playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
 
Logo_CODI_jpg.jpg

 

ตามที่ได้มีการร้องเรียนผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสโดยนายยุทธพล กาสิงห์ และผู้เดือดร้อน กรณีโครงการบ้านมั่นคงชนบท  ตำบลบัวแดง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด นำงบประมาณปี ๒๕๕๙ ที่ได้รับการสนับสนุนโครงการซ่อมแซมบ้านเรือนจำนวน ๙๐๐,๐๐๐ บาท ไปให้ชาวบ้านกู้ยืมหมุนเวียน  โดยไม่ได้มีการซ่อมสร้างบ้านให้ผู้ที่เดือดร้อนตามวัตถุประสงค์ของโครงการนั้น  โดยมีการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเมื่อช่วงค่ำของวันที่ ๒๘  มีนาคมที่ผ่านมานั้น
นายปฏิภาณ  จุมผา ผู้อำนวยการภาค  สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง  ดังนี้ เมื่อวันที่ ๒๘-๒๙ มีนาคม ๒๕๖๑ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงชนบท ฯ ในพื้นที่ตำบลบัวแดง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด พบข้อเท็จจริง แยกเป็น

รายละเอียดจากการเสนอโครงการ

  • โครงการบ้านมั่นคงชนบทเพื่อผู้ยากจนและด้อยโอกาสในชนบทตำบลบัวแดง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เสนอโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวแดง มีนายธันวา ลาอินทร์ เป็นผู้ประสานงาน โดยมีคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนด้านการแก้ไขที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย จำนวน ๑๑ คน และคณะกรรมการกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยตำบลบัวแดง จำนวน ๑๕ คน มีนาย    ยุทธพล  กาสิงห์ เป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบล ประธานคณะทำงาน ฯ และประธานคณะกรรมการกองทุน ฯ ด้วย มีผู้เดือดร้อนจาก ๑๒ หมู่บ้าน ในด้านปัญหาที่ดินเกี่ยวกับการอาศัยอยู่ในที่ดินว่างเปล่า ที่หมู่ ๔ บ้านหนองบึง จำนวน ๑๖๖ ครอบครัว ปัญหาที่ทับซ้อนในหมู่ ๒ บ้านโคกทม หมู่ ๘ บ้านดอนดู่ จำนวน ๒๖๕ ไร่ จำนวน ๔๒ ครัวเรือน มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยในหมู่ที่ ๒, ๔, ๗, ๘ และหมู่ที่ ๑๐ จำนวน ๓๕ ครัวเรือน และมีการสำรวจความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตามที่สภาองค์กรชุมชนตำบลบัวแดง สำรวจและเสนอขอรับการสนับสนุน จำนวน ๘๐ ราย งบประมาณที่เสนอขอ จำนวน ๓,๐๒๕,๓๙๘ บาท
  • กรอบเกณฑ์การสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชนบท ฯ ปีงบประมาณ ๒๕๕๙ มีกรอบเกณฑ์การสนับสนุนการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย ครัวเรือนละไม่เกิน ๔๕,๐๐๐ บาท ตำบลละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แยกเป็น ๑) ซ่อมสร้างในที่ดินเดิม ๒) ย้ายไปสร้างชุมชนใหม่ ๓) พื้นที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีการสนับสนุนให้กับผู้เดือดร้อน กรณี ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ให้เปล่า และกรณี ผู้เดือดร้อนที่สามารถคืนทุนสู่กองทุนหมุนเวียน สนับสนุนเป็นงบประมาณโดยรวม ที่แต่ละพื้นที่อาจต้องออกแบบการใช้จ่าย เป็นการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย การจัดซื้อหรือเช่าที่ดินเพื่อสร้างบ้าน การจัดสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็นอื่น ๆ ตามสภาพและความจำเป็นของพื้นที่
  • คณะทำงาน ฯ ตำบลบัวแดง ได้สำรวจผู้เดือดร้อนและจัดลำดับการช่วยเหลือ ที่เสนอขอรับการสนับสนุนในปี ๒๕๕๙ จำนวน ๓๐ ครัวเรือน เป็นงบซ่อมสร้าง จำนวน ๙๕๐,๐๐๐ บาท เป็นงบบริหารจัดการ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยคณะทำงาน ฯ ทั้งนี้ สถาบันฯ อนุมัติโครงการ ฯ ๙๐๐,๐๐๐ บาท กลุ่มต้องมีการออมเพื่อเป็นกองทุนสมทบ ๑๐% โดยมีแผนเพื่อให้มีงบประมาณเพื่อการสงเคราะห์ บ้านผู้ยากไร้ กรอบงบ ๕๐,๐๐๐  บาท โดยการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการกองทุนฯ มีงบประมาณเพื่อการหมุนเวียนกับสมาชิกกองทุน ฯ กรอบงบ ๘๕๐,๐๐๐ บาท ( แปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน ) โดยการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการกองทุน ฯ
  • คณะทำงาน ฯ ตำบลบัวแดง มีการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนไปเป็นลักษณะของกองทุนหมุนเวียน โดยมีระเบียบข้อบังคับกองทุนที่ดินชุมชนตำบลบัวแดง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ประกาศใช้ ณ วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
  • เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกได้เกิดการออม ระดมทุนอย่างมีส่วนร่วมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
  • เพื่อให้เป็นกองทุนที่สร้างหลักประกันให้เกิดความมั่นคงในด้านการจัดการที่ดินของชุมชนตำบลให้เกิดธนาคารที่ดินชุมชนตำบลบัวแดง
  • เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนในท้องถิ่น ผู้นำ สมาชิกแต่ละหมู่บ้านได้มีโอกาสในการลุกขึ้นมาจัดการทรัพยากร ฯ และการกำหนดการพัฒนาการแก้ไขปัญหาของตนเองในท้องถิ่น
  • เพื่อเป็นการรองรับการแก้ไขปัญหา กรณีสมาชิกผู้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ป้องกันการซื้อขายที่ดินกับนายทุนภายนอก และปัญหาที่ดินหลุดมือของสมาชิก
  • กลุ่มมีการบริหารการก่อสร้าง โดย ๑) ผู้มีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนต้องเป็นผู้เดือดร้อนในด้านที่อยู่อาศัยและต้องเป็นสมาชิกกองทุนที่ดินและมีการออมร่วมกับกองทุนอย่างน้อย ๓ เดือน ๒) มีการจัดลำดับความเร่งด่วนและลำดับความเสียหาย เป็น เสียหายมาก , เสียหายปานกลาง , เสียหายน้อย ๓) การสนับสนุนมีคณะกรรมการกองทุนที่ดินเป็นผู้พิจารณา ถึงความเร่งด่วน ฐานะทางเศรษฐกิจ การรับผิดชอบทางสังคม เข้าใจกฎเกณฑ์ ระเบียบกติกากลุ่ม และมีคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนและ อบต.ในชุมชนนั้น ๆ รับรอง ๔) คณะทำงานช่างชุมชนที่คณะกรรมการกองทุนที่ดินตำบลรับรองเป็นผู้ออกแบบพิจารณาวัสดุอุปกรณ์ และตรวจรับงาน ๕) ผู้ที่รับงบประมาณต้องสมทบแรงงานในการก่อสร้างแบบหมุนเวียนและสมทบกองทุน ๑๐ % ๖) มีคณะกรรมการกองทุนที่ดินตำบลเป็นผู้ควบคุมการบริหารจัดการ ๗) การสนับสนุน มี ๓ ระดับ (๑)ให้เปล่า แต่สมทบ ๑๐ % และแรงงาน (๒) ให้เปล่าครึ่งหนึ่งผู้เดือดร้อนสมทบครึ่งหนึ่ง สมทบ ๑๐ % กับงบที่ได้รับและแรงงาน (๓) เป็นเงินกู้ยืมทั้งหมด มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๖ ต่อปี มีการทำสัญญากับกองทุน  ผ่อนส่งได้ไม่เกิน  ๕  ปี  ตามเงื่อนไขสัญญารายบุคคล

ข้อสรุปเบื้องต้นจากการลงสอบข้อเท็จจริง พบว่า

๑) เอกสารการสำรวจสภาพที่อยู่อาศัยของชาวตำบลบัวแดง อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจะขอรับเงินซ่อมแซมบ้าน ตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท ของ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือว่า “พอช.” ที่เป็นหลักฐานที่นายยุทธพล กาสิงห์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวแดง นำไปร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณของโครงการนี้

ข้อเท็จจริง

หลักฐานที่นายยุทธพล กาสิงห์ อ้างถึงนั้น เป็นแบบสำรวจข้อมูล “ประชาชนในภาวะยากลำบาก และกลุ่มเปราะบางทางสังคม” ซึ่งเป็นเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่ใช้สำรวจข้อมูลเมื่อต้นปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่แบบสำรวจข้อมูลโครงการบ้านมั่นคงชนบท

๒) นายยุทธพล ระบุว่าปี ๒๕๕๙ สภาองค์กรชุมชนตำบลบัวแดง ได้รับงบประมาณจากโครงการนี้ ๙๐๐,๐๐๐ บาท มีการโอนเข้าบัญชี “โครงการแก้ปัญหาที่ดินตำบลบัวแดง” ซึ่งประธานโครงการนำไปปล่อยกู้ให้กับชาวบ้าน คนละ ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท

ข้อเท็จจริง คือ?

การสนับสนุนโครงการให้เป็นทุนหมุนตามกรอบเกณฑ์ของโครงการ สามารถนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ แต่ต้องมีการจัดประชุมและหาข้อสรุปในพื้นที่ว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยตำบลต้องจัดตั้งกองทุนฯ และมีระเบียบหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นเงินทุนหนุมเวียนเพื่อความยั่งยืน 

และเนื่องจากผู้เดือดร้อนจำนวนมาก ประกอบกับการเสนองบประมาณไม่ได้คัดแยกผู้เดือดร้อนแบ่งเป็น มาก ปานกลาง น้อย และที่สำคัญ ชุมชน ไม่ได้เข้าใจเงื่อนไขโครงการว่าให้นำไปทำเป็นเงินทุนหมุนเวียน เมื่อรับงบประมาณมาที่ตำบลจึงใช้วิธีการเฉลี่ยงบประมาณเพื่อให้ถึงมือผู้เดือดร้อนจำนวนมากที่สุด ทำให้จากเดิมขอให้เบิกจ่ายงบประมาณจำนวน ๓๑ ราย เพิ่มเป็นจำนวน ๖๒ ราย

๓) คณะทำงานสภาองค์กรฯ ได้สำรวจผู้ยากไร้ในตำบล มี ๘๓ คน เพื่อจะนำชื่อไปเสนอขอรับเงินซ่อมแซมบ้าน ตามโครงการฯ คนละ ๒๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐  บาท นำไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ เพื่อซ่อมแซมบ้านตามจริง แต่ว่าสุดท้าย ผู้ที่ยากไร้ทั้ง ๘๓ คน มีสิทธิ์เพียงแค่กู้เงินในโครงการเท่านั้น

ข้อเท็จจริง คือ?

๑) การพัฒนาโครงการฯ ชุมชนมีปัญหาการทำความเข้าใจ กรอบคิด แนวทางเงื่อนไขโครงการ เนื่องจากไม่ได้ชี้แจงให้ผู้เดือดร้อน ผู้รับผระโยชน์รับทราบ ไม่รู้ว่างบประมาณโครงการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เข้าใจว่าเป็นงบให้เปล่า พอโครงการอนุมัติกลุ่มผู้เดือนร้อนจึงไม่สนใจเข้าร่วมโครงการ

คณะกรรมการรับผิดชอบโครงการ คือสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวแดง มีความเห็นแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย ส่วนใหญ่เห็นว่า ควรนำมาใช้จ่ายตามกรอบคิดโครงการและจัดเป็นทุนหมุนเวียน เนื่องจากมีการสำรวจผู้เดือดร้อนทั้งตำบล พบมีผู้เดือดร้อน จำนวนมาก หากให้เปล่าก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งตำบล ส่วนกรรมการบางท่าน ซึ่งเป็นส่วนน้อย เห็นว่าควรให้เปล่า ซึ่งไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ

๒) จากเหตุผลข้อที่ ๑ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ โดยมีการจัดประชุมชี้แจงในพื้นที่ และผู้รับประโยชน์ไม่มาติดต่อขอรับงบประมาณ คณะกรรมการ ณ ขณะนั้น จึงเปิดรับผู้เดือดร้อนชุดใหม่ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ ทางพื้นที่ได้มีการจัดประชุมชี้แจง แต่ไม่ได้แจ้งเอกสาร หลักฐานการประชุม เปลี่ยนแปลงผู้รับประโยนช์ส่งมาให้กับสำนักงาน พอช.ภาคอีสาน

๓) มีการเปลี่ยนแปลงแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยที่ประชุม นำงบประมาณ ไปใช้จ่ายเรื่องงบบริหารจัดการ จำนวน ๑๓๐,๐๐๐ บาท โดยมีการจัดประชุมสภา ฯ เพื่อขอมติใช้จ่ายงบประมาณ มิได้นำไปใช้โดยพละการ

          และมีการเปลี่ยนแปลง ผู้รับประโชน์ในโครงการ จากเดิม ๓๑ ราย เบิกจ่ายงบประมาณ ๒ งวด ซึ่งตรวจสอบเอกสารตรวจสอบการเบิกจ่ายงวด ๑ จำนวน ๒๐ ราย มีการใช้จ่ายตามเอกสารขอเบิก ๓๐,๐๐๐ – ๔๕,๐๐๐ บาท โดยชุมชนได้เบิกจ่ายงบประมาณมาที่บัญชีสภา ฯ หลังจากนั้นได้นัดประชุมหารือแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณ โดยขอปรับเป็นการทำสัญญากู้ยืมเงิน รายละ ๕,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้งหมด ๖๒สัญญา คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ ๓ ต่อปี ส่งปีละครั้ง รวม ๓ ปี ผู้กู้ จัดทำสัญญาเงินกู้ และรับเงินไปจัดซื้อวัสดุด้วยตนเอง

๔)ผู้เดือดร้อนในโครงการ ๓๑ รายแรก รายละ  ๒๐,๐๐๐ บาทเศษ - ๔๕,๐๐๐ บาท  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  ๙๗๒,๗๕๐ บาทถ้วน (รวมเงินออมของสมาชิก)  ตามรายละเอียดที่แนบมานี้  ที่มีการยื่นเอกสารขอเบิกจากสำนักงาน ไม่ได้มีการจัดประชาคม รับรองข้อมูลผู้เดือดร้อน ส่วนผู้ทำสัญญาเงินกู้ ๖๒ สัญญา มีการประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจ

๕) คณะกรรมการ มีการเปลี่ยนแปลง จากเริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน แบ่งเป็น ๓ รุ่น โดยรุ่นที่ ๑ เป็นคณะกรรมการสภาฯ เป็นผู้ดำเนินการ รุ่นที่ ๒ ได้มีการจัดประชุมจัดตั้งกองทุนสวัสดิการที่ดินและที่อยู่อาศัยตำบลบัวแดง เพื่อบริหารงบประมาณผ่านกองทุน ชุดที่ ๓ เป็น คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการฯ หลังจากที่มีความขัดแย้งเรื่องแนวทางโครงการฯ สมาชิกบางคนจึงขอลาออก เนื่องจากเกิดความขัดแย้งความเข้าใจไม่ตรงกันในการแก้ไขปัญหาบ้านมั่นคงชนบท ทำให้เกิดการร้องเรียนผ่านสื่อ คือคุณ ยุทธพล กาสิงห์

๖) คณะทำงานมีเอกสารหลักฐานทางการเงิน แต่ณะทำงานไม่มีระบบเอกสารใบเสร็จให้ตรวจสอบเรื่องการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยรายครัวเรือน มีแต่สัญญากู้ยืม

ข้อเสนอแนะในการดำเนินการ เพื่อให้ความเป็นธรรม และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีข้อเสนอ ดังนี้

๑) จัดให้มีคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมีองค์ประกอบจากหลายฝ่าย และให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

๒) จัดประชุมสรุปผลการตรวจสอบ

๓) ประชุมสมาชิกผู้รับประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันสมาชิกในกองทุนมีทั้งหมด ๖๖ ราย เพื่อสร้างความเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคงชนบท หรือโครงการต่าง ๆ ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ยึดหลัก “องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก พื้นที่เป็นตัวตั้ง” ดำเนินการพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีระบบที่พัฒนาไปสู่การจัดการตนเอง มุ่งจัดระบบความสัมพันธ์ของชุมชนท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้องสู่ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและนโยบาย และพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็ง รวมถึงยึดหลักการทำงานตามหลักธรรมภิบาล ในการจัดระบบบริหารจัดการองค์กร เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนแก้ไขปัญหาที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลว่า  นายยุทธพล  กาฬสิงห์  ประธานสภาองค์กรชุมชน  ณ ขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้ลงนามในบันทึกความร่วมมือหลังจากได้งบประมาณงวดที่ ๑ ไป  โดยโอนเงินเข้าบัญชีสภาองค์กรชุมชนแล้ว  ได้นำเงินงบประมาณไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย  โดยมีการจัดประชุมในพื้นที่ 
แต่เนื่องจากนายยุทธพล  กาฬสิงห์  ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำงบประมาณดังกล่าว  ไปทำเป็นทุนหมุนเวียน  เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งตำบล  จึงนำเรื่องมาร้องเรียนสื่อมวลชน  และยังให้ข้อมูลแก่สื่อว่ามีการเรียกรับประโยชน์จากผู้เดือดร้อนด้วย  
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter