playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยทั้งเรื่องเศรษฐกิจ  สังคม  และคุณภาพชีวิต  ทำให้กลุ่มคนจนเมืองที่ทำโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งสนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็น ‘สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ’ หรือ ‘สอช.’  โดยทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนในทุกๆ ด้าน  มีสมาชิกร่วมกันจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ รวม 40 เมืองทั่วประเทศ  ในโอกาสที่ทำโครงการมาได้ 4 ปี  สอช.และเครือข่ายจึงได้ร่วมกันจัดงาน ‘มหกรรมที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง-ชนบท  มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่สร้างสรรค์  อย่างเท่าเทียม’  โดยมีปลัดกระทรวง พม.ร่วมงาน 

 

IMG_2158_resize.JPG
วันที่ 5 ธันวาคม 2560  เวลา 10.00  น. นายพุฒิพัฒน์  เลิศเชาวสิทธิ์  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้เดินทางมาร่วมงานและเป็นประธานในการเปิดงาน ‘มหกรรมที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง-ชนบท  มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่สร้างสรรค์  อย่างเท่าเทียม’ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  ซึ่งจัดโดยสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ(สอช.) และภาคีเครือข่าย  โดยมีนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันฯ  และผู้แทน สอช.ให้การต้อนรับ  มีผู้เข้าร่วมงานจากภาคีเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งเด็กและเยาวชน  ประมาณ  350 คน  ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานจากโครงการพื้นที่สร้างสรรค์สุขภาวะคนเมือง  รวมทั้งการเสวนาเรื่อง ‘สุขภาวะสู่คุณภาพชีวิตที่สร้างสรรค์อย่างเท่าเทียม’

IMG_2168_resize.JPG
นายพุฒิพัฒน์  เลิศเชาวสิทธิ์  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า  ชุมชนเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ  ซึ่งในประเทศไทยมีตำบลอยู่ประมาณ 8,000 ตำบลทั่วประเทศ  ถ้าทำให้ทุกตำบลเข้มแข็ง  ประเทศชาติก็จะเข้มแข็ง  ซึ่งที่ผ่านมา  ตนเห็นการทำงานของชุมชนและพอช.จึงมีความรู้สึกชื่นชม  เพราะเป็นการทำงานจากฐานราก  เช่น    ทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง  ศาสตร์พระราชา  เป็นหลักปรัชญาของประเทศไทย  ซึ่งแม้แต่องค์การสหประชาชาติก็ยังเอาเอาหลักปรัชญาของในหลวงไปใช้

IMG_2160_resize.JPG

“นอกจากการทำเรื่องบ้าน  ทำเรื่องที่อยู่อาศัยให้มั่นคงแล้ว  หลายชุมชนยังทำเรื่องเด็กและเยาวชน  ทำเรื่องผู้สูงอายุ  ทำเรื่องพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทั้งชุมชน  มีการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงาน  มีบทบาทในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง  ถือเป็นการเปลี่ยนผ่าน  หรือถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นใหม่  ซึ่งถือว่ามีคุณค่าและเป็นพลังของชุมชนที่ยิ่งใหญ่มาก  ขณะเดียวกัน กระทรวง พม.ต้องเอา พอช.เป็นฐาน  และ พอช. ต้องเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้น  มีงบประมาณมากขึ้น  เพราะเป็นสถาบันที่สร้างชุมชน  สร้างประเทศให้เข้มแข็ง”  ปลัดกระทรวง พม.กล่าว

IMG_2212_resize.JPG

นางอร่ามศรี  จันทร์สุขศรี  ผู้แทนสหพันธ์องค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) กล่าวว่า  จากการดำเนินโครงการ “บ้านมั่นคง” ที่ผ่านมา (พ.ศ.2546 – 2550) พบว่า  คนจนในชุมชนและท้องถิ่น   มีความตื่นตัวอย่างมากในการที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหาของคนจนในเมืองตามแนวทางบ้านมั่นคง เกิดรูปแบบการพัฒนาชุมชนและที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของชุมชนและท้องถิ่น   ในการที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขความยากจนอย่างบูรณาการตามนโยบายของรัฐ   


IMG_2179_resize.JPG
ทั้งนี้สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)  ได้ระดมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนระดับฐานล่างว่า  ความต้องการของชุมชนในการสร้างระบบการบริหารจัดการ  ยกระดับตนเองเชื่อมโยงเครือข่าย และพัฒนาศักยภาพ โดยมีชุมชนบ้านมั่นคงที่มีโอกาสการพัฒนาโครงการกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.) สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5)  ร่วมวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาและกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานร่วมกันไว้ในดังนี้


ระยะที่ 1 โครงการ “สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติให้เข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพ”   โดยดำเนินการชุมชนที่อยู่ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง  มีชุมชนได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 105 ชุมชนทั่วประเทศ


ระยะที่ 2 ดำเนินงานต่อเนื่องจากระยะที่ 1 ในชื่อ “โครงการส่งเสริมระบบสุขภาพโดยชุมชนคนจนเมือง” ซึ่งเป็นการยกระดับการทำงานขับเคลื่อนในระดับชุมชนเป็นระดับเมือง  เนื่องจากเห็นพลังของชุมชนในการจัดการตนเองในเรื่องของสุขภาวะ  และทิศทางการพัฒนาต่อไปในรูปแบบเครือข่ายชุมชนเมือง ซึ่งในระยะนี้มีผลการดำเนินงานให้เห็นถึงความสามารถในการเชื่อมโยงความร่วมมือของชุมชนและท้องถิ่นได้จำนวน  51 เมือง


ระยะที่ 3 (ปี 2558-2559)  โครงการ “ส่งเสริมเยาวชนเพื่อพัฒนาชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะของคนจนในชุมชนเมือง” โดยมีพื้นที่ปฏิบัติการ 20 เมือง


และระยะที่ 4 “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์สุขภาวะชุมชนเมือง”  โดยมีเป้าหมายที่จะเชื่อมพี่น้องในเมืองที่ทำโครงการบ้านมั่นคง 100 ชุมชน   และชุมชนทั่วไป 100 ชุมชน  รวม 200 ชุมชน ใน 40 เมือง  คาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในปี 2561


สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้  นางอร่ามศรีกล่าวว่า เพื่อให้ผู้ที่ร่วมงาน  นำผลที่ได้เรียนรู้ ไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของตนเอง  และเพื่อต่อยอดการพัฒนาในองค์กรอื่นๆ ในพื้นที่  นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำผลการปฏิบัติงานของพื้นที่นั้นๆ ไปบรรจุเป็นแผนงานของท้องถิ่นต่อไป  รวมทั้งเพื่อให้เกิดการขยายพื้นที่ปฏิบัติการจากชุมชนในโครงการบ้านมั่นคงขยายสู่ชุมชนทั่วไป

เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพต้นแบบ ‘การพัฒนาทั้งเมืองและทุกมิติ’

สำหรับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการพื้นที่สร้างสุขภาวะชุมชนเมืองมีอยู่  40 เมืองทั่วประเทศ  ส่วนชุมชนที่เข้าร่วมและนำผลงานมาแสดงในงานมหกรรมในครั้งนี้มีประมาณ 30 เมือง  เช่น  เทศบาลเมืองสุรินทร์ ทำโครงการชุมชนร่วมมือ  ร่วมใจ  พึ่งพาตนเองเรื่องเศรษฐกิจ  ทำเรื่องสวัสดิการชุมชน  ทำเรื่องสวัสดิการหนังสือเล่มแรกให้เด็กอายุ 0-3 ปี  ทำลานเรียนรู้สร้างสรรค์ชุมชน  ‘สร้างสุข  กอด  เล่น  เต้น  อ่าน’  สร้างวัฒนธรรมการอ่าน,  ตำบลคูเมือง  อ.หนองบัวแดง  จ.ชัยภูมิ  ทำโครงการ  ‘ครอบครัวปลอดสารเคมี ชีวีมีสุข’


อำเภอเมือง  จ.สตูล  ทำเรื่องกองทุนสุขภาพ  ส่งเสริมการออกกำลังกาย,  จ.พัทลุง  ทำเรื่องการคัดแยกขยะ  ทำปุ๋ยอินทรีย์  ชีวภาพ  ปลูกผักปลอดสารพิษ,  เครือข่ายคลองเตย  กรุงเทพฯ ทำเรื่อง ‘โครงการสุขภาพคนสามวัยเมืองคลองเตย’  ให้ความรู้เรื่องการป้องกันยาเสพติด  ท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น  ส่งเสริมการออกกำลังกาย  ดูแลสุขภาพตัวเอง  จัดตั้งชมรมผู้สูงช่วยเหลือสังคม  เช่น เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง  เด็กที่ถูกทำร้าย  ฯลฯ


ส่วนแผนงานต่อไปในปี 2561 เมืองและชุมชนต่างๆ จะต่อยอดจากกิจกรรมและโครงการที่ทำอยู่  เช่น  เมืองบางพูน  จ.ปทุมธานี  จะส่งเสริมกิจกรรมเยาวชน  เช่น กีฬา  การป้องกันยาเสพติด  รวมทั้งให้แกนนำเยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้การทำงานพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างคนทำงานรุ่นใหม่ขึ้นมา  เช่น  สำรวจข้อมูลชุมชนที่มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย,  เมืองรังสิตจะส่งเสริมให้เยาวชนทำสื่ออินเตอร์เน็ต  เพื่อเผยแพร่โครงการพัฒนาของเมือง, เทศบาลเมืองสุรินทร์ จะทำเรื่องการคัดแยกขยะ  ส่งเสริมการอ่าน, เมืองน่านจะขับเคลื่อนในทุกมิติ  เช่น  ด้านวัฒนธรรม  เกษตรอินทรีย์  กิจกรรมเยาวชน  ฯลฯ


