playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

Picture_01.jpg

วันที่ 10 – 11 ม.ค. 60 ขบวนเครือข่ายชุมชนที่ทำงานขับเคลื่อนเรื่องที่อยู่อาศัยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดสัมมนากองทุนรักษาดินรักษาบ้านภาคใต้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สมาชิกตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการออมทรัพย์และสามารถเข้าถึงกองทุนรักษาดิน รักษาบ้านอย่างทั่วถึง ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีแกนนำชุมชนบ้านมั่นคงเข้าร่วมจาก 14 จังหวัดทั่วภาคใต้รวมกว่า 100 คน โดยคณะกรรมการสภาบันฯ พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ และผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ร่วมปลุกพลังสร้างกองทุนให้แผ่ทั่วภาคใต้และขยายบ้านมั่นคงทั่วทั้งเมือง

นายสุวัฒน์ คงแป้น ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ภาคใต้ กล่าวว่า พอช. ใช้การออมทรัพย์เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน แล้วยังสามารถช่วยเหลือสมาชิกเกี่ยวกับความเดือดร้อนด้านอื่นๆ  ได้ด้วย

“ในการตั้งกองทุนอะไรก็ตามมิติสำคัญคือการเชื่อมโยงคน ซึ่งกองทุนช่วงแรกๆ เป็นกองทุนเพื่อให้ได้บ้าน (แต่ไม่ใช่กองทุนรักษาบ้าน) จึงได้มีการตั้งกติกาว่าหากจะสร้างบ้านร่วมกับ พอช. ต้องมีเงินของตัวเองมาสมทบไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ต่อมาพบว่ามีการนำกองทุนมาให้ยืม ใช้หมุนเวียนกันในชุมชนในยามเดือดร้อน และกองทุนยังการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคี ดังนั้น อยากให้มองว่ากองทุนมีความสำคัญใน 4 มิติ คือ 1) รวมคน รวมพลังคนจนมาแก้ปัญหาร่วมกัน 2) รวมเงินเพื่อให้ได้บ้าน 3) เป็นเงินหมุนเวียนช่วยเหลือพี่น้องในชุมชน และ 4) เป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมโยงภาคีมาทำงานร่วม” ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคใต้กล่าว

นางสาวสุมล  ยางสูง ผู้จัดการสำนักบ้านมั่นคง กล่าวว่า การทำกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ดูแลโดยคณะทำงานมีตัวแทนมาจากแต่ละภาค เป็นกองทุนของพี่น้องขบวนชุมชนจริงๆ ซึ่งหมายความว่าเป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดยขบวนองค์กรชุมชน 100 เปอร์เซ็นต์ และนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เป็นต้นไป จะถอยการพิจารณาอนุมัติจากระดับชาติมาอยู่ที่ระดับเมือง เพิ่มน้ำหนักทิศทางและการบริหารจัดการอยู่ที่ระดับเมือง และมีการเพิ่มกลไกระดับภาค โดยระดับชาติมีบทบาทแค่เป็นเสมือนธนาคารกลางที่จะคอยเติมเงินมายังกองทุนระดับเมือง เมื่อเงินกองทุนในเมืองพร่องลงหรือมีการอนุมัติงบประมาณมากเกินกว่าที่กองทุนในเมืองมีอยู่

ด้านนางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษากองทุนรักษาดินรักษาบ้าน และกองทุนเมือง กล่าวว่า เรื่องกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน กองทุนเมือง เป็นเรื่องที่ต้องไปพร้อมกับเรื่องบ้านมั่นคง ไม่ใช่ทำกองทุนอย่างเดียว

“เรื่องกองทุนรักษาดิน รักษาบ้านเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องเดินไปพร้อมกับเรื่องกองทุนเมือง และเรื่องบ้านมั่นคง ต้องไปปลุกในเมืองต่างๆ เพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงโดยมือคนจน โดยการเปลี่ยนสถานะให้เป็นชุมชนที่มั่นคง เป็นชุมชนของตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี และเห็นว่าคนจนมีอำนาจในการจัดการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อยากให้เมืองต่างๆ เริ่มคิดเรื่องบ้านมั่นคงไปพร้อมๆ กัน ให้คนจนทั้งหลายรวมตัวทำระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน ตอนนี้เราอยากจะขยายการทำงานไปสู่โจทย์อื่นเพื่อเข้าสู่กองทุนเมืองและกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน และไม่อยากอยู่เฉพาะในกลุ่มของเราต้องชวนเพื่อนกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมด้วย เพราะฉะนั้น บ้านมั่นคงต้องนำมาสู่การพัฒนาเมืองคุณภาพ แต่จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการออกแบบการทำงานในวันนี้ โดยมีพี่เลี้ยงจากเมืองต่างๆ มาช่วยกันทำงาน เราจะทำกันเป็นเมืองๆ เอาคนทั้งหลายมาช่วยกันทำทั้งเรื่องดิน เรื่องบ้าน และเรื่องอื่นๆ” ที่ปรึกษากองทุนฯ กล่าว

“กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน” เป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่สมาชิกโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ ร่วมกันออมและสร้างกองทุนในระดับชุมชนสู่ระดับเมืองและระดับชาติ เพื่อเป็นสวัสดิการคุ้มครองป้องกันการเกิดปัญหาการสูญเสียที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการดูแลผู้นำที่ประสบปัญหาอันเนื่องมาจากการทำงานเสียสละช่วยเหลือชุมชน ภายใต้โครงการสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของชุมชนในเรื่องที่อยู่อาศัย

“กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน” ได้ดำเนินการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกเข้าสู่ปีที่ 8 จากการดำเนินโครงการนั้บตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันมีสมาชิก 127 กองทุน 17,356 ครัวเรือน รวมเงินสมทบกว่า 8,400,000 บาท โดยมีระบบการทำงานที่เน้นชุมชนเป็นแกนหลักส่งเสริมให้เกิดการออมเงินร่วมกัน โดยที่ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการและออกกฎระเบียบด้วยเอง ตลอดจนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการและจัดทำแผนการขับเคลื่อนพัฒนากองทุนในระดับภาค ซึ่งใน 2560 คณะกรรมการโครงการสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของชุมชนในเรื่องที่อยู่อาศัย (คณะทำงานกองทุนรักษาดิน รักษาบ้านฯ) ร่วมกับขบวนชุมชนเครือข่ายที่พัฒนาที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง และสำนักงานภาคต่างๆ ได้มีการปรับปรุง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ของกองทุนรักษาดินรักษาบ้านขึ้นใหม่ และมีการปรับระบบการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนในรูปแบบใหม่และมีการประชุมรับรองเมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา

Picture_02_resize.png

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้การดำเนินงานกองทุนรักษาดินรักษาบ้านขับเคลื่อนไปตามเจตนารมณ์ของสถาบันฯ และโครงการบ้านมั่นคง ที่พยายามจะสร้างระบบการคุ้มครองทางสังคมและสนับสนุนการพัฒนาหลักประกันความมั่นคงของการบริหารจัดการสินเชื่อชุมชน และบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ อันเป็นเหตุให้สูญเสียที่ดินและที่อยู่อาศัย จึงได้จัดให้มีเวทีสัมมนากองทุนรักษาดิน รักษาบ้านขึ้นใน 5 ภาค ได้แก่ เหนือ ใต้ อีสาน ภาคกลางและตะวันตก กรุงเทพฯ ปริมณฑล และตะวันออก เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายความร่วมมือพัฒนาระหว่างชุมชนบนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2561 โดยเริ่มประเดิมที่ภาคใต้เป็นภาคแรก ซึ่งในการสัมมนาดังกล่าวได้มีการทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา และร่วมกันเสนอรูปแบบการบริหารจัดการกองทุน กลไกในรูปแบบใหม่ รวมทั้งประเด็นที่ต้องการให้หนุนเสริม ตลอดจนแผนปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งในแต่ละเมืองจะเร่งดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมกลาง (จนท.สำนักบ้านมั่นคง ขบวนชุมชน และภาคี) ร่วมกับขบวนชุมชนในภาคและสำนักงานภาคใต้

สำหรับภาคใต้มี 14 จังหวัด แบ่งพื้นที่การทำงานเป็น 4 โซน จากการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนปี 2551 มีผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย 81,115 ครัวเรือน ได้มีการพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงนำมาสู่การอนุมัติงบประมาณ 215 โครงการ ใน 72 เมือง 356 ชุมชน รวม 24,153 ครัวเรือน วงเงินอนุมัติ 1,226,672,791 บาท เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนรักษาดิน รักษาบ้าน 10 จังหวัด 17 เมือง รวม 3,087 ครัวเรือน ได้สมทบเงินไปยังกองทุนระดับชาติ (50%) รวม 1,258,605 บาท แบ่งเป็นค่าบำรุงรายปี 21,000 บาท เงินออมทรัพย์รักษาดินรักษาบ้าน 1,254,605 บาท ณ เดือนมกราคม 2561 มีการจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือสมาชิกใน 3 กรณี คือ เสียชีวิต ทุพพลภาพ และภัยพิบัติ รวมวงเงิน 876,416 บาท


Picture_03_resize.png

Picture_05_resize.png
Picture_06_resize.png

เรวดี อุลิต สำนักงานบ้านมั่นคง รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter