playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
Commons1_resize.JPG


ปทุมธานี :  ผวจ.ปทุมธานีเปิดงาน ‘บ้านประชารัฐร่วมใจเดินหน้าคืนคลองน้ำใสให้แผ่นดิน’ ครั้งที่ 2 เริ่มรื้อบ้านชุมชนแก้วนิมิตริมคลองหนึ่ง  35 หลัง  และจะทยอยรื้อเพิ่มอีกเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวก  ขณะที่ชุมชนแก้วนิมิตย้ายเข้าอยู่ในบ้านใหม่แล้ว  ส่วนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 30 ไร่กำลังก่อสร้างเฟสแรก 23 ห้อง  คาดแล้วเสร็จมีนาคม 2561

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานีและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,084 ครัวเรือน  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำโครงการ “ปทุมธานีโมเดล”  เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาชุมชนแก้วนิมิตเป็นชุมชนแรกที่สร้างบ้านใหม่เสร็จแล้วจำนวน  98 หลังและชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว  ดังนั้นจึงต้องรื้อย้ายบ้านเก่าออกจากพื้นที่ริมคลอง

 

Commons2_resize.JPG


ล่าสุดวันนี้ (28  พฤศจิกายน 2560) เวลา 08.30 น.  ที่ชุมชนแก้วนิมิต  ต.คลองหนึ่ง  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานีมีการจัดงาน ‘บ้านประชารัฐร่วมใจ เดินหน้า คืนคลองน้ำใสให้แผ่นดิน’ ครั้งที่ 2  เพื่อรื้อบ้านที่ชุมชนแก้วนิมิตที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลองหนึ่ง  โดยมีนายพินิจ  บุญเลิศ  ผู้ว่าราชการ จ.ปทุมธานี  เป็นประธานในพิธี  มีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัด  เช่น  โครงการชลประทาน  พม. กอรมน.   รวมทั้งนายธนัช  นฤพรพงศ์   ผู้ช่วยผู้อำนวยการ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  ทหารและชาวบ้านเข้าร่วมงานประมาณ  200  คน  

นายพินิจ  บุญเลิศ   ผวจ.ปทุมธานี กล่าวว่า   เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา  ตนได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา ‘เราทำความดีด้วยหัวใจ’ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 10  ในคลองเปรมประชากร  เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี   โดยลงเรือช่วยเก็บขยะในคลองร่วมกับจิตอาสาคนอื่นๆ  ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ทำให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันพัฒนาคูคลองให้สะอาด  ไม่มีขยะกีดขวางทางเดินของน้ำ  โดยเฉพาะคลองเปรมประชากรซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำป้องกันน้ำท่วม  และต่อไปจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ  

“เช่นเดียวกับพื้นที่ริมคลองหนึ่งที่ประชาชนจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาด  ช่วยกันเก็บขยะ  เก็บหญ้าที่รกคูคลอง   ถือเป็นนิมิตใหม่ที่ประชาชนร่วมมือกันพัฒนาชุมชน  โดยรื้อย้ายบ้านออกจากคลอง  คืนคลองน้ำใสให้แผ่นดิน  และสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง  เป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ ได้ทำตามต่อไป”  ผวจ.ปทุมธานีกล่าว

 

Commons3_resize.JPG


งาน ‘บ้านประชารัฐร่วมใจ เดินหน้า คืนคลองน้ำใสให้แผ่นดิน’ ครั้งที่ 1   จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานี   มีการรื้อย้ายกลุ่มบ้านเช่าบริเวณชุมชนบัวหลวงจำนวน  17 หลัง  115  ห้อง   ซึ่งหลังจากนั้นกรมชลประทานได้นำเครื่องจักรมาขุดลอกคลอง  กำจัดขยะและสวะในคลอง  เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก   ส่วนการจัดงานครั้งที่ 2  นี้  กรมชลประทานจะร่วมกับทหารทยอยรื้อบ้านเรือนในชุมชนแก้วนิมิตทั้งหมดจำนวน 98 หลัง  และพัฒนาคลองให้สะอาดต่อไป



Commons4_resize.JPGCommons5_resize.JPG

นางสาวชญาดา  สิงห์ปี   หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล  พอช.  กล่าวว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการ ‘ปทุมธานีโมเดล’ ซึ่ง พอช.รับผิดชอบนั้น   ขณะนี้โครงการแรกคือ  ชุมชนแก้วนิมิต (อยู่ห่างจากชุมชนเดิมประมาณ  2 กิโลเมตร)  ก่อสร้างเสร็จแล้ว  จำนวน 98 หลัง  100 ครัวเรือน   ใช้ชื่อโครงการว่า ‘บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี’   โดยพลเอกประวิตร  วงศ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ได้ทำพิธีมอบบ้านไปแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา  รูปแบบเป็นบ้านแฝดขนาด 2 ชั้น  ขนาดตั้งแต่ 56-77 ตารางเมตร  ราคาก่อสร้างต่อหลังประมาณ 272,000-295,000 บาท   โดย พอช.สนับสนุนงบพัฒนาสาธารณูปโภค 5 ล้านบาท  งบอุดหนุนที่อยู่อาศัย  2.5  ล้านบาท  สินเชื่อที่อยู่อาศัยรวม  32.4 ล้านบาท  ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี   อัตราผ่อนส่งเดือนละ 2,500-3,000 บาท

 

Commons6_resize.JPG

Commons7_resize.JPG


ส่วนโครงการที่สอง  คือ โครงการปทุมธานีโมเดลในพื้นที่ 30 ไร่  เป็นที่ดินกรมธนารักษ์  (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต) ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์    ระยะเวลา 30 ปี   โดยชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานฯ ขึ้นมา  มีชาวบ้านจาก 13 ชุมชนริมคลองหลวงเข้าร่วมโครงการ   ลักษณะเป็นอาคารชุด  สูง 3 ชั้น   รวม  12  อาคาร   สามารถรองรับชาวบ้านได้รวม  463  ครัวเรือน  โดยเฟสแรกจะก่อสร้างจำนวน  149  ห้อง  มี  3 ขนาด  คือ  ขนาดพื้นที่  26  ตารางเมตร,  30  ตารางเมตร  และ  45  ตารางเมตร  ราคาต่อห้องประมาณ  380,000–600,000  บาท   ขณะนี้กำลังก่อสร้างอาคารแรก  จำนวน  23 ห้อง  คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561  หลังจากนั้นจะทยอยสร้างในเฟสต่อไป  ทั้งนี้ พอช.ได้สนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจำนวน  37.5 ล้านบาทเศษ    และสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวน 59.8   ล้านบาทเศษ

Commons8_resize.JPG

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter