playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ริมคลองลาดพร้าว / ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ร่วมงาน ‘แต้มฝันปันสีริมคลอง กสบ.หมู่ 5’  ระดมเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองร่วมกันทาสีบ้านให้ชาวชุมชน กสบ.หมู่ 5  เขตสายไหม  ที่สร้างบ้านเสร็จแล้วจำนวน 40 หลัง  โดยบริษัทเอกชนร่วมสนับสนุนสีทาบ้านจำนวน 60   ถัง  ยืนยันแม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการฯ  แต่กระทรวงและ พอช.จะขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองต่อไป  ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ดำเนินการได้รวม 2,983 ครัวเรือน  ขณะที่ กทม.เตรียมประสานกับ พอช.เพื่อหารือแนวทางรื้อย้ายบ้านเรือนที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ  


วันนี้ ( 25   มีนาคม  2560)  เวลา 10.00  น.  ที่ชุมชน กสบ.หมู่ 5  ริมคลองลาดพร้าว  เขตสายไหม  มีการจัดงาน ‘แต้มฝันปันสีริมคลอง กสบ.หมู่ 5’   ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างชาวชุมชน กสบ.หมู่ 5   เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง  เพื่อช่วยกันทาสีบ้านที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 40 หลัง  โดยบริษัทสี TOA ร่วมสนับสนุนสีทาบ้านจำนวน  60  ถัง  โดยมีนายพุฒิพัฒน์  เลิศเชาวสิทธิ์  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เป็นประธานในงานและร่วมทาสีบ้าน  มีนายสมพร  ใช้บางยาง  ปะธานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการ พอช.  ตัวแทนการประปา  การไฟฟ้าเขตบางเขน  เจ้าหน้าที่  พอช.  และชาวบ้านเข้าร่วมงานประมาณ 100 คน 

IMG_1411_resize.JPG

นายพุฒิพัฒน์  เลิศเชาวสิทธิ์  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  กล่าวว่า  ตนรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมงานในวันนี้  เนื่องจากเป็นงานที่เกิดจากความร่วมมือ  ร่วมใจ  และร่วมกันลงแรงของทุกภาคส่วน  ทั้งชาวบ้าน  กระทรวง พม.  สำนักงานเขต  พอช.  ตำรวจ  ทหาร  การประปา  การไฟฟ้า  ฯลฯ  เพื่อช่วยกันทาสีบ้านและแต่งเติมความฝันของชาวชุมชนให้เป็นจริง  เป็นบ้านใหม่ที่มั่นคง  สวยงาม  อยู่อาศัยในที่ดินอย่างถูกต้อง  ต่างจากสภาพเดิมอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  นอกจากนี้กระทรวง พม.ก็จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน  โดยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวง พม.เข้ามาดูแล  ทั้งเรื่องเด็กและเยาวชน  สตรี  ผู้สูงอายุ  รวมทั้งสนับสนุนเรื่องอาชีพของชาวชุมชนด้วย

“ต่อไปเราจะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องให้ดีขึ้น   โดยนำเอาหลักศาสตร์พระราชา  หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้  ขณะเดียวกันก็ต้องขอชื่นชมที่พี่น้องชุมชนริมคลอง  ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในการเสียสละรื้อบ้านเพื่อให้ กทม.นำพื้นที่ริมคลองไปสร้างเขื่อน   และสร้างบ้านใหม่  เปลี่ยนจากการบุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  และยังช่วยกันพัฒนาคลองให้สะอาด  สวยงาม  ปลูกต้นไม้  ปลูกผักสวนครัว  ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น”  นายพุฒิพัฒน์กล่าว  และยืนยันว่า  แม้ว่ารัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี  โดยการย้ายพลตำรวจเอกอดุลย์   แสงสิงแก้ว  ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  แต่นโยบายการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองก็จะขับเคลื่อนต่อไป  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด  โดยกระทรวง พม.กับ พอช.ก็จะร่วมกันทำงานต่อไป

นายอดุลย์  จงเกาะกลาง  ประธานกลุ่มออมทรัพย์ริมคลอง กสบ.หมู่ 5 กล่าวว่า  ชุมชน กสบ.หมู่ 5 เดิมเป็นพื้นที่ตั้งของกองการก่อสร้างสนามบิน (กสบ.)  เมื่อสนามบินก่อสร้างแล้วเสร็จ  พื้นที่ดังกล่าวจึงถูกปล่อยว่าง  ชาวบ้านจากที่ต่างๆ จึงอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ริมคลองเพราะอยู่ใกล้กับตลาดสะพานใหม่  สามารถทำมาหากินได้ง่าย  และอาศัยอยู่ต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า  40-50 ปี  จนบ้านเรือนมีสภาพทรุดโทรม  แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่กล้าจะปรับปรุงบ้านเรือนให้ดีขึ้น  เพราะไม่รู้ว่าจะถูกหน่วยงานเจ้าของที่ดินขับไล่ในวันไหน  เมื่อรัฐบาลมีโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนริมคลองลาดพร้าวจึงเข้าร่วม  เพื่อให้ลูกหลานและครอบครัวได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงแข็งแรง  มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น

“ชุมชน กสบ.หมู่ 5 อยู่ติดกับชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญที่สร้างเสร็จไปแล้ว  ชาวบ้านจึงเห็นตัวอย่างว่าโครงการนี้ทำได้จริงจึงเข้าร่วมโครงการ  เริ่มก่อสร้างเฟสแรกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาจำนวน  35 หลัง  และสร้างต่อมาอีก 5 หลัง  รวมทั้งหมด  40 หลัง  ซึ่งหลังจากทาสีและต่อเติมภายในบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ชาวบ้านก็จะเข้าอยู่ได้ก่อนสิ้นปีนี้”  ประธานกลุ่มออมทรัพย์กล่าว

สำหรับแบบบ้านมีทั้งหมด 4 แบบ   คือ  1. บ้านแถว 1 ชั้น (4x7 ม.) ราคาหลังละ  184,119 บาท  2. บ้านแถว 2 ชั้น (4x7 ม.) ราคาหลังละ  330,271 บาท   3. บ้านแฝด 2 ชั้น (4x7 ม.)  ราคาหลังละ 356,889 บาท  และ 4. บ้านแถว 2 ชั้น (6x7 ม.) ราคาหลังละ 501,301 บาท

ทั้งนี้ชุมชน กสบ.หมู่ 5  มีทั้งหมด 3  กลุ่ม  จำนวน 155  ครัวเรือน  อยู่อาศัยในที่ดินที่กรมธนารักษ์ดูแลประมาณ 8 ไร่เศษ  โดยกรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี (ช่วงแรกอัตราค่าเช่าตารางวาละ 1.50  บาท/เดือน  แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 กลุ่ม  คือ กลุ่มที่ 1 สร้างเสร็จแล้ว 40 หลัง (43 ครัวเรือนกลุ่มที่ 2  จำนวน 27 ครัวเรือน  และกลุ่มที่ 3 จำนวน 54 ครัวเรือน  ซึ่ง 2 กลุ่มหลังนี้  รื้อย้ายบ้านและเตรียมก่อสร้างบ้านใหม่แล้ว  โดยทั้ง 2 กลุ่มจะมีการสร้างบ้านกลางกลุ่มละ 2 หลัง  เพื่อให้ชาวบ้านที่ด้อยโอกาส  คนชรา  คนพิการ  ใช้เป็นที่อยู่อาศัย  โดยชาวบ้านช่วยกันสมทบเงินเป็นค่าก่อสร้าง  เช่นเดียวกับการสร้างบ้านกลางในชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ   ตามแผนงานการก่อสร้างบ้านในชุมชน กสบ.หมู่ 5  ทั้ง 2   กลุ่มจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2561

                ขณะที่ พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค (43 ครัวเรือน) รวม  2,150,000 บาท  อุดหนุนที่อยู่อาศัยรวม  1,075,000 บาท  ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเสียโอกาส   รวม  2,880,000 บาท และงบสินเชื่อสร้างบ้านรวม 9,980,244 บาท  ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี

IMG_1407_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการว่า  ที่ผ่านมา พอช.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน  โดยชุมชนที่รื้อย้ายออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ และสามารถอาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้จะต้องเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  ระยะยาว 30 ปี  เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่  ขณะนี้ก่อสร้างบ้านเสร็จไปแล้วจำนวน 915 ครัวเรือนใน 13 ชุมชน   ส่วนชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิมไม่ได้จะต้องหาซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อสร้างบ้าน  หรือเข้าอยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติ  โดยที่ผ่านมาได้จัดซื้อที่ดินแล้ว  5 ชุมชน ( 5 แปลง) รองรับได้ 906   ครัวเรือน  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

“ภายในสิ้นปี 2560  นี้  พอช.จะดำเนินการได้ทั้งหมด  2,983 ครัวเรือน  โดยแยกเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว  1,055   ครัวเรือน   ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการก่อสร้าง  จำนวน 952 ครัวเรือน  และพร้อมจะก่อสร้างอีก  976 ครัวเรือน  ซึ่งตามแผนงานภายในเดือนมีนาคม 2562 จะสามารถก่อสร้างบ้านได้ทั้งหมด 4,500 หลัง”  นายสมชาติกล่าว  

สำหรับเป้าหมายทั้งหมดจำนวน  7,081   ครัวเรือน   ในพื้นที่ริมคลองทั้งหมด  52 ชุมชน   นายสมชาติกล่าวว่า  จะสามารถดำเนินการได้ประมาณ  4,500  ครัวเรือน  ส่วนที่เหลืออีกจำนวน  2,581 ครัวเรือนนั้น   ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้  เนื่องจากจะต้องดำเนินการและเจรจากับผู้ที่ยังไม่เข้าร่วม (ประมาณ 1,291   ครัวเรือน)  และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในระหว่างการจัดหาที่ดินรองรับเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่

IMG_1499_resize.JPG

ส่วนการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวระยะทางทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร  ดำเนินการโดยบริษัทริเวอร์เอนจิเนียริ่ง  จำกัดนั้น   มีรายงานข่าวจากสำนักการระบายน้ำ  กรุงเทพมหานคร  ซึ่งดูแลการสร้างเขื่อนฯ แจ้งว่า  ขณะนี้บริษัทริเวอร์ตอกเสาเข็มในพื้นที่ที่ประชาชนรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างไปแล้วจำนวน 15,495   ต้น  รวมเป็นระยะทาง 11.9 กิโลเมตร  จากจำนวนเสาเข็มที่ต้องตอกทั้งหมด 60,402 ต้น  คิดเป็นความคืบหน้าการทำงานประมาณ 25.83 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน  เพราะตามแผนงานบริษัทริเวอร์ฯ จะต้องตอกเสาเข็มให้เสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้  เพื่อก่อสร้างพนังเขื่อน  แนวเขื่อนคอนกรีต  รั้วเหล็กกันตก  ฯลฯ  ให้แล้วเสร็จทั้งโครงการภายในช่วงกลางปี 2562

อย่างไรก็ตาม  แผนงานก่อสร้างเขื่อนของบริษัทริเวอร์ฯ ที่ไม่เป็นไปตามแผนงาน  เนื่องจากติดปัญหาบ้านเรือนและชุมชนบางแห่งที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงและยังไม่ยอมรื้อย้ายออกจากพื้นที่ริมคลอง  กรุงเทพมหานครจึงเตรียมที่จะประสานงานกับทาง พอช.เพื่อหารือถึงแนวทางในการดำเนินการกับชุมชนที่รุกล้ำคูคลองเพื่อให้โครงการก่อสร้างเขื่อนฯ และการสร้างบ้านมั่นคงเดินหน้าต่อไป

IMG_1451_resize.JPG

IMG_1457_resize.JPG

IMG_1481_resize.JPG

IMG_1505_resize.JPG

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter