playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ภาคประชาสังคมภาคอีสาน เสนอการปฏิรูปทรัพยากรฯ ต้องกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนกำหนดการใช้ฐานทรัพยากร อย่างมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ดูแล เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน และต้องปฏิรูประบบราชการอย่างเร่งด่วน

23331086_1387879687990193_6418150334573835705_o.jpg

ขอนแก่น/ 8 พฤศจิกายน 2560 คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “รับฟังความคิดเห็นในการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ณ โรงแรมโฆษะ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในภาคอีสาน 20 จังหวัด เข้าร่วมประมาณ 250 คน

ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เรื่องทรัพยากรฯ เป็นเรื่องใกล้ตัวเราที่สำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นพื้นฐานการดำรงชีวิตของทุกคนทั้งในปัจจุบัน และอนาคต การรักษาทรัพยากรธรรมชาติต้องทำให้เกิดความสมดุล การเปลี่ยนแปลงในอดีตเกิดจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สภาวะภูมิอากาศ ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมที่กระทบต่อตัวมนุษย์ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในทางซีกโลกเหนือ อากาศหนาวเย็น ใบไม้เปลี่ยนสี ความหนาวเย็นค่อยๆ เข้ามา แผ่นดินไหว พายุต่างๆ สร้างความเสียหายให้กับคนในแถบซีกโลกเหนือเป็นอย่างมาก ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ ประเทศที่ประสบภัยมีความหายนะจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ป่า ฯลฯ บ้านเราในปี 2554 ที่เกิดอุทกภัยครอบคลุมในหลายพื้นที่ และปี 2560 มีฝนตกหนักน้ำท่วมหลายระลอก


23275681_1387879441323551_1359486896044021722_o.jpg

การเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติฯ มีทั้งที่เปลี่ยนช้า และเปลี่ยนเร็ว และตลอดมามีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ไม้สัก ไม้พะยูงที่มีมูลค่า มีภูเขาหัวโล้นเกิดขึ้นมากมายเปลี่ยนป่าเป็นไร่ การลักลอบจับสัตว์น้ำ การทำประมงแบบผิดกฏหมาย เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อทรัพยกรฯ เมื่อลองดูการเปลี่ยนแปลงทางประชากร ในอนาคตผู้สูงอายุจะมากขึ้น หรืออีก 20 ปีข้างหน้าจำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะถึง 50 ล้านคน เหล่านี้ล้วนกระทบต่อทรัพยากรฯ แนวโน้มสถานการณ์ข้างหน้าจะก่อให้เกิดผลกระทบกับคนในรุ่นต่างๆ หลังจากนี้ผลกระทบจะมีความรุนแรงไม่น้อยกว่าที่ผ่านมา

ดร.ธีรภัทร กล่าวต่อว่า เราสามารถที่จะบรรเทาลดผลกระทบได้ในระยะต่อไป ท่านนายกฯ มองว่าเราควรมีแผนในการทำงานสู่ความคาดหวังที่เราอยากเห็น แต่การทำงานตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลมีการจัดตั้งคณะกรรมการ สปท. สปช. สนช. เพื่อที่จะมาร่วมคิดร่วมกันปรับเปลี่ยนสู่การปฏิรูป การทำปฏิรูปถ้าไม่มีทิศทางมากำกับ หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาอาจมีการซ้ายทีขวาที จึงได้มีการกำหนดแผนปฏิรูปประเทศ 20 ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และมีกฏหมาย พ.ร.บ. ต่างๆ ที่จะออกมากำกับ ที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ


23275642_1387879454656883_6691415386858970218_o.jpg

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ การทำงานของทั้ง 2 ชุดมีระยะเวลาทำงาน 5 ปี การปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปฏิรูปครั้งนี้จะเน้นประเด็นหลักๆ การบริหารจัดการขาดบูรณาการ มีความเป็นเอกภาพน้อย มีหลายเรื่องที่ทำไปแล้ว หลายเรื่องยังขาดการทำ มี 6 ประเด็นใหญ่คือ 1) ทรัพยากรทางบก ที่เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรดิน และทรัพยากรแร่ 2) ทรัพยากรน้ำ 3) ทรัพยการทางทะเลและชายฝั่ง 4) ความหลากหลายทางชีวภาพ 5) สิ่งแวดล้อม และ 6) ระบบการบริหารