วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

จดหมายจาก ผอ.พอช. ฉบับที่ 3 วันที่ 1 ธันวาคม 2560

เขียนโดย
ให้คะแนนบทความนี้
(0 โหวต)

จดหมายจาก ผอ.พอช.

(ฉบับที่ 3 วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2560)

สวัสดีทุกคน เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่บรรจบมาพบกันอีกครั้งนะครับ พี่ได้มีโอกาสคุยกับวงต่างๆ ทั้งกับพวกเราเอง และพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนทั้งในระดับชาติ และในพื้นที่ มีภารกิจผูกพันธ์ค่อนข้างเยอะพอสมควร ก็ขอควบรวมจดหมายข่าวของวันศุกร์ที่ 24 พ.ย. และ ศุกร์ที่ 1 ธ.ค. ไปพร้อมกันเลยละกันนะครับ — ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เครือข่ายชาวเลอันดามัน  และหน่วยงานภาคี  จัดงาน ‘รวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 8’ขึ้น  ที่บ้านทับตะวัน  ต.บางม่วง  อ.ตะกั่วป่า  จ.พังงา  โดยมีชาวเลและเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน  ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ  การแสดงศิลปะ  วัฒนธรรม  และนำเสนอปัญหาต่างๆ ของชาวเล  โดยมีนายธีรพงษ์  ศรีสุคนธ์  รองอธิบดี  กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  มารับมอบข้อเสนอของเครือข่ายชาวเล พี่เองได้มีโอกาสร่วมวงเสวนาเรื่อง ‘รัฐธรรมนูญกับเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธ์’  มีผู้เข้าร่วม  เช่น  พลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง  ประธานกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย  พื้นที่ทำกิน  และพื้นที่ทางวิญญาณของชุมชนชาวเล , พี่แดง(เตือนใจ  ดีเทศน์)  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , ด้วง(ปรีดา  คงแป้น)  กรรมการมูลนิธิชุมชนไท  และตัวแทนชาวเล รวมถึงก่อนหน้าวันงานพี่ก็ได้มีโอกาสได้ลงพื้นที่ชาวเลราไวย์ และบ้านมั่นคงชุมชนสระต้นโพธิ์ จ.ภูเก็ต พี่มองว่าปัญหาของชาวเลเป็นปัญหาทางโครงสร้าง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม  และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  ได้จัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย 20 ปี  คือภายในปี 2579 ประชาชนจะต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี  และเมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลได้มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาที่อยู่อาศัย  โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  มีคณะอนุกรรมการ 3 ชุด  เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา  ขณะที่ พอช. ก็มีแผนงานที่จะสนับสนุนชุมชนในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน  ที่อยู่อาศัย  และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างครบวงจร “เรื่องการเสนอร่าง พ.ร.บ.เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมฯ เป็นเรื่องที่ดี  แต่ต้องใช้ระยะเวลา  ดังนั้นสิ่งที่พี่น้องสามารถทำได้เลย  คือการจัดทำพื้นที่นำร่องในการคุ้มครองทางวัฒนธรรมเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม  หรือเป็นพื้นที่นำร่อง  10 ชุมชน  โดยต้องกำหนดเป้าหมาย  เช่น  ภายใน 1 ปี  จะต้องทำเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย  ทำเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน  และทำเรื่องการวางแผนพัฒนาในทุกมิติภายใน 5 ปี  และสิ่งที่สำคัญคือ พี่น้องชาวเลต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง  มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับคนอื่นๆ” — และเมื่อวันที่ 20-21 พ.ย. ที่ผ่านมา มีวงประชุมอนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชน ครั้งที่ 1/2560 ที่ห้องประชุมศรีวรา บี โรงแรมทาวน์อินทาวน์ จากการประชุมครั้งนี้ได้คุยกันถึงแนวทางการขับเคลื่อน และแผนการปฏิรูปประเทศไทย จะเห็นว่ามีหลายนโยบายที่เกี่ยวข้องนั้นลงสู่ชุมชนโดยตรง เช่น sand box นำร่องในพื้นที่ต่างๆ นโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ควรทำคู่ขนานกับนโยบายปฏิรูป คือ การสร้างพื้นที่รูปธรรมให้เป็นจริง แนวทางการดำเนินงานของ พอช. นั้นมีแนวทางสำคัญคือ 1) การใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เราทำงานร่วมกับภาคีมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 2) การสร้างพื้นที่รูปธรรมให้พี่น้องรรลุเป้าหมาย 3) การพัฒนาคนในขบวนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ 4) การบริหารจัดการองค์กร ใช้หลักธรรมาภิบาลทั้งกับองค์กร และขบวนองค์กรชุมชนมากขึ้น เช่น ปี 2561 อาจจะมีการสอบทานประเด็นงานสำคัญ และปี 2561 จะเน้นการพัฒนาคุณภาพคนและงานเป็นหลัก จากเวทีดังกล่าวจะต้องมีการจัดทำข้อมูลเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนในเวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับภาค/พื้นที่ต่อไป — วันที่ 23 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา มีวงประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ ครั้งที่ 12/2560 ที่ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ก็มีหลายเรื่องที่พี่อยากจะเอามาสื่อสารหรือเล่าให้พวกเราได้รู้กัน...เรื่องแรก ขอแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย 1) นางอุดมศรี  ศิริลักษณาพร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.60 และ 2) นางสาวเฉลิมศรี  ระดากูล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการภาค ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 60 เรื่องที่สอง คณะกรรมการสถาบันฯ เห็นชอบการปรับกรอบตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ตำแหน่งรองผู้อำนวยการ จาก 2 อัตรา เป็น 3 อัตรา โดยเห็นชอบให้ปรับกรอบตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการเป็นรองผู้อำนวยการ จำนวน 2 อัตรา ซึ่ง สำนักทรัพยากรบุคคล ได้ทำการประกาศเปิดรับสมัคร เพื่อคัดเลือกผู้ปฏิบัติงานภายใน เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว 2 อัตรา ประกอบด้วย 1) รองผู้อำนวยการ ที่จะมาบริหารและกำกับดูแลภาพรวมกลุ่มงานพื้นที่ และ 2) รองผู้อำนวยการ บริหารและกำกับดูแลภาพรวมของกลุ่มงานยุทธศาสตร์ โดยผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นตามสถาบันฯ กำหนด จะต้องแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “แนวทางการบริหารองค์กรและการบริหารงานในตำแหน่งที่แสดงความจำนง” ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งการปรับโครงผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้ พี่เชื่อว่าเป็นการปรับเพื่อให้เห็นการบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์และบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ พอช. นั้นดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ — เรื่องที่สาม ในการประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ ในครั้งนี้ พี่ได้มีโอกาสเสนอแผนการบริหารองค์กรของพี่ต่อคณะกรรมการฯ ซึ่งก็เป็นแผน 1 ปี และ 4 ปี r แผน 1 ปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (พฤศจิกายน  2560 – 30  กันยายน  2561) ที่ดำเนินการสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของสถาบันฯ   รวมทั้งนโยบายของคณะกรรมการสถาบันฯ ประกอบด้วย 8 แผนงาน คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีระบบพัฒนาไปสู่การจัดการตนเอง ! แผนงานที่ 1 : การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท เป้าหมายการดำเนินงานคือ 1.1 บ้านมั่นคง 6,710 ครัวเรือน , 1.2 ที่อยู่อาศัยริมคลอง  2,498 ครัวเรือน , 1.3 คนไร้บ้าน 2 ศูนย์ , 1.4 บ้านพอเพียงชนบท 15,000 ครัวเรือน , 1.5 ที่อยู่อาศัยชั่วคราว 1,200 ครัวเรือน  วิธีการทำงานคือ จัดทีมทำงานปฏิบัติการภาคผสมระหว่างทีมเมืองและทีมชนบท เพื่อให้รับผิดชอบในเชิงพื้นที่/กลุ่มจังหวัด (Area based) , ประสานการทำงานร่วมกับประชาสังคม วิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง , พัฒนาแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเมือง/ตำบล/จังหวัด เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ  , มีการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information operation : IO) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะและฝ่ายนโยบาย , จัดทีมฏิบัติกรเฉพาะงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ! แผนงานที่ 2 : การส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง (โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน 500 ตำบล) วิธีการทำงานคือ เชื่อมโยงเครือข่าย (Cluster) ธุรกิจชุมชนประเภทเดียวกัน ให้มาทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันนโยบายและสนับสนุนการทำงาน , ประสานหน่วยงานภาคีหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน , สรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างพื้นที่รูปธรรมตำบล ! แผนงานที่ 3 : การสนับสนุนการเชื่อมโยงและบูรณาการแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่แผนยุทธศาสตร์จังหวัด จำนวน 500 ตำบล และ 22 จังหวัด ฝึกอบรมทีมงานและผู้นำระดับตำบล/จังหวัด ให้สามารถจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดระยะ 4-5 ปี ได้ , ผลักดันแผนภาคประชาชนทั้งระดับตำบลและระดับจังหวัด ให้เชื่อมโยงและได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชน ! แผนงานที่ 4 : การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแกนนำและขบวนองค์กรชุมชน มีเป้าหมายการดำเนินงานคือ 4.1 การจัดตั้งและพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชนตำบล 1,870 ตำบล , 4.2 การสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน 500 ตำบล , 4.3 การพัฒนาศักยภาพแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง 3,000 คน วิธีการทำงานคือ จัดฝึกอบรมผู้นำชุมชนในเชิงพื้นที่ (ตำบล/เมือง) และเชิงประเด็น , การพัฒนาการบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาลของขบวนองค์กรชุมชน , การสอบทานโครงการเพื่อยกระดับการบริหารงานของขบวนองค์กรชุมชน  ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การจัดระบบความสัมพันธ์ของชุมชนท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้องสู่ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและนโยบาย ! แผนงานที่ 5 การประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีพัฒนา วิธีการทำงานคือ จัดทำโครงการและความร่วมมือระหว่าง พอช. กับภาคีการพัฒนา และประชาสังคม  , จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองระหว่าง พอช. กับกรมธนารักษ์ สปก. และมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กร ! แผนงานที่ 6  การพัฒนาระบบข้อมูล  องค์ความรู้ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ มีวิธีการทำงานคือ ปรับปรุงฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลคนจนของรัฐบาล , จัดทีมข้ามส่วนงานในงานสื่อสารและการจัดการความรู้ , จัดโครงข่ายการสื่อสารผ่าน Social media ระหว่างทีมบริหารกับเจ้าหน้าที่ และระหว่าง พอช. กับขบวนองค์กรชุมชน , ส่งเสริมระบบการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ! แผนงานที่ 7  ระบบการกำกับและบริหารองค์กร วิธีการทำงานคือ ส่งเสริมการบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล โดยเปิดเผนยข้อมูลโครงการและงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจาก พอช. , จัดให้มีการติดตามผลการทำงาน กับหัวหน้าระดับต่าง ๆ ทุก 3 เดือน , ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน , ปรับโครงสร้างการทำงานให้เหมาะสมกับภารกิจและสถานการณ์ โดยเพิ่มตำแหน่งรองผู้อำนวยการ เพื่อรับผิดชอบงานนโยบายและงานยุทธศาสตร์/จัดตั้งสำนักส่งเสริมภาคประชาสังคม/จัดตั้งสำนักสื่อสารและจัดการความรู้ เพื่อรับผิดชอบงานด้านการสื่อสาร จัดการความรู้ และงานนวัตกรรมขององค์กร , เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสำนักงานภาค  5 ภาค , จัดส่งรายงานความก้าวหน้ารายเดือนให้กับ พมจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวง ! แผนงานที่ 8  การบริหารและพัฒนาบุคลากร วิธีการทำงานคือ ศึกษาเพื่อทบทวนโครงสร้างเงินเดือนและสวัสดิการ , จัดทำแผนยุทธศาสตร์บริหารทรัพยากรบุคคล 2561-2564 , จัดทำแผนพัฒนากลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Talent) , ฝึกอบรมวิชาชีพผู้บริหารทุกระดับ , มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานระหว่างสำนักงาน และภาค , มีการหมุนเวียนบุคลากรระดับบริหาร ...ถือว่าเป็นภารกิจที่พวกเราพี่น้อง พอช. จะต้องบริหาร ปฏิบัติการ และขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพื่อให้เป้าหมายนี้บรรลุผล ซึ่งในบางส่วนก็อาจจะมีการปรับโครงเพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนงานต่อไป และในการปรับเปลี่ยนบางจุดนี้ก็ต้องเสนอต่อคณะกรรมการสถาบันฯ ในครั้งต่อไป เชื่อว่าหลายคนอาจจะมีคำถามในใจหรือคำถามที่เคยถามออกมาดังๆ ว่า “ทำไม พอช. ถึงปรับโครงสร้างบ่อยจัง?” นั่นเพราะ พอช. ดำเนินงานมา 17 ปี และพี่เชื่อว่าพี่ๆ ผอ.ท่านที่ผ่านมาๆ ก็เห็นเหมือนกันกับพี่ว่า การปรับโครงสร้างองค์กรนี้เป็นการให้พวกเรานั้นไม่คิดบนกรอบเดิม นั่นคือ การทำงานที่ต้องมีระบบคิดใหม่ๆ และสร้างสรรค์ทีมทำงานให้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์ รวมถึงการบริหารงานของพี่นั้นมีแนวคิดที่จะพัฒนาคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับต้นและระดับสูงให้ได้ อาจจะมีวิธีการให้เขาเหล่านั้นได้พัฒนาตนเอง เข้าครอสฝึกอบรม เป็นต้น r สำหรับแผนการบริหารกิจการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ.2561 – 2564 พี่จะเอามาสื่อสารให้พวกเรารับรู้ และรับทราบในฉบับต่อไปก็แล้วกันนะครับ — ดังที่ได้แจ้งไปแล้วเบื้องต้น ในเรื่องของ งาน “สัมมนาประจำปี 2561” ภายใต้ธีม 17 ปี CODI Family ทำความดีด้วยหัวใจ” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2561 นี้ คาดว่าน่าจะใช้สถานที่แถวๆ เขาใหญ่ พวกเราจะได้สัมผัสอากาศหนาวและธรรมชาติให้มากๆ วัตถุประสงค์ในการจัดงานนี้ก็เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของคนทำงาน และเราจะสร้างค่านิยม และแสดงอัตลักษณ์อันงดงามของเราชาว พอช. ไปพร้อมกัน ในปีนี้เราจะทำเสื้อสีน้ำเงินมอบให้กับผู้ปฏิบัติงาน พอช.ทุกคน เพื่อแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียว ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการผลิตนั้นก็จะมีการสมทบกันระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน โดยพี่ได้มอบหมายให้มีคณะอำนวยการจัดงานที่เป็นผู้แทนจากทุกสำนัก/สำนักงาน และมาจากคน 3 รุ่น มาช่วยคิดคิด ช่วยกันออกแบบ และช่วยกันดำเนินการให้งานนี้นั้นบรรลุผล ซึ่งจะประชุมครั้งแรกในวันที่ 8 ธ.ค.60 นี้ — เป็นที่ฮือฮา หลังจาก พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ปรับ ครม. เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยพลตำรวจเอก อดุลย์  แสงสิงแก้ว ได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และในวันที่ 30 พ.ย. นี้ ผู้บริหาร พอช. , ผู้ปฏิบัติงาน พอช. , ตัวแทนผู้นำชุมชน ร่วมพิธีอำลา รมว.พม. “คนดีไม่มีวันตาย” โดย พอช. ได้มอบกรอบรูปภาพให้กับท่าน เพื่อเป็นของที่ระลึก และแต่งตั้ง พลเอก อนันตพร  กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่วัที่ 1 ธันวาคม 2560 นี้ — มาเรื่องสุดท้ายที่ใกล้ตัวพวกเราเป็นอย่างมากคือ “เรื่องเงินยืมทดรองจ่าย” พี่ขอกำชับและขอความร่วมมือกับพวกเราทุกคน ให้มีการวางแผนและใช้ประมาณการค่าใช้จ่ายให้ตรงตามวัตถุประสงค์ / ใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายตามความจริงให้มากที่สุด และปฏิบัติตามระเบียบของสถาบันฯ อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการคืนเงินสดคงเหลือและเอกสารหลักฐานการใช้จ่ายให้ตรงตามวันที่กำหนด และในกรณีส่งคืนเงินสดคงเหลือมากกว่าร้อยละ 20 ของวงเงินที่ยืม จะต้องชี้แจงเหตุผลประกอบในการคืนเงินยืมทดรองจ่ายด้วย เพื่อให้การบริหารองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น — ฉบับนี้ก็ถือว่าเนื้อหาสาระหนักพอสมควร ก็อยากให้พวกเราทุกคนมีสุขภาพดี ทำงานอย่างมีความสุข///สวัสดีครับ

         

พี่หรั่ง

1 ธ.ค. 2560

อ่าน 143 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น