ป่าชุมชนตำบลหนองเสม็ด
ตำบลกระหาด อ.จอมพระ จ.สุรินทร์
“พลิกบทบาทจากผู้ที่เคยทำลายในอดีตมาเป็นผู้อนุรักษ์ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2540 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ป่าก็กลับฟื้นคืนชีพ ความเป็นป่าก็เริ่มให้ชีวิตใหม่แก่ชุมชนเมื่อคนดูแลป่า ป่าจึงทดแทนคุณ กลายเป็นความผูกพันหวงแหนในทรัพยากรที่จะสืบทอดต่อกันมา"
ผืนป่าชุมชนตำบลหนองเสม็ดมีพี้นประมาณ 665 ไร่ ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองยาว บ้านกระหาด บ้านอันโนง และบ้านโคกจ๊ะ เป็นชุมชนเก่าแก่ประมาณพันกว่าปี โดยมีร่องรอยของต้นมะม่วงเก่าแก่และสิ่งของเครื่องใช้ที่ชาวบ้านขุดค้นพบ มีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางป่า 3 แห่งด้วย และมีร่องรอยการขุดคูคลองเชื่อมต่อกันเป็นที่ส่งน้ำหลงเหลืออยู่อย่างเห็นได้ชัดเจน
หลังจากที่ชาวบ้านเข้าไปจับจองพื้นที่ทำกินทำให้ป่าโคกเสม็ดลดน้อยลง ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับแห้งแล้ง น้ำในหนองก็แห้งขอด ดังนั้นชาวบ้านได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้นำบทเรียนในอดีตมาปลุกจิตสำนึกของชุมชนเพื่อเป็นการอนุรักษ์ผืนป่าให้ฟื้นคืนสภาพเดิม โดยการร่วมมือกับกรมป่าไม้ในการเข้ามาดูแลรักษาป่า ออกตรวจตราป่าออกกฎเกณฑ์การใช้ประโยชน์จากป่า กำหนดเขตป่าใช้สอยและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการบุกรุกป่าชุมชน จัดตั้งคณะกรรมการในการดูแลรักษาป่าขึ้นมา 4 ชุด 4 หมู่บ้าน มีกรรมการทั้งหมด 40 คน โดยมีงานที่สำคัญ ๆ คือการออกไปสำรวจป่าทุก ๆ เดือนผลัดเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา
กิจกรรมที่ชุมชนทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำพิธีบวชป่า ทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า และอบรมอาสาป้องกันไฟป่าโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานป่าไม้จังหวัด และได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก อบต. บางส่วน นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีการระดมทุนในชุมชนเพื่อเป็นทุนในการทำกิจกรรมการดูแลรักษาป่า ปัจจุบันมีเงินสะสมแล้วทั้งสิ้น 100,000 กว่าบาทจาก 4 หมู่บ้าน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้นำไปพัฒนาป่าด้านการซื้อพันธุ์ไม้ และเป็นรางวัลนำจับให้กับคนบอกเบาะแส
ในช่วงปี 2548 ที่ผ่านมา คณะกรรมการป่าชุมชนได้บรรจุผืนป่าหนองเสม็ดเข้าสู่แผนชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ผืนป่าได้อย่างเข้มแข็งและหลากหลาย โดยโรงเรียนทั้ง 4 หมู่บ้าน ได้กำหนดแผนการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่า ซึ่งนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปลูกป่าไผ่และสวนพืชสมุนไพรในบริเวณป่าชุมชน และนำเยาวชนไปสำรวจป่าเพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ เกิดความรู้สึกหวงแหนป่าพร้อมกับการดูแลและฟื้นฟู โดยในทุก ๆ ปีจะมีการทำบุญให้ผืนป่าที่ถูกทำลาย โดยชาวบ้านได้นำข้าวปลาอาหารมานั่งกินร่วมกัน และเลี้ยงศาลปู่ตา จนกลายเป็นขนบธรรมเนียมมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันหลังจากป่าฟื้นขึ้นมาชาวบ้านก็ได้ใช้ประโยชน์จากป่า ทั้งทางด้านอาหารซึ่งในทุก ๆ ปีมีชาวบ้านไปเก็บเห็ด เก็บผัก พืชสมุนไพรมาบริโภค คอยแนะนำให้รู้จักใช้ประโยชน์จากป่าเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งบางปีมีชาวบ้านมาขอไม้เพื่อไปซ่อมแซมบ้านแต่ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการก่อน ส่วนพืชสมุนไพรก็สามารถเก็บไปต้มกินได้แต่ห้ามนำออกไปจำหน่าย ผลไม้ป่าหลายชนิดก็เริ่มเกิดขึ้นทั่วบริเวณป่า และนอกจากนั้นยังมีไม้ฟืนและไม้ใช้สอยที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ จากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นก็แวะเวียนมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าได้กลับมา
ทุกวันนี้คนในชุมชนท้องถิ่นรอบ ๆ ป่าชุมชนหนองเสม็ด จึงช่วยกันคุ้มครองรักษาและเสริมสร้างระบบนิเวศป่าไม้ของตนเอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมที่คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพา


