อบรม intranet

อบรม intranet (8)

รายงานสภารายงานสถานะสภาองค์กรชุมชน ประจำเดือน ธันวาคม 2560embarassed

ปีงบประมาณ 2560 (เดือนตุลาคม 2559 – กันยายน 2560)

ผลการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชน

  1. ภาพรวมความคืบหน้าของสภาองค์กรชุมชนตำบล

ตามที่ พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีเจตนารมณ์สำคัญในการส่งเสริมชุมชนซึ่งเป็นสังคมฐานรากให้มีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ตามมาตรา 35 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยได้กำหนดให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล

ความคืบหน้าการสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 จนถึงวันที่ 30ธันวาคม2559มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลรวมทั้งสิ้น 5,675 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72.52 ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศพื้นที่ที่สภาองค์กรชุมชนตำบลได้รับการจัดตั้งสะสมมากที่สุด ได้แก่ภาคใต้ จำนวน 982 แห่งคิดเป็นร้อยละ 83.50 รองลงมาคือภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก จำนวน 644 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 82.35, ภาคกลางและตะวันตก จำนวน 1,144 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 78.95,ภาคเหนือ จำนวน 1,013 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 68.86 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,892 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 64.20 ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศ ตามลำดับ

ด้านสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งมีองค์ประกอบจาก (1) สมาชิกซึ่งเป็นผู้แทนของชุมชนหรือท้องถิ่นดั้งเดิมในแต่ละหมู่บ้านและผู้แทนชุมชนอื่นในตำบลที่ได้รับการคัดเลือกและมีจำนวนตามกติกาของสภาองค์กรชุมชนตำบลกำหนด และ (2) สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ มีจำนวนไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกตาม (1) จากจำนวนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้งหมด 5,675 แห่ง มีจำนวนสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้งสิ้น 190,734 คน หรือจำนวนสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลโดยเฉลี่ยแห่งละประมาณ 34 คน

ส่วนกลุ่มหรือองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 127,480 องค์กร โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนองค์กรชุมชนที่จดแจ้งมากที่สุดจำนวน 43,231 องค์กร คิดเป็นร้อยละ 33.91 รองลงมาคือภาคเหนือจำนวน 31,457 องค์กร คิดเป็นร้อยละ 24.68, ภาคกลางและตะวันตกจำนวน 19,520 องค์กร คิดเป็นร้อยละ 15.31, ภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก จำนวน 18,133 องค์กร คิดเป็นร้อยละ 14.22 และภาคใต้ จำนวน 15,139 องค์กร คิดเป็นร้อยละ 11.88 ของจำนวนองค์กรชุมชนที่จดแจ้งทั้งหมด

  1. สถานะสภาองค์กรชุมชนตำบล

2.1 สภาองค์กรชุมชนตำบลที่จดแจ้งจัดตั้งใหม่

การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนตำบลเพื่อให้สามารถส่งผลและสร้างความเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างได้ สภาองค์กรชุมชนตำบลต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานเพื่อส่งเสริม สนับสนุนการรวมกลุ่มของคนในตำบลและใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกันและวางแผนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมกับภาคีพัฒนาต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

               จากจำนวนพื้นที่เป้าหมาย การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 655 แห่งมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจัดตั้งใหม่แล้วจำนวน 36 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 5.50 ของพื้นที่เป้าหมาย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2559) แยกเป็นรายภาคโดยภาคเหนือมีการจดแจ้งจัดตั้งมากที่สุด จำนวน 21 แห่ง รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 แห่ง, ภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก จำนวน 5 แห่งและภาคกลางและตะวันตก จำนวน 3 แห่ง ตามลำดับ ส่วนภาคใต้ยังไม่มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล

 

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ตามรอยพ่อหลวงเศรษฐกิจพอเพียง

เขียนโดย

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยมี เงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ  ดังนี้
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ
๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

เศรษฐกิจพอเพียง

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ท่องเที่ยวอีสาน

เขียนโดย
ประเพณีแห่ผีตาโขนจัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า "งานบุญหลวง" หรือ "บุญผะเหวด" ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์ มหาชาติ ประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีชื่อเสียงและขึ้นชื่อของจังหวัดเลย โดยมีกระบวนแห่ผีตาโขนโดยแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์มีลวดลายที่งดงามแตกต่างกันไป แสดงการละเล่นเต้นรำกันอย่างสนุกสนานในขบวนแห่งที่แห่ยาวไปตามท้องถนน กล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดา ผีป่าหลายตน และสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสอง พระองค์ กลับ เมือง "ผีตามคน" หรือ "ผีตาขน" จนกลายมาเป็น "ผีตาโขน" อย่างในปัจจุบัน
ชนิดของผีตาโขน
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
- ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่าง
- ผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำ และเข้าร่วมสนุก ได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน
การแต่งกายผีตาโขน 
ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ ทำจากกาบมะพร้าวแกะสลักและสวมศีรษะด้วย

รายงานความก้าวหน้างานก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคง

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2559 แยกรายภาคได้ ดังนี้

     

 

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ผลิกวิกฤตราคายาง สร้างเศรษฐกิจพอเพียง

เขียนโดย

ผลิกวิกฤตราคายาง สร้างเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรัพย์ทวี

โดยสุวัฒน์ คงแป้น

          ตำบลทรัพย์ทวี เดิมเป็นหมู่บ้านหนึ่งของงตำบลท่าเรือ อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี แยกตัวออกมาตั้งเป็นตำบลประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน ตั้งอยู่บนชัยภูมิที่อุดมสมบรูณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำตาปี และคลองลำพูนไหลผ่าน มีดินเหมาะแก่การเกษตร ส่งผลให้คนทรัพย์ทวีส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ตามวิถีชาวชนบททั่วไป

          ชาวทรัพย์ทวี ส่วนใหญ่เป็นคนดั้งเดิมยกเว้นชาวบ้านหมู่ที่ 5 คือบ้านจันทร์โคตรที่เป็นชาวไทยทรงดำ ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน และด้วยการเป็นวิถีชนบทที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร คนทรัพย์ทวี จึงมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ประกอบด้วยความเป็นเครือญาติ จึงมีวิถีผูกพันเกื้อกูลกันอย่างแนบแน่น มีการพึ่งพาต่อกันทั้งด้านการลงแขกทำงานด้านการเกษตร การแบ่งปันแลกเปลี่ยนสินค้าต่อกัน ไม่มีความสัมพันธ์กับสังคมภายนอกมากนัก

          กระทั้งประมาณ 30 ปีมานี้ จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาของรัฐที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น การปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ทำให้เกษตรกรเปลี่ยนที่นามาปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ถนนหนทาง เข้าไปสู่ชาวบ้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะวีถีการผลิทางการเกษตรเท่านั้น แต่ทำให้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่เต็มไปด้วยการเกื้อกูลสูญหายไปด้วย

          ด้วยอัตราการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตชาวทรัพย์ทวี ต้องพึ่งพาระบบการตลาดแทนที่จะพึ่งพาซึ่งกันและกันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ชีวิตผู้คนต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมาย ค่าครองชีพสูงขึ้น และต้นทุนการปลูกยางก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ยและค่าแรงงาน ส่งผลต่อการดำรงชีพของชาวบ้านที่มีความมั่นคงน้อยลง

          ในปี พ.ศ. 2529 ชาวสวนยางพาราในตำบลทรัพย์ทวีได้รวมตัวกันเป็น “กลุ่มเกษตรกรสวนยาง” เพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิตเพื่อทำให้ยางมีคุณภาพดีขึ้น มีการคัดเกรดยาง โดยเน้นไปที่ความสะอาด รูปทรงสวยงามและแผ่นบาง ซึ่งทำให้สามารถขายยางแผ่นได้ราคาที่สูงขึ้น และเป็นที่เชื่อถือของพ่อค้าที่มารับซื้อ จนพัฒนาไปสู่การตั้งโรงรมยาง โดยการรับซื้อน้ำยางสดจากสมาชิก เพื่อนำไปทำยางแผ่นรมควันและร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์ สวนยางพาราตำบลทรัพย์ทวีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาราคายางที่ผันผวนตามกลไกตลาด จนล่าสุดยกระดับไปสู่การสร้างโรงงานเพื่อแปรรูปยางพารา

          อย่างไรก็ดีการแปรรูปยางพาราก็ประสบปัญหาต่างๆหลายอย่าง ทั้งคุณภาพของสินค้าที่ผลิตความรู้ความเข้าใจด้านการตลาดไม่เพียงพอ ตลอดจนเกษตรกรยังเข้าร่วมโครงการไม่กว้างขวาง จนกระทั้งในปี 2556 ก็ได้มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทรัพย์ทวีขึ้น ตาม พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 โดยหวังใช้สภาองค์กรชุมชน เชื่อมโยงกลุ่มองค์กรต่างๆในตำบล มาวางแผนพัฒนาตำบลร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารา

          แต่เหมือนโชคชะตาไม่เข้าข้างเกษตรกร เพราะในช่วงปลายปี 2556 เกิดวิกฤตราคายางตกต่ำอย่างขนานใหญ่ทั่วประเทศ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือนร้อนกันทั่วหน้า แม้รัฐจะมีมาตรการต่างๆออกมาช่วยเหลือแต่ก็ไม่อาจแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางได้ ต้องประสบปัญหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย

          นายสิริ สงนรินทร์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลทรัพย์ทวี บอกกว่าการมีสภาองค์กรชุมชนทำให้เรามีช่องทางมากขึ้น โดย ได้นำปัญหายางพารามาพูดคุยกันในที่ประชุมสภาองค์กรชุมชน มีชาวบ้านจากทุกกลุ่มมาร่วมพูดคุย และยังมีภาคีพัฒนาต่างๆ เช่น นักวิชาการ หน่วยงานของรัฐมาร่วมด้วย เพราะสภาองค์กรชุมชน มีสถานะตามกฎหมาย จึงเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆมากขึ้น

          เรามีความเห็นร่วมกันที่จะเดินหน้าเรื่องการแปรรูปยางพาราต่อไป แต่ต้องทำให้มีคุณภาพมากขึ้น จึงส่งคนไปอบรมเรื่องการทำผลิตภัณฑ์จากน้ำยางสด ซึ่งทำให้สามารถแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ เช่น หมอน เบาะรองนั่ง เต้าเทียม พวงกุญแจ เป็นต้น แต่ดูเหมือนว่า การดิ้นร้นเพื่อหาทางรอดของชาวบ้านในครั้งนี้ ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

          ในปี 2558 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณให้ชาวทรัพย์ทวี นำไปจัดทำโครงการ พัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน มุ่งให้เกิดการทบทวนปัญหาอุปสรรคทุน โอกาส ของชุมชนอย่างครบวงจรเพื่อนำไปสู่การวางแผนโดยไม่ยึดติดอยู่เฉพาะยางพาราเท่านั้น

          โครงการนี้เป็นโอกาสให้สภาองค์กรชุมชนตำบลทรัพย์ทวีได้ทำหน้าที่อีกครั้งโดยการชวนชาวบ้านและองค์กรต่างๆในตำบลมาร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพตำบล ซึ่งพบว่าคนทรัพย์ทวีทุ่มเทกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันจนสุดตัวจนลืมไปว่า มีทุนทางทรัพยากรธรรมราชาติ ที่อุดมสมบรูณ์ที่ทำให้ได้มากกว่าการปลูกยางพารา นั่นคือ การปลูกพืชอย่างหลากหลายสร้างรายได้ช่องทางสร้างรายได้และยังช่วยลดรายจ่ายได้อีกด้วย

          คนทรัพย์ทวีลืมไปว่า เดิมมีทุนทางสังคมที่อุดมสมบรูณ์ ความเป็นพี่น้อง มีประเพณีวัฒนธรรม มีภูมิปัญญาด้านการปลูกพืชที่หลากหลาย ตลอดจนมีทุนทางสังคมที่เกิดขึ้นใหม่ นั่นก็คือ มีการรวมตัวเป็นองค์กรชุมชนที่หลากหลาย เช่นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีกองทุนต่างๆจำนวนมากซึ่งมีเงินรวมกันไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท มากพอที่จะใช้เป็นทุนให้ชาวบ้าน หยิบยืมไปประกอบอาชีพได้ ที่สำคัญกลุ่มต่างๆเหล่านี้ได้รวมตัวเป็นสภาองค์รกขุมชนตำบล เพื่อใช้เป็นเวทีพูดคุยปรึกษาหารือและทำแผนพัฒนาท้องถิ่น

          พอมองเห็นทุนและโอกาสที่มีอยู่ในตำบล ก็ทำให้ชาวทรัพย์ทวี มองเห็นทางรอดมากขึ้น กล่าวคือด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราก็ต้องยกระดับพัฒนาคุณภาพ และสร้างช่องทางด้านการตลาดกันต่อไป แต่แนวทางใหม่ที่ค้นพบก็คือ การทำให้ชีวิตไม่ต้องพึ่งยางพาราเพียงด้านเดียวอีกต่อไป โดยการหันมาเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้ทุนที่มีอยู่ในตำบล ได้แก่การปลูกพืชแซมในสวนยางพาราและการแบ่งพื้นที่บางส่วนมาปลูกพืชสวนครัวไม้ผล เลี้ยงไก่เลี้ยงวัวเลี้ยงปลา เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครอบครัว

          ตอนนี้มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 50 ครอบครัวจากเดิมที่ตั้งเป้าให้มีการเริ่มต้นเพียงหมู่บ้านละ 5 ครอบครัว รวม 25 ครอบครัวเท่านั้นและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะแนวทางนี้ไม่เพียงทำให้มีอาหารไว้บริโภคทุกวัน แต่ยังทำให้สมาชิก มีรายได้ลดรายจ่ายและรู้จักการวางแผนชีวิตอีกด้วย

          กรณีทางตำบลทรัพย์ทวี ไม่เพียงสะท้อนข้อเท็จจริงให้เห็นถึงความพยายามของชาวบ้านในการผลิกวิกฤตราคายางตกต่ำ โดยการวิเคราะห์ตำบล จนพบทางออก นั่นคือ หันไปหันหาภูมิปัญญาดั้งเดิมในการสร้างระบบเศรษฐกิจพอเพียง เท่านั้น

          แต่อดที่จะคิดไม่ได้ว่าตอนพาชาวบ้านออกจากวิถีดั้งเดิมไปสู่ระบบพืชเชิงเดียวที่ต้องพึ่งพาระบบตลาด ภาคราชการดูเอาการเอางานทุ่มเทจริงจังแต่พอชาวบ้านพบกับวิกฤต กลับไม่เห็นความทุ่มเทของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่จะนำชาวบ้านออกจากวิกฤต จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวของพ่อหลวงจึงไปไม่ถึงไหน ทั้งๆที่ชาวบ้านไม่ได้ขาดภูมิปัญญาด้านเศรษฐกิจพอเพียงเลยแม้แต่น้อย

 

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

la la land ไอเท็มน่าสนใจ

เขียนโดย
ให้คะแนนบทความนี้
(0 โหวต)

 “ละครชีวิตจริงไม่มีใครรู้ว่าเราจะเดินไปทางไหน ท่ามกลางมหานครแห่งความฝัน” ความฝันกับความจริงเป็นสิ่งที่บรรจบกันได้ยาก แต่ถึงอย่างไรมนุษย์ก็เกิดมาเพื่อมีฝัน ไม่อย่างงั้นเราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ถึงแม้ว่าฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ตาม

          สำหรับ La La Land ผมให้ 9.5/10 (งดงาม กลมกล่อม แปลกใหม่และทรงพลัง)  มันเป็นหนึ่งในหนัง 5 ดาวที่ดีที่สุดในปีนี้และยังเป็นหนังที่เข้าขั้นตำนานอีกด้วย คือ ทั้งแหวกแนวหนังธรรมดา ทั้งมีความเป็นศิลปะสูงและมีสไตล์ของตัวเองที่เด่นชัดมากๆ (แต่ถ้าคนไม่ชอบ ก็อาจไม่ชอบไปเลย เพราะ หนังก็ไม่ได้ดูง่ายสักทีเดียว ถ้าไม่เข้าทางที่เราชอบ) เราจะได้สัมผัสถึงฉากย้อนยุคคลาสสิค การคารวะหนังเก่าอย่างมีชั้นเชิง เทคนิคอันแพรวพราวของหนัง นักแสดงเต็งออสการ์และดนตรีประกอบที่พร้อมขับกล่อมพาเราเข้าไปในความฝัน หนังประณีตทุกองค์ประกอบราวกับเนรมิตขึ้นมา

          หากคุณชอบดูหนังแปลกใหม่ / Musical / ย้อนยุค โรแมนติคหรือหนังที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน ความรัก ดวงดาวและความโรแมนติก รวมถึงการตามล่าเพื่อไขว้คว้าฝันในนครแห่งดารา แต่ก็ดราม่าในระดับสะเทือนใจ La La Land คือ หนังระดับ 5 ดาวที่คุณห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

“ละครชีวิตจริงไม่มีใครรู้ว่าเราจะเดินไปทางไหน ท่ามกลางดวงดาวและความฝัน”

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

รายงานการประชุมคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ครั้งที่ 2/2559 วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2559

http://1.bp.blogspot.com/-KE_kevnKybQ/UcXT7OXkeKI/AAAAAAAAA44/OcX7uDNyAyI/s1600/143.jpg

ณ ห้องประชุมสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

นครพนม
พระธาตุพนม
วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

มอไซ

เขียนโดย

สวัสดี วันตรุษจีน 

Codi_Guest12

Password : f3788391

 

 

เท่