playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

cooperation1

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักงานภาคกลางและตะวันตก คณะอนุกรรมการภาคฯ ขบวนองค์กรชุมชน จัดเวทีหารือแนวทางสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏในภูมิภาค ในระหว่างวันที่ 12 – 13 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุมไพลิน มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มีผู้เข้าร่วมรวมประมาณ 80 คน ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการภาค ผู้แทนยุทธศาสตร์จังหวัด กองเลขาจังหวัด ผู้แทนสถาบันการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา เทพสตรี และเจ้าหน้าที่ พอช.  โดยการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างกลไกร่วมในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรับผิดชอบให้เป็นกลไกร่วมระดับภาค และสร้างความเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เกิดการจัดการตนเองสู่ความเข้มแข็งในทุกมิติ

         cooperation6.jpg

นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยราชภัฏกับชุมชนได้ทำงานร่วมกันมานานแล้ว เช่นเดียวกัน พอช. และมหาวิทยาลัยราชภัฏเองก็มีการทำงานร่วมกันมานาน หลังจากนี้จะทำอย่างไรที่นำเรื่องที่คุยและวางแผนนำไปสู่การปฏิบัติการที่เป็นจริง อย่าเอากลไกร่วมมาเป็นข้อจำกัด ให้มีความเป็นอิสระในการทำงาน แต่มีเป้าหมายการทำงานร่วมกัน

“ที่ผ่านมา พอช.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่ง การคุยกันในวันนี้อาจจะมาสรุปกันอีกครั้งว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน การผนึกกำลังร่วมเป็นการใช้ความรู้ความสามารถที่แตกต่างหลากหลายมาทำงานร่วมกัน ถือว่าจะเป็นนวัตกรรมทำงานร่วมในการพัฒนา 2 วันนี้มีผลที่เกิดผลที่เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้และเป็นพลังในอนาคตข้างหน้า” รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าว

นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก พอช. กล่าวว่า เนื่องจากองค์กรนี้เกิดขึ้นโดยภาคประชาชน และความทุกข์ยากของคนจน ภารกิจและเป้าหมายสูงสุดขององค์กร คือ ต้องการเห็นชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน และจัดการตนเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของการก่อเกิด พอช.  จาก 18 ปีที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนงานภายใต้เป้าหมายให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เกิดพื้นที่การทำงานของภาคประชาชนเกือบเต็มพื้นที่ จากทั้งหมด 1,478 อปท. มีสภาองค์กรชุมชนขับเคลื่อนงานแล้ว 1,408 ตำบล เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานทั้งในระดับจังหวัดและประเด็นงาน มีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย โดยมีภาคีเข้ามาสนับสนุน แต่หลังจากที่ทำงานไประยะหนึ่งพบว่า จำเป็นต้องมีนักวิชาการเข้ามาสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของคน กลไก และองค์กรชุมชนเข้มแข็ง การจัดการระบบข้อมูล องค์ความรู้ งานวิจัยเพื่อพัฒนา นวัตกรรมและการสื่อสารที่มีพลัง การทำแผนพัฒนาระดับตำบล ระดับเมือง และระดับจังหวัด สร้างและยกระดับพื้นฐานการเรียนรู้เพื่อขยายผลในแนวราบและเชื่อมโยงนโยบาย และการประสาน เชื่อมโยงภาคีพัฒนา กลไกการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง หน่วยงาน นโยบายตั้งแต่ท้องถิ่น จังหวัด ภาค ขาดสถานะที่มีนักวิชาการช่วยให้คำแนะนำ ประสานงานให้เกิดการยกระดับ

“มหาวิทยาลัยราชภัฏ คือ กุญแจแห่งความสำเร็จและคานงัดที่สำคัญ พอช. จะต้องเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็ง โดยต้องจับมือเกี่ยวก้อยไปกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง เนื่องจากมีปรัชญาในการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่นมากที่สุด ที่ผ่านมาผู้บริหารสำนักงานภาคกลางและตะวันตก พร้อมด้วยขบวนจังหวัดได้เข้าพบกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่ง  ซึ่งจากการหารือร่วมกัน ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือทิศทางและทางรอดของประเทศไทย โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง พอช. หน่วยงาน และ มหาวิทยาลัยราชภัฏในพื้นที่ แต่ทั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏเองก็มีภารกิจ จึงไม่สามารถเกื้อหนุนได้ทุกเรื่อง และจากการคุยทุกแห่งมีสิ่งที่ตรงกัน คือ เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่เป็นทิศทางที่ถูกต้อง ให้อำนาจกับชุมชนท้องถิ่น ให้บทบาทสำคัญกับประชาชน จึงนำมาสู่การหารือร่วมกันของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 8 แห่งในครั้งนี้” ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตกกล่าว

cooperation7.jpg

ดร.ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวว่า ขบวนองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงาน หน่วยงานที่กล่าวถึงไม่ว่าจะเป็น พอช. มหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภาคกลางและตะวันตกเป็นเพียงพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดนวัตกรรมและวิธีการ ส่วนผู้ขับเคลื่อนสำคัญคือขบวนองค์กรชุมชน 

“มหาวิทยาลัยราชภัฏนอกจากทำงานด้านวิชาการแล้วยังทำงานร่วมกับชุมชนมานานหลายปี ดูแลเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่สภาองค์กรชุมชน สมัชชาของจังหวัดในการใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัย สำหรับในช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก พอช. ได้หารือแนวทาง วิธีการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน เห็นว่ามีหลายเรื่องที่สอดคล้องกันและเป็นงานที่มหาวิทยาลัยทำอยู่แล้ว เพียงแต่ทำอย่างไรให้เห็นปลายทางร่วมกัน อีกทั้งชื่อของสภาองค์กรชุมชน หน่วยงานองค์กรชุมชนระดับตำบล อำเภอ จังหวัด เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเช่นเดียวกันกับภารกิจของมหาวิทยาลัย ผมขอพูดแทนมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งหมดว่าเรายินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สภาองค์กรชุมชนดำเนินงานได้อย่างสัมฤทธิ์ผล อนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยจะมีวิธีการบริหารที่เปลี่ยนไป จากการบริหารจากท็อป – ดาวน์เป็นแบบสองทาง โดยรัฐบาลกำหนดแนวทางการพัฒนาความต้องการจากท้องถิ่น ไม่ใช่เป็นการกำหนดมาจากส่วนกลาง น่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่วันนี้มาร่วมกันคิดแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาชุมชนในจังหวัดต่างๆ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีกล่าว

          ด้านนายพิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง คณะอนุกรรมการภาคกลางและตะวันตก ในฐานะตัวแทนจากภาคประชาชนได้มีข้อเสนอต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏ ดังนี้ 1) สนับสนุนให้ชาวบ้านจัดทำฐานข้อมูลได้ ใช้ข้อมูลเป็น มีการปรับฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และไม่ใช่การทำข้อมูลอย่างเดียว ต้องวิเคราะห์และสอนให้บริหารโครงการได้ 2) ภาควิชาการมีบทบาทในการยกระดับกลุ่มเป็นตำบล อำเภอ จังหวัด และภาค โดยต่อยอดจากแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 3) สร้างระบบที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งทำแผนร่วมกัน เป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยในการหนุนเสริมการทำงานของขบวนชุมชน 4) กำหนดเป็นภารกิจที่ต้องทำร่วมกัน โดยมีตัวแทนของมหาวิทยาลัยราชภัฏมาเป็นคณทำงานของขบวนองค์กรชุมชน รวมทั้ง มีตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนเข้าไปเป็นคณะทำงานร่วมของมหาวิทยาลัย โดยให้เป็นนโยบายหลัก และกำหนดตัวบุคคลที่รับผิดชอบหลัก 5) ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง โดยการกำหนดหลักสูตรการพัฒนาร่วมกัน ส่งนักศึกษาไปฝึกงาน เรียนรู้จากในชุมชนให้มากขึ้น เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจระบบการทำงานของชุมชนแล้วกลับไปพัฒนาในพื้นที่ รวมทั้งทำให้ชุมชนตระหนักถึงวิถีชีวิตของตัวเอง โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้ามามีส่วนร่วม  

ทั้งนี้ ในเวทีดังกล่าว ได้มีการแลกเปลี่นนแนวคิด บทบาท แนวทางการขับเคลื่อนงานของแต่ละฝ่าย ทั้ง พอช. ขบวนองค์กรชุมชนแต่ละจังหวัด และมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่ง และยังได้ร่วมกันออกแบบแนวทางการทำงานร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง และเจ้าหน้าที่ พอช. ผลจากการหารือดังกล่าวนำมาสู่การวางเป้าหมายการทำงาน วิธีการ การจัดกลไกทำงาน และแผนปฏิบัติการร่วมกัน โดยบางแห่งจะเริ่มขับเคลื่อนงานร่วมกันในเดือนมีนาคมนี้

cooperation8.jpg

cooperation4_resize.jpg

cooperation5.jpg

cooperation2_resize.jpg

รายงานโดย งานวิชาการ สำนักงานภาคกลางและตะวันตก

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter