  เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งตำบลร่วมกัน  และนำไปสู่การวางแผนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นความต้องการเร่งด่วนของชาวบ้านในขณะนั้น

Tha Chang resizeTha Chang1.png

ต่อมาในวันที่ 9 พฤศจิกายน  2557  สภาองค์กรชุมชนฯ ได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง ‘กลุ่มออมทรัพย์เทศบาลตำบลท่าช้างเพื่อที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน’ ขึ้นมา  มีสมาชิกเข้าร่วมจำนวน 30 ครัวเรือน  โดยมีเป้าหมายจะใช้กลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง  อย่างไรก็ตาม  การดำเนินโครงการยังไม่มีความคืบหน้า  คณะทำงานและขบวนองค์กรชุมชนที่มาหนุนเสริมก็เริ่มหายไป  ทำให้สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ขาดความเชื่อมั่นในโครงการจึงได้มีการคืนเงินให้กับสมาชิกและยุบเลิกกลุ่มออมทรัพย์

Tha Chang2.png            Tha Chang3.png                                                                      

                นางบัว   มากเจริญ                                                                                         นายสุพจน์   ไชยชุมพล

ในปี 2560 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครนายกและเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้เข้ามาทำความเข้าใจกับคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนฯ เพื่อชี้แจงเรื่องโครงการบ้านพอเพียงชนบท  ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรม  มีฐานะยากจน  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.

เมื่อคณะทำงานสภาฯ เห็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในชุมชน ประธานสภาฯ จึงได้จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในการทำโครงการ  แต่เนื่องจากเงื่อนไขการสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านจาก พอช. หลังละไม่เกิน 18,000 บาท  และไม่มีค่าแรงในการซ่อมสร้าง  จึงเกิดคำถามขึ้นมากมาย  และต่างคิดว่าโครงการนี้ไม่น่าจะทำได้  เพราะบ้านบางหลังเป็นผู้ยากจน  ไม่มีเงินที่จะไปจ้างช่างให้มาซ่อมบ้านได้  แต่ด้วยพลังของคณะทำงานและผู้นำท้องถิ่น   จึงได้มีการทดลองดำเนินการ  โดยการประชุมคณะทำงานทุกภาคส่วนเพื่อให้

ร่วมกันจัดทำข้อมูลครอบครัวที่เดือดร้อนที่ต้องการซ่อมแซมบ้าน  และให้แต่ละชุมชนทำประชาคมรับรอง  จัดลำดับความเร่งด่วน  และนำไปสู่การจัดทำประชาคมรับรองระดับตำบล  ทำให้ได้ข้อมูลผู้เดือดร้อนที่ต้องการแก้ไขปัญหา จำนวน 43 ครัวเรือน  

“ปี 2560 สภาฯ ได้รับงบประมาณการซ่อมสร้างบ้านจาก พอช.จำนวน 8 ครัวเรือน  ส่วนการบริหารจัดการโครงการบ้านพอเพียงนั้น  ทางสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลท่าช้าง ได้มีการตั้งคณะทำงาน  ซึ่งก็มาจากคณะกรรมการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนและผู้เดือดร้อนในชุมชน  มีการกำหนดเณฑ์การสนับสนุน โดยให้ครัวเรือนละไม่เกิน 18,000 บาท  แต่จะไม่ให้เป็นเงิน  เพราะทางคณะทำงานจะซื้อวัสดุตามที่เจ้าของบ้านต้องการ ส่วนเรื่องค่าแรงหรือค่าใช้จ่ายส่วนเกินเจ้าของบ้านจะเป็นคนจ่าย” ประธานสภาฯ ชี้แจงหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ

ตัวอย่างบ้านที่มีการซ่อมสร้างในปี 2560  คือ บ้านของนายสานนท์   อิ่มเต็ม บ้านเลขที่ 94 หมู่ 11 สภาพบ้านเดิมหลังคาและฝาบ้านชำรุด  เวลาฝนตกหลังคารั่ว  ในการซ่อมแซมบ้านหลังนี้ได้ทหารเข้ามาช่วยเป็นแรงงานสำคัญ  และคณะทำงานสภาฯ ก็มีการช่วยหนุนเสริม  และติดตามการซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง  

“พอซ่อมบ้านเสร็จแล้วก็รู้สึกปลอดภัย  บ้านมีความมั่นคงแข็งแรง  รู้สึกดีใจและขอบคุณทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้”  นายสานนท์บอก


Tha Chang4.pngTha Chang5.png

หลังจากได้ทดลองดำเนินโครงการในปีแรกจำนวน 8 หลังแล้ว  คณะทำงานได้บทเรียนและประสบการณ์หลายอย่าง  เช่น  บ้านบางหลังตอนแรกประเมินราคาและวัสดุไม่ถึง 18,000 บาท  แต่พอดำเนินการจริงกลับพบว่าบ้านพังเกือบทั้งหลัง  ทำให้เจ้าของบ้านต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น  บางหลังมีงบประมาณไม่เพียงพอก็ต้องไปกู้ยืมเพื่อที่จะซ่อมบ้านให้เสร็จ ,บางหลังเป็นคนที่จนจริงๆ ไม่มีค่าแรง  ชาวบ้านในชุมชน ช่างเทศบาล และคณะทำงาน ก็ต้องช่วยกันซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ  แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนได้รับก็คือ  คำขอบคุณและรอยยิ้มของคนในชุมชนที่ช่วยกันซ่อมสร้างบ้านจนแล้วเสร็จทั้ง 8 หลัง

ในปี 2561 สภาองค์กรชุมชนฯ ได้รับงบสนับสนุนจาก พอช. จำนวน 7 ครัวเรือน  และในปีนี้คณะทำงานได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดตั้งกองทุนที่อยู่อาศัยขึ้นมา เพื่อให้กองทุนเกิดความยั่งยืน  สามารถช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนรายอื่นได้ต่อไป  โดยให้บ้านที่ได้รับการสนับสนุนบริจาคเงินเข้ากองทุนหลังละ 300 บาท  ส่วนในปี 2562  พอช.สนับสนุนการซ่อมสร้างอีก 7 ครัวเรือน ,

Tha Chang6.png

บทความโดย พอช.สำนักงานภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter