Banner

 

 

 

 

เปิดใจ "ทิพยรัตน์ นพลดารมย์" พันธกิจบ้านมั่นคง 2 แสนครัวเรือน
PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Friday, 30 October 2009 07:59

          ปัญหาประชาชนไร้ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินนับเป็นปัญหา ที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานาน แม้จะมีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแลแก้ไข แต่ปัญหาก็ไม่จบไม่สิ้น    "ฐานเศรษฐกิจ"  ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นางทิพยรัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  ถึงบทบาทการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาชุมชนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ดังประเด็นคำถามต่อไปนี้
          +++ ไทยเข้มแข็งกระตุ้นเศรษฐกิจ
          ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลให้พัฒนาบ้านมั่นคงแต่ละชุมชน   68,0000 บาทต่อหน่วย   ต่อมาได้เสนอขอรัฐบาล  ปรับเป็น  80,000 บาทต่อหน่วย  เนื่องจากวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น    อย่างไรก็ดีมองว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นตัวช่วย สนับสนุนเศรษฐกิจ  อย่างมาก เนื่องจาก เมื่อชาวบ้านมีการรวมตัวกันเข้มแข็ง มีการออมทรัพย์  เมื่อต้องการพัฒนาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น   ด้วยการเข้าสู่โครงการบ้านมั่นคง ดังนั้น ช่วยให้เกิดการจ้างงาน เมื่อมีงบประมาณลงไป
          อาทิ  จัดซื้อวัสดุ ปูน เหล็ก ไม้   ซึ่ง พอช.ได้รับอุดหนุนให้จัดทำสาธารณูปโภค โดยใช้สินเชื่อจากกองทุนให้ก่อสร้างบ้าน  50,000 - 150,000  บาทต่อหน่วย  เป็นต้น ขึ้นอยู่ที่ความพอใจ   โดยผ่อนชำระ ในระยะยาว 15 ปี  ในรูปของกลุ่มชุมชน  อาทิ สหกรณ์    ปัญหาใหญ่  ชาวบ้านเข้าถึงแหล่งสินเชื่อยาก เพราะสถาบันการเงินต้องตรวจสอบ ตามกฎระเบียบ
          เมื่อรัฐบาลช่วยงบอุดหนุนไทยเข้มแข็ง 3,000 ล้านบาท ในเรื่องของสินเชื่อจะช่วยชาวบ้านได้มาก   นอกจากนี้แล้วยังช่วยเชิงสังคมให้กลายเป็นชุมชนเข้มแข็ง  ที่จะต้องมีส่วนร่วมให้เกิดระบบประชาธิปไตยในชุมชน   ร่วมมือกันออกแบบชุมชน   เป็นต้น
          +++เงินสินเชื่อ
          กองทุนมีจำกัด มีกว่า 2,000 ล้านบาท  เป็นกองทุนต้องใช้ทั้งเมืองและชนบท ที่ผ่านมาไม่มีระบบที่เป็นทางการที่ให้สินเชื่อกับตัวชุมชน เราใช้จากกองทุนของเรา ขณะนี้ มีส่วนหนึ่งที่เชื่อมโยงกับธนาคารอาคารสงเคราะห์  ถ้าชุมชนไหนดำเนินการเรียบร้อย  การคืนหนี้ไม่มีปัญหาก็  จะโอนโครงการให้กับธอส. ซึ่งโอนไป 2 โครงการคืนหน้าไม่มีปัญหา  เนื่องจากบ้านมั่นคงที่เราทำมีปริมาณมาก 86,000 ครัว  1,400 ชุมชน 260 เมืองทั่วประเทศ ดังนั้นความต้องการสินเชื่อสูงมาก เพื่อพัฒนาความมั่นคงของเขา ยังไม่นับดำเนินการต่อ ทำให้เงินกองทุนสนับสนุนไม่พอ
          จึงเป็นที่มา ที่เราขอให้รัฐบาลสนับสนุน ไทยเข้มแข็ง นโยบายทราบว่าชั้นแรก 3,000 ล้านบาท ปีต่อไป อาจปีละ 1,500 ล้านบาท จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงสินเชื่อ ทั้งนี้ปัญหาสลัม ในโลกนี้ คือ ชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ
          +++รัฐบาลให้ 10,000 ล้าน
          จะถึงหรือไม่ ไม่ทราบแต่ถ้าได้จะดี  แต่เบื้องต้นขอไป คือ 6,000 ล้านบาท รวมทั้งขอให้รัฐ สนับสนุนเรื่องเชื่อมโยงสถาบันการเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่ผ่านมา พอช. ได้ตกลงกับธอส ว่าจะขอให้สนับสนุนสินเชื่อ วงเงินเปิด 500 ล้านบาท แต่จะต้องเป็นโครงการก่อสร้างแล้ว  ผลการคืนสินเชื่อการผ่อนชำระ เรียบร้อย ซึ่งเราจะต้องส่งต่อให้ธอส.  ซึ่งชุมชนต้องยินยอมที่จะเปลี่ยนสัญญา โดยจะส่งเป็นกลุ่ม เพราะจะเกิดการบริหารจัดการร่วมกัน ถ้าเป็นรายเดี่ยวมีบางรายไม่มีกำลังที่จะจ่าย  บางครั้ง ทำเลของชุมชนตั้งในทำเลที่ดี หากเป็นรายเดี่ยวเขาอาจขายให้นายทุนได้แต่ถ้าเป็นกลุ่มจะต้องตกลงกัน
          +++แผนครม.ให้ดำเนินการ
          จำนวน 200,218 หน่วย เดิมได้รับอนุมัติ 300,000 หน่วย  แต่มองว่าถ้าท้องถิ่นมีความพร้อมก็น่าจะรับช่วงต่อได้จึงลดเป้าลง   เดิมเป้าจะ ดำเนินการภายใน 5 ปี แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ จำนวนนี้จะมีงบประมาณของรัฐด้วยแต่งบที่ได้ไม่เป็นไปตามที่อนุมัติ  จึงขยายไป  ซึ่งขึ้นอยู่กับงบประมาณ ที่ผ่านมาเราดำเนินการมากกว่า   86,000 หน่วย ซึ่งที่เหลือรัฐบาลสามารถให้งบสม่ำเสมอ ก็สามารถดำเนินการได้ตามเป้า  ทั้งนี้หลังๆ จะต้องขึ้นอยู่ความพร้อมของชุมชน
          +++ชุมชนเข้าได้อย่างไร
          หลักการที่เข้ามา ก็คือ ชุมชนกับท้องถิ่นต้องร่วมมือกัน มีคณะทำงานร่วมกัน อาทิ เทศบาล อบต. สำรวจข้อมูล เช่น ชุมแพ สำรวจทั้งเมือง จะแก้อย่างไรแก้กี่ปี อย่างคลองบางบัวจะแก้อย่างไร ชุมชนจะต้องมีขบวนการออมทรัพย์    ถ้าเขาจะพัฒนาเขาจะมีความมั่นคง คนอยากมีบ้านต้องออมทรัพย์   ทำงานร่วมกัน เกิดความมั่นใจและเกิดความมั่นคงตามมา
          นอกจากนี้งบไทยเข้มแข็งที่ดำเนินการ คือ 5 จังหวัดภาคใต้ ที่รัฐบาลมาดำเนินการ เกี่ยวกับการซ่อมแซม และสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ สำหรับ หมู่บ้านยากจนซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ   สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา  นราธิวาส กรณีซ่อมแซม อยู่ที่ 15,000 -50,000 บาท ถ้าสร้าง ที่อยู่อาศัยใหม่   ประมาณ120,000 -150,000 บาท /หน่วย     ซึ่งต้องมีเวทีประชาคม จากหมู่บ้านมาระดับตำบล  นี่คืองบต่างหาก 1,228  แยกเป็น งบ 1,028 ซ่อม และสร้าง  เป้าหมาย   20,000-24,000 หน่วย   และที่เหลือ เป็นการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน 20 พื้นที่  ที่สนับสนุนให้ชุมชน จัดทำแผน ข้อมูล แก้ปัญหา 20 ตำบล เฉลี่ย ตำบลละ  1,000,000 บาท  ส่วน งบ 3,000 ล้านบาทที่เกี่ยวกับบ้านมั่นคง  เป็นอีกก้อนหนึ่งที่ได้รับจากรัฐบาล
          +++งบที่มาของกองทุน
          ที่ผ่านมา กองทุนงบ  2,800 ล้านบาท งบเดิมเกิดจาก กองทุนสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง    และกองทุนพัฒนาชนบท  ที่อยู่ของสภาพัฒน์  ต่อมา รัฐบาลรวมเข้าด้วยกัน 2543 กัน  และตั้งเป็นสถาบนพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ภายใต้องค์การมหาชน กองทุนนี้  วัตถุประสงค์สร้างความเข้มแข็ง ให้ชุมชน กองทุนนี้จะให้สินเชื่อ ประสานกับชุมชน เพื่อช่วยเหลือกัน
          ซึ่งกองทุนนี้  ไม่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลแต่จะเกิดจากการหมุนเวียนจากการปล่อยสินเชื่อให้กับชุมชน    โดยชาวบ้านมีเงินออม 10 %
          +++ 3,000ล้านจะเกิดบ้านเพิ่มขึ้น
          จะเกิดตัวบ้านขึ้นมา ซึ่งมีรายชื่อชุมชนพร้อม เตรียมการเรียบร้อย ทำสาธารณูปโภคแล้ว ซื้อที่ดินแล้ว ทั่วประเทศ    การซื้อที่ดินชุมชนเป็นคนเลือก  ตอนนี้ข้อมูล ที่สำรวจมี 6,000 กว่าชุมชนทั่วประเทศ 76จังหวัด ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนแออัด  จำนวนนี้ทำไป 1,400 ชุมชน แต่บางพื้นที่อาจไม่ต้องใช้มาก หากต่อรองที่ดินได้  เช่นที่ดินราชพัสดุเช่าระยะยาว  ไม่ต้องสร้างใหม่ แต่ชุมชนบางบัว ต้องสร้างใหม่เพราะอยู่ในน้ำ

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552