วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

จดหมายจาก ผอ.พอช. (ฉบับที่ 5 วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561)

เขียนโดย
ให้คะแนนบทความนี้
(0 โหวต)

จดหมายจาก ผอ.พอช.

(ฉบับที่ 5 วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561)

กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ช่วงที่หายไปอาจจะทำให้พวกเราคิดถึงจดหมายข่าวจากพี่กันบ้างไหม หลังจากที่ห่างหายไปช่วงเวลาหนึ่ง ด้วยภารกิจที่มีมากมาย ก็ขอเอาข้อมูลข่าวสารความคืบหน้ามาเล่าสู่น้องๆ ฟังอีกครั้งนะครับ — จากการสัมมนาผู้ปฏิบัติงาน ประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 18 - 20 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ณ เดอะ บลูม รีสอร์ท อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา พวกเราก็ได้ทำกิจกรรมเพือสร้างความสัมพันธ์ต่อกันทั้งผู้ปฏิบัติงาน พอช. และพี่น้องขบวนที่ดิน-บ้านมั่นคง จ.นครราชสีมา รวมทั้งเราได้กำหนดข้อตกลงร่วม ใน 8 เรื่อง ประกอบด้วย 1) เราจะสร้างความสำเร็จด้วยการทำงานเป็นทีม 2) เราเชื่อว่าการพัฒนาที่องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน 3) เรามีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ และทุกสิ่งอย่างที่เราปฏิบัติ 4) เรายึดมั่นในความถูกต้องเป็นธรรม 5) เราเป็นนักแก้ปัญหาและมุ่งมั่นทำงานให้เกิดผลสำเร็จ 6) เราเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 7) เราสร้างความร่วมมือและทำงานร่วมกับภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนในการพัฒนาสังคม 8) เราสื่อสารงานที่ถูกต้องชัดเจนตรงกัน และจากที่พวกเราได้เห็นชอบร่วมกันนั้น ผอ.ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะทำงานพัฒนาบุคลากร อัตลักษณ์ วัฒนธรรมองค์กร และธรรมาภิบาล” โดยจะมีการจัดทำแผนงานในการส่งเสริมและรณรงค์อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การจัดทำโปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ ป้ายรณรงค์ ฯลฯ และให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาบุคลากรของส่วนงาน เนื่องจากค่านิยมองค์กรของ พอช. ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมคุรธรรมของกระทรวง พม. เช่นกัน — สำหรับการประชุมกับผู้บริหาร พม. จะมีการประชุมทุกวันพุธ/สัปดาห์ และเมื่อวันพุธที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ร่วมประชุมกับ รมว.พม. และคณะผู้บริหาร และ รมว.ระบุว่าต้องการยกระดับการทำงานของพอชให้ทำงานยุทธศาสตร์มากขึ้นโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องกระบวนทัศน์การทำงานแนวใหม่ วิธีการทำงานแนวใหม่ และ พอช. จะต้องจัดทำข้อมูลและสื่อวิดีทัศน์ ความยาว 2-3 นาที เพื่อเสนอต่อ รมว. และในการประชุม ครม. เป็นลำดับถัดไป โดยในประเด็นแรกที่จะนำเสนอนั้นเป็นเรื่องของสภาองค์กรชุมชน เป็นกลไกในการหนุนเสริมชุมชนเข้มแข็ง และในสัปดาห์ต่อไปจะนำเสนอเกี่ยวกับโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านมั่นคง บ้านมั่นคงชนบท (ที่ดินสปก.) บ้านพอเพียงชนบท และคนไร้บ้าน เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้ รับทราบ และเข้าใจต่อการหนุนเสริมขบวนองค์กรชุมชนในการพัฒนาให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน — และในช่วงที่ผ่านมาส่วนกลางได้มีการประสานไปยังทีมวิชาการภาค ในการจัดทำข้อมูล การรายงานผลการดำเนินงานสำคัญในแต่ละสัปดาห์ โดยมีการตั้งคณะทำงานข้อมูลของ พอช. ขึ้นมาหนึ่งชุด ซึ่งจะมีการรายงานข้อมูลจากทุกจุดทุกสัปดาห์ในกลุ่มไลน์ CODI IO เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้ผู้อำนวยการไปรายงานที่ พม. ทุกวันพุธ ทั้งนี้จะสื่อสารข้อมูลไปยังกลุ่มไลน์ต่างๆ เพื่อให้รับรู้สถานการณ์ร่วมกันต่อไป — ช่วงวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ พี่ได้เข้าร่วมประชุม World Urban Forum สมัยที่ 9 ณ Kuala Lumpur Convention Center(KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย จัดขึ้นโดยสำนักงานโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UNHABITAT) จัดให้มีพิธีเปิดในวันที่ 8 ก.พ. มีผู้เข้าร่วมการประชุมในระดับรัฐมนตรี และเทียบเท่าจำนวน 100 คน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 22,000 คน จาก 165 ประเทศ โดยมีนาย Najib Razak นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานในพิธี สาระสำคัญในการประชุมนี้คือ Cities 2030-Cities for All : Implementing the New Urban Agenda” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศสมาชิกแบ่งปันประสบการณ์และร่วมหาแนวทางในการยกระดับการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน และนำการพัฒนาเมืองไปสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่น เพื่อเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และในวันที่ 9 ก.พ. มีการประชุมโต๊ะกลมระดับสูงในหัวข้อ “Cities for All and Housing at the Center” ซึ่งพี่ทิพย์รัตน์  นพลดารมย์ ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของ พอช. ทำหน้าที่ผู้แทนกระทรวง พม. ร่วมนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานของประเทศไทย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยสำหรับคนไทยทุกคน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เพื่อบรรลุถึงความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของประเทศในอนาคต — ระหว่างวันที่ 12 - 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชน พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน 3 ปี (พ.ศ. 2561-2563) ขึ้น ณ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ โดยมีเป้าหมายคือ ผู้นำและขบวนองค์กรชุมชนสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นไปสู่การจัดการตนเองและเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ โดยวางหลักคิดสำคัญในการพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชนนั้น ต้องสร้างการเรียนรู้ ใช้ความรู้ภูมิปัญญา ร่วมพลังภาคี ในการขับเคลื่อนอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยพลังองค์กรชุมชน และหลักการ เรียนรู้จากการปฏิบัติ (Learning by doing) หรือ ทำไป คิดไป เรียนรู้ไป มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน จากผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค ประชาสังคม และนักวิชาการ สำหรับทิศทางการพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน ปี 2561-2563 นั้น  มีทิศทางสำคัญ คือ 1) การยึดเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคน “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” 2) การใช้พื้นที่เปนตัวตั้ง มีการพัฒนาทีมในระดับตำบลเพื่อสร้างเครือข่าย 3) การพัฒนาคนต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อน 3-5 ปี โดยต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมไปพร้อมกัน 4) เน้นการปฏิบัติการจริง  5) มีวิธีการพัฒนาหลายวิธี ไม่ใช่การอบรมเพียงอย่างเดียว  6) การพัฒนาต้องพัฒนาอย่างน้อย 3 กลุ่ม ประกอบด้วย การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่มีทักษะเชิงประเด็น และพัฒนาสมาชิก 7) ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และ 8) พัฒนาองค์กรชุมชนควบคู่กับผู้นำชุมชน ในการนี้หลักการพัฒนาต้องให้ความสำคัญในการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การพัฒนาอบรม การสอนงานผ่านการเรียนรู้เชิงพื้นที่ เรียนรู้เชิงประเด็น และต้องมีการเปิดพื้นที่ให้กว้าง (Open House) เชื่อมโยงภาคส่วนอื่นเข้ามาร่วม และการพัฒนาคนต้องมีแผนยุทธศาสตร์ก่อน เพื่อให้รู้ว่าจะพัฒนาคนไปสู่เป้าหมายอะไร ในด้านการพัฒนาคนก็ต้องพัฒนาองค์กรชุมชนไปด้วยกัน เป็นต้น — เมื่อวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเวทีประชุมแนวทางในการผลักดันการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อให้การบริหารแผนงานบรรลุตามเป้าหมาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยมีคณะกรรมการสถาบันฯ คณะอนุกรรมการนโยบายและแผนงาน ประธานอนุกรรมการภาค 5 ภาค ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการภาค ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางในการผลักดันการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการเชิงรุก ให้การบริหารแผนงานบรรลุผลตามเป้าหมาย พร้อมจัดทำแผนผังโครงสร้างการทำงาน และกลไกคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และส่วนงานภายในสถาบันฯ โดยมีการวิเคราะห์การดำเนินงานของภาค ทั้งในส่วนที่เป็นปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัด และจัดแข็งจากการแปลงยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ เป้าหมายและตัวชค้วัดสู่การปฏิบัติในห้วงเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งนโยบายรัฐบาลที่ลงสู่พื้นที่ ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปบทเรียนการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อการวิเคราะห์ ทบทวน/ปรับปรุงและพัมนาการดำเนินงานต่อไป โดยเฉพาะการคิดและปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการหรือรูปแบบการทำงานใหม่ๆ ที่มีความทันสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยใช้ระบบสารสนเทศในการทำงานมากขึ้น มีการออกแบบแนวทางในการพัฒนาและยกระดับข้อมูล รวมถึงการใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือ พร้อมทั้งพัฒนางานวิชาการในส่วนขององค์กรและขบวนชุมชน ซึ่งองค์ความรู้ของผูเปฏิบัติงานในบางเรื่องยังไม่เพียงพอ จะต้องมีการวิเคราะห์ความรู้ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับศักยภาพที่สัมพันธ์กับเป้าหมายการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการประสานความร่วมมือกับสถาบันวิชาการ และภาคีวิชาการในพื้นที่ รวมทั้งการออกแบบวิธีการขับเคลื่อนงานที่สอดคล้องกับบริบทของภาค เพื่อให้บรรลุผลเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีการเสนอผลการดำเนินงานและประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงาน รายไตรมาสทั้งผลที่เป็นผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยใช้ตัวชี้วัดเป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน โดยในช่วงต่อไปจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน คณะทำงานสวัดิการชุมชน และคณะทำงานพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มจากคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสถาบันฯ จำนวน 14 คณะ และคณะทำงาน 29 คณะ ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนปฏิบัติการ ประจำปี 2561 โดยการทำงานของคณะอนุกรรมการ คณะทำงาส่วนกลางจะต้องเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกันให้มากที่สุด ภายใต้คณะอนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชน — ในปี 2561 สถาบันฯ มีแผนการพัฒนาบุคลากรและโครงการ/กิจกรรมสำคัญอยู่ 7 โครงการ ประกอบด้วย (1) โครงการส่งเสริมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม และกลุ่มจัดการความรู้ ที่จะเน้นการส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ในลักษณะของเครือข่ายเพื่อนชุมชน โดยในงานการจัดการความรู้จะส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่จัดการความรู้ในงานของตนเอง หรืออาจจะทำร่วมกับชุมชน และมอบรางวัลในงาน KM DAY ให้กับกลุ่มที่มีผลงานที่ดีน่าสนใจ  (2) โครงการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร โดยจะมีการส่งเสริมและรณรงค์อย่างต่อเนื่องใน 8 ค่านิยมที่ผู้ปฏิบัติงานได้เห็นชอบร่วมกัน ในลักษณะการจัดทำโปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ ฯลฯ และให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาบุคลากรของส่วนงาน เนื่องจากค่านิยมองค์กรของ พอช. ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมคุรธรรมของกระทรวง พม. ด้วย (3) การหมุนเวียนผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ จะเริ่มดำเนินการในระดับผู้บริหารระดับสูง และระดับกลาง รวมถึงระดับปฏิบัติการในบางตำแหน่ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้มีการพัฒนาตนเองเพิ่มมากขึ้น (4) การพัฒนาความก้าวหน้าของบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะสัมพันธ์กับการพัฒนาใน 3 ระบบ คือ ระบบ Career Development  เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันได้เติบโตในสายงานที่เหมาะสม การพัฒนาระบบ Talent Management เพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูง และการพัฒนาระบบ Succession Plan เพื่อทดแทนผู้ปฏิบัติงานในระดับบริหารที่จะเกษียณการทำงานในอนาคต ซึ่งทั้งหมดเพื่อการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานให้เป็นคนดี คนเก่ง เป็นความหวังขององค์กร (5) สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรระดับบุคคลและระดับส่วนงาน เน้นการพัฒนาระดับกลุ่ม/สำนัก  มากกว่าปัจเจก สำหรับงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาจะโอนงบประมาณไปให้แต่ละสำนัก ก็ต่อเมื่อส่วนงานได้การจัดทำ JA และแผนพัฒนาบุคลากรของส่วนงานจัดส่งมาที่สำนักทรัพยากรบุคคล (6) การพัฒนาผู้ปฏิบัติงานตามสมรรถนะกลุ่มตำแหน่ง และความก้าวหน้าสายอาชีพ (7) การประเมินผลงานการปฏิบัติงานประจำปี 2561 แยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1) ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดส่วนงาน 2) ผลการดำเนินงานรายบุคคล รวม 70 คะแนน (มาจาก KPI 30 + JA30 + IDP10) และส่วนที่เป็นการประเมินคุณลักษณะ รวม 30 คะแนน (มาจากเพื่อน20 + ผู้ประเมิน 10) ทั้งนี้จะมีวงประเมิน 4 ระดับ เน้นการจัดวงพูดคุยเพื่อการพัฒนาบุคลากรในส่วนงานเป็นหลัก โดยสำนักทรัพยากรจะแจ้งรายละเอียดและขั้นตอนไปยังส่วนงานอีกครั้ง — สำหรับเครื่องแบบปกติขาว ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถาบันฯ แล้ว ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเดือนเมษายน 2561 หลังจากนั้นสำนักทรัพยากรบุคคลจะประสานส่วนงานเพื่อให้แต่ละคนแจ้งความประสงค์ในการสั่งตัดชุด และสั่งซื้อเครื่องประดับประจำชุดต่อไป หรือผู้ปฏิบัติงานท่านใดไม่ประสงค์สั่งตัด สั่งซื้อ สำนักทรัพยากรบุคคลจะมีชุดกลางเพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ขอยืมได้ — อย่างไรก็ตามพี่ขอเน้นย้ำขอให้ทุกภาควางแผนการเบิกจ่ายงบประมาณโดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างละเอียด โดยขอให้แต่ละภาคจัดส่งแผนการเบิกจ่ายภายใน 2 สัปดาห์ ...ไม่ได้พบกันนาน เลยมีเรื่องเล่ามาเล่าให้น้องๆ ฟังยาวเหยียดเลย อย่างไรก็ขอขอบคุณ CODI TEAM ที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายและนโยบายขององค์กร แล้วพบกันใหม่ในฉบับต่อไปนะครับ...สวัสดีครับ

         

                                                พี่หรั่ง

                                                22 ก.พ. 2561

อ่าน 202 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น