ป้าสนอง  รวยสูงเนิน  ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพ  เล่าว่า  ชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองชุมแพได้รวมกลุ่มกันทำเรื่องบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2547    รวมทั้งหมด 13 ชุมชน  ปัจจุบันนี้สร้างบ้านไปแล้ว 920 หลัง  ต่อมาในปี 2552  ป้าสนองและแกนนำเครือข่ายฯ ได้ร่วมกันก่อตั้ง “กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพ”  เพื่อให้กองทุนเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาวชุมชน   โดยให้ชาวบ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิกและสมทบเงินเข้ากองทุนทุกเดือน  แล้วนำเงินกองทุนมาให้สมาชิกกู้ยืมหมุนเวียนเพื่อประกอบอาชีพ   ปลดหนี้นอกระบบ  ซ่อมแซมบ้าน   เพื่อการศึกษา  ฯลฯ  วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของหุ้นสะสมที่สมาชิกมีอยู่  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ  3-6 บาทต่อปี   หรือกู้ยืมเพื่อสร้างบ้านไม่เกิน 150,000 บาท  ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี


ส่วนผลกำไรของกองทุนฯ ก็จะกลับคืนมาช่วยเหลือสมาชิก  เช่น  ส่งเสริมกิจกรรม  10 %  ปันผลคืนกลุ่ม 5 %อุดหนุนกองทุนสวัสดิการของกลุ่ม  25%   ฯลฯ   ปัจจุบันกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมชนมีเงินกองทุนหมุนเวียนทั้งหมดประมาณ  37 ล้านบาทเศษ   ทั้งนี้ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองชุมแพได้สนับสนุนเงินเข้ากองทุนจำนวน 2 ล้านบาท  และมูลนิธิศูนย์ศึกษาและพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งเอเซียสมทบ 1 ล้านบาท


ปี 2554 ชาวชุมชนได้เล็งเห็นความมั่นคงด้านอาหารจึงนำไปสู่การซื้อที่ดินเพื่อทำนารวมแบบเกษตรอินทรีย์  เนื้อที่ 38 ไร่  ที่ดินอยู่ไม่ไกลจากบ้านมั่นคงมากนัก   โดย พอช.ได้สนับสนุนสินเชื่อจำนวน  2.6  ล้านบาท  มีชาวบ้านลงหุ้น  150 หุ้นๆ ละ 150  บาท  เพื่อเป็นทุนในการทำนา  และช่วยกันลงแรงทำนา  ปัจจุบันสามารถปลูกข้าวเจ้าและข้าวเหนียวได้ปีละประมาณ   30  เกวียน   ขายเป็นรายได้เข้ากองทุนปีละกว่า 200,000 บาท  ปัจจุบันที่นามีราคากว่า 38 ล้านบาท  และชำระสินเชื่อทั้งหมดให้แก่ พอช.แล้ว  กรรมสิทธิ์ที่นาจึงเป็นของชาวบ้าน


ในปี 2558   ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มชุมชน    โดยการระดมหุ้นได้เงินประมาณ 800,000 บาท   มีกำลังการผลิตประมาณวันละ  200  โหล   เริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  2559   สามารถทำรายได้เข้าชุมชนประมาณเดือนละ  250,000 บาท   มูลค่าการลงทุนประมาณ  1.4 ล้านบาท


นอกจากการทำเรื่องเศรษฐกิจชุมชนแล้ว  เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพยังได้ส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชนทั้ง 13 ชุมชนที่เป็นสมาชิกเครือข่าย  มีสมาชิกประมาณ  500 คน  มีการจัดกิจกรรมต่างๆ  เช่น  กิจกรรมด้านศิลปะ  เรียนการวาดรูป  เล่นดนตรี   ห้องสมุดเยาวชน  ออกค่าย  บำเพ็ญประโยชน์  จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เด็ก  ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมผู้สูงอายุ  เช่น  การออกกำลังด้วยการรำวง  มีการจัดตั้งคณะรำวงเพื่อออกแสดงในงานต่างๆ  รวมทั้งออกแสดงทุกวันเสาร์ที่ตลาดนัดคนเดินข้างเทศบาลเมืองชุมแพ  ทำให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรม  มีความสุข  และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์


“เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ  เราเริ่มจากการทำเรื่องบ้านเพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  แต่เมื่อบ้านเสร็จแล้ว  เราก็ยังทำเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่หยุดแค่เพียงเรื่องบ้าน  เราจึงมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ชุมชนมีแหล่งอาหารที่มั่นคง  มีกองทุนต่างๆ เพื่อเอาเงินมาพัฒนาชุมชน  ทำตั้งแต่เรื่องเด็ก จนถึงคนแก่  เพื่อให้ทุกคนอยู่ในชุมชนได้อย่างมีความสุข”  ป้าสนองกล่าวทิ้งท้าย

IMG_2184_resize.JPG

IMG_2172_resize.JPG

IMG_2127_resize.JPG

IMG_2136_resize.JPG

IMG_2222_resize.JPG

IMG_2232_resize.JPG

 

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter