playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

กทม. : พอช. ร่วมขบวนองค์กรชุมชน จัดงานสรุปบทเรียนเหลียวหลัง แลหน้า การพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน ตั้งเป้าพัฒนาคนในขบวน 3 ปี รวม 9,000 คน เป็นคนมีคุณธรรม มีความสามารถ ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ใช้พื้นที่เรียนรู้และเรียนรู้จากปฏิบัติการจริง

180921204017-0J2s.jpg

          ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2561 คณะทำงานพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน ร่วมกับ สำนักเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและภาคี สำนักงานยุทธศาสตร์ขบวนชุมชนและภาคี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) จัดงาน สัมมนาถอดบทเรียน เหลียวหลัง แลหน้า การพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน “ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ขึ้น ณ ห้องชนกนันท์ โรงแรมเอบีน่าเฮ้าส์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาคนในระดับภาคและส่วนกลางได้ถอดบทเรียนการพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชนร่วมกัน และในตอนท้ายมีการแนวทางการดำเนินงานการพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชน ปี 2562 ต่อไป

              180921203734-CbqT.jpg 

นายจินดา  บุญจันทร์  ประธานคณะทำงานพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน กล่าวต้อนรับและเปิดสัมมนาว่า ถือว่าการสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) สรุปบทเรียนการพัฒนาผู้นำที่ทำมานั้นเป็นอย่างไร แล้วเราจะทำให้ก้าวหน้าอย่างไร ให้มีการทำอย่างต่อเนื่อง และมีหน่วยที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ คณะกรรมการ พอช. จึงมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อมาดูเรื่องของการพัฒนาคนในขบวน รวมถึงในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการทำหลักสูตรกลางขึ้นมา 2 หลักสูตร เพื่อเป็นหลักสูตรประกอบให้พี่น้อง 5 ภาคได้เติมเต็ม คือ 1) หลักสูตรการขับเคลื่อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 2) หลักสูตรการสื่อสารสาธารณะ เป็นการใช้สื่อเพื่อนำมาสู่การพัฒนา แต่ประเด็นสำคัญคือ บทเรียนของ 5 ภาค และการออกแบบการพัฒนาคนในขบวนของภาคในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไร ซึ่งหลักสูตรกลางเป็นเพียงหลักสูตรหนุนเสริม จึงอยากให้พี่น้องที่มานั้นมีการเสนอโครงสร้างและเนื้อหาต่อการพัฒนาคนในขบวนต่อไป

          “วันนี้เราสามารถพูดได้เต็มที่ว่าการพัฒนาคนในวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มีเทคโนโลยีมาหนุนเสริมให้การเรียนรู้มาหนุนเสริมได้ เราพัฒนาคนเพื่อเรียนรู้ เพื่อรับใช้มวลชน ชุมชนเป็นหลัก เป้าหมายที่ชัดเจนคือเราทำทุกอย่างเพื่อรับใช้ระบบของคนข้างล่าง หรือระบบประชาธิปไตยทางตรง เพื่อเสนอเรื่องราวของพี่น้องข้างล่างอย่างตรงไปตรงมา”

            นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กล่าวว่า ภายใต้ถสานการณ์การพัฒนาของประเทศไทย มีการปรับเปลี่ยนตั้งแต่การปฏิรูปประเทศไทย 11 ด้าน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแปลงมาสู่แผนแม่บท 10 ปี ที่กล่าวมานี้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอประเด็นงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนเข้าไปในนโยบายต่างๆ รวมถึงมีการบรรจุเรื่อง “ชุมชนเข้มแข็ง” หรือ “ชุมชนจัดการตนเอง” เข้าไปเช่นกัน นั่นหมายถึงขบวนองค์รชุมชนของเราได้รับการยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิรูปโดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม และทิศทางการทำงานของโลกในเรื่องของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นปัจจัยบวกที่สร้างโอกาสต่อการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน

          สำหรับการพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน เรื่องนี้เราทำมาอย่างยาวนาน จนสู่ปีที่ 18 ที่มี พอช. หากดูจากกรอบการพัฒนาของ พอช. พบว่า พี่น้ององค์กรชุมชนได้มีโอกาสร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ “ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มประเทศไทย” เราเชื่อว่าการพัฒนาประเทศนั้น จะต้องทำให้ชุมชนท้องถิ่นนั้นเข้มแข็ง จากวิสัยทัศน์ 20 ปี นำมาสู่การปฏิบัติ เป็นวิสัยทัศน์ 5 ปี “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจัดการตนเอง” และการพัฒนาคนในขบวน ถือเป็นนโยบายสำคัญของคณะกรรมการ พอช. และกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ในการพัฒนาผู้นำหรือคนในขบวนให้มีความรู้ความสามารถ ตื่นรู้ ตื่นตัว และมีการตั้งเป้าหมายใน 5 ปีว่า เราจะสนับสนุนให้เกิดผู้นำ 15,000 คน ถือเป็นกรอบใหญ่ที่จะให้เห็นถึงทิศทางที่เรากำหนดระหว่าง พอช. ร่วมกับพี่น้องขบวนองค์กรชุมชน และภาคประชาชน ที่จะเป็นแผนที่เดินทางสู่วิสัยทัศน์ 20 ปี

          “เราได้ลงมือทำจากของจริง และเราจะได้มาทบทวนจุดอ่อนจุดแข็ง และก้าวไปสู่ปี 2562 เพื่อให้เกิดการพัฒนาคนในขบวนที่สามารถขับเคลื่อนไปสู่การจัดการตนเอง พอช. ตั้งเป้าหมายการพัฒนาคนในขบวน 3 ปี พ.ศ. 2561-2563 จำนวน 9,000 คน 2 ปีที่ผ่านมามีผู้นำผ่านการพัฒนาศักยภาพ รวมแล้ว 8,000 คน ซึ่งเราควรมีการทำแผนที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้งผู้นำรุ่นเก่า รุ่นใหม่ จะทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในปี 2562 เราจะได้ทบทวนของเดิม วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส เราพบบทเรียนอะไรเพื่อนำมาปรับใช้ปี 2562 ซึ่งการพัฒนาคนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาคนในขบวนปี 2562 จะส่งผลกระทบสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ในอนาคต” นายสมชาติกล่าวทิ้งท้าย

                  

          ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอบทเรียนจากขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค พบว่า 1. ในปี 2561 หลายภาคมีกลไกหรือทีมทำงานที่มาดูเรื่องการพัฒนาคนโดยตรงทั้งส่วนกลางและระดับภาค 2. มีการวิเคราะห์ออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ 3. กลุ่มเป้าหมายผสมผสาน (รุ่นเก่า-ใหม่)หลากหลาย (พื้นที่/ประเด็นขบวน/จนท.) 4. เน้นการเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยน/ปฏิบัติการมากกว่าการอบรมในห้อง 5. หลักสูตรหลากหลาย(สร้างวิธีคิด/ความเข้าใจ เพิ่มความรู้ พัฒนาทักษะ) หลักสูตรกลาง/เฉพาะ 6. มีการการเติมเต็มความคิด/ความรู้ หนุนเสริมจากภาคีภายนอก

ประกอบส่วนความคิด และเติมเต็ม การพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน

เพื่อขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง

          ลุงสุรินทร์  กิจนิตย์ชีว์ ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า เห็นพัฒนาการการพัฒนาคนมาตามลำดับคือ พวกเรากำลังเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จของการพัฒนามากขึ้น มันเป็นการเติบใหญ่ทางแนวคิด เดิมทีที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาเชิงกิจกรรมหรือเชิงเดี่ยว ปัจจุบันคิดเชิงระบบ ยึดโยงสภาองค์กรชุมชน ยึดโยงขบวน รวมถึงยึดโยงการพึ่งตนเอง การจัดการตนเอง แต่ที่เห็นมากกว่านั้นคือ การกระจายอำนาจลงสู่ข้างล่างเป็นจริง แต่ในระดับภาคยังมองไม่เห็น มีคำใหม่ เช่น ต้องเรียนรู้จากเทคโนโลยีให้มากขึ้น มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน

          และจากบทเรียนของขบวนองค์กรชุมชน ทำเห็นเห็นถึง 3 ประเด็นสำคัญคือ 1) พลังความรู้ พลังการจัดการตนเองของพื้นที่ต้องเข้มแข็ง 2) กระบวนการสร้างผู้นำ ปี 2561 มีความชัดเจนคือ การสร้างผู้นำด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ และวิทยากรที่ไปหนุนเสริมไม่ได้เป็นวิทยากรอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนกร คือ เปลี่ยนเป็นชี้ชิ่ง เป็นโค้ชชิ่ง เป็นพี่เลี้ยง ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และเกิดการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่เป้าหมายที่เปิดทัศนคติ เกิดสำนึกรักษ์บ้านเกิดเมืองนอน มีความภาคภูมิใจ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พลิกฟื้นผืนแผ่นดินรากเหง้า ประวัติศาสตร์ชุมชน มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงพัฒนาภายใต้วิถีวัฒนธรรม เพื่อสร้างภิคุ้มกัน 3) การประเมินความสำเร็จ สรุปบทเรียน สร้างนวัตกรรมที่จะนำมาสู่การจัดการตนเอง เราทำให้การพัฒนาเป็นจริง และมีการกระจายอำนาจ นั่นคือ “คำตอบอยู่ที่ชุมชน อยู่ที่ความสามารถของพวกเราที่จะทำให้เกิดการพัฒนาคนนั้นไปได้อย่างยั่งยืน”

180921203630-UwV1.jpg

          นายบรรจง  นะแส คณะทำงานพัฒนาพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาคนเป็นเรื่องที่สนใจ อันที่จริงการพัฒนาคนมีบทเรียนที่อยู่เบื้องหลังค่อนข้างมาก ข้อสังเกตการพัฒนาผู้นำต้องแก้ไขไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่มาพูดว่าทำแล้วสำเร็จหรือไม่สำเร็จ และจากที่ภาคได้นำเสนอบทเรียนจากพื้นที่ของตัวเอง ทำให้เห็นถึงบทเรียนหลากหลาย จนมองว่าไม่ต้องเอาคนนอกมาพูด เอาพวกเรานี่แหละมาพูดและแลกเปลี่ยนกันให้เกิดบทเรียนระหว่างกันให้มากขึ้น ไม่ใช่โรงเรียนแห่งตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดนั้นต้องเอาปัญหาของประชาชนในพื้นที่เป็นตัวชี้วัด 18 ปี พอช. พัฒนาผู้นำมากี่รุ่น เราไม่ได้แค่เริ่มต้น เรามีบทเรียนเยอะมาก คิดว่า 1.) เราสามารถแยกแยะได้แล้วว่าเราจะมีผู้นำแบบไหน ใช้หลักสูตรอะไร ปัญหาแต่ละภาคต้องชัด จะทำรูปแบบไหน กี่รูปแบบ กี่คน 2.) มีการทำทำเนียบหรือทะเบียนผู้นำที่ผ่านการฝึกอบรม อบรมอะไรบ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าเราทำมาถูกทิศทางหรือไม่ ซึ่ง พอช. ไม่ใช่สถาบันฯ ที่จะฝึกอบรมเพื่อให้ผู้นำมีรายได้ 3.) การใช้เทคโนโลยีมาใช้ สามาถใช้บุคลากรในชุมชนที่มีความรู้มาช่วยจัดกระบวนการ รวมถึงการใช้เทคนิคเพื่อสร้างรายได้ เพื่อปากท้องของพี่น้องนั่นเอง

          “แค่เราสร้างความเชื่อมมั่นให้ได้ว่า วันนี้สังคมสู้ด้วยข้อเท็จจริง สู้ด้วยข้อมูลที่ชัดเจน มีทางออก มีทางเลือก เชื่อว่าการสื่อสารจึงเป็นหัวใจของการต่อสู้ของภาคประชาชน”  

180921203905-5ddj.jpg

           นายพลากร  วงค์กองแก้ว  คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ตอกย้ำกับขบวนองค์กรชุมชนต่อการพัฒนาคนในขบวนว่า การพัฒนาคนต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ใช่พัฒนาไปแล้วกลายเป็นว่าบ้านเมืองไปอีกทาง เราไปอีกทาง และมองดูว่าสิ่งที่เผชิญหน้าพวกเรานั้นจะเดินหน้าไปอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การถอดบทเรียน ผ่านองค์ความรู้ การฝึกผู้นำ การอบรม ไม่ได้ต้องการให้ใครมาสอนใคร เพื่อรักษาแนวราบ ฉะนั้นการสรุปบทเรียนสำคัญมาก ต้องสรุปบทเรียนและถอดความรู้ให้ได้ การเรียนรู้ท่ามกลางปฏิบัติต้องถอดและสรุปไปเรื่อยๆ เพื่อวางแนวทางและทิศทางในปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณและกลุ่มเป้าหมาย และแผนที่เราจะคุยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร

          การจัดทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์อย่างมีส่วนร่วม โดยเฉพาะภาคประชาชน และมีแผนที่เกี่ยวข้องกับเราคือระดับ Aria base พวกเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกจุด การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพึ่งตนเองและจัดการตนเองมี 4 ด้าน คือ 1. การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ของครัวเรือน และพัฒนาผู้นำ 2. เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการรวมกลุ่ม 3. ยกระดับความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชน และ 4. ระบบข้อมูลและกลไกเพื่อสร้างสัญญาประชาคมและติดตามตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 ด้านเป็นเรื่องที่พวกเราทำทั้งหมด เราต้องมีส่วนร่วม และดำเนินการเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาผู้นำ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านที่ 4 (ลดความเหลื่อมล้ำ) ทำเป็นตะขอไปเกี่ยวโยงให้ได้ หากทำได้เป็นโอกาสที่ดี ส่วนเรื่องงบประมาณเพื่อพัฒนาผู้นำ พอช. ก็พร้อมสนับสนุน

          ด้านนางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้กล่าวปลุกพลังขบวนการภาคประชาชน สู่ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศว่า การพัฒนาคุณภาพคนในการสร้างชุมชนเข้มแข็งเป็นทางแห่งการค้นพบ เป็นทางแห่งการให้คำตอบพี่น้องที่อยู่ในท้องที่ สร้างท้องถิ่นเข้มแข็ง รวมถึงการเปลี่ยนประเทศไทยใหม่

          “คุณภาพคน” คือคำตอบปัญหาของคนทั้งมวล เพราะ “คน” คือ ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง และคุณภาพคนคือ คุณภาพการสร้างความเปลี่ยนแปลง ถือเป็นแก่นใหญ่ของการพัฒนาที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ซึ่งเราจะต้องมีจำนวน และไม่ใช่แค่จำนวนที่เข้าร่วมและผ่านกระบวนการอบรม แต่หมายถึงจำนวนคนในพื้นที่ และเติมเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสามารถต่อเชื่อมกันไปได้ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เป็นลูกระนาด พัฒนาคนให้มีคุณภาพ หากเรามีจำนวนคนที่มีความตื่นรู้ เข้ามาร่วมขบวนการพัฒนากับเรา สร้างผู้นำให้เยอะเต็มพื้นที่ ทำให้คนในพื้นที่ของเราตื่นแล้วลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ ให้ทุกคนร่วมออกแบบกิจกรรมหรือรูปแบบการสร้างคนในพื้นที่ และการสร้างคุณภาพในการพัฒนาท้องถิ่น ที่พลิกโฉมที่นำไปสู่การพัฒนาที่หวังผลได้ ชุมชนมีการโยงเป็นขบวนการ เป็นอำเภอ จังหวัด ภูมินิเวศน์ เพราะโลกในอนาคตไม่มีอะไรที่อยู่โดดเดี่ยวปัจเจกนั่นเอง

          จากการสัมมนาสรุปบทเรียนการพัฒนาคนในขบวนในช่วงปี 2561 ที่ผ่าน และจากการเติมเต็มหลักการและวิธีคิดการพัฒนาคน ส่งผลให้เกิดคประเด็นท้ายทายที่จะนำมาสู่การพัฒนาต่อคือ  ประการแรก เป้าหมายที่วางไว้เชิงปริมาณบรรลุแล้ว จะมีระบบการจัดเก็บข้อมูล/ทะเบียนผู้นำ/กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านกระบวนการอย่างไร (กี่ครั้ง/กี่หลักสูตร) ประการที่สอง เป้าหมายเชิงคุณภาพ ยังมีความเป็นนามธรรม จับต้องได้ยาก จะร่วมกำหนดคุณลักษณะที่เห็นได้ชัดเจนได้อย่างไร  ประการที่สาม การให้ความสำคัญ/ให้น้ำหนักการพัฒนาศักยภาพคนในขบวน นักคิด/นักยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง  นักปฏิบัติการ/กิจกรรม/เทคนิค  ประการที่สี่ วิเคราะห์/แยกแยะขีดความสามารถของผู้นำที่ผ่านกระบวนการในแต่ละขั้น  ประการที่ห้า ระบบการติดตามกลุ่มเป้าหมายหลังจากการอบรมแล้ว นำบทเรียน/สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับ/ประยุกต์มากน้อยเพียงใด เกิดผลอย่างไร (แก้ปัญหาของพี่น้อง???) และประการสุดท้าย การผสมผสาน/เชื่อมโยงการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ/องค์รวมไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วงวัย พื้นที่ และสถานการณ์โลก 4.0 อย่างไรก็ตามขบวนองค์กรชุมชนมีแนวทางในการพัฒนาคนในขบวนจากพื้นที่จริงเพื่อนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองต่อไป

รายงานโดย สำนักสื่อสารจัดการความรู้และนวัตกรรมชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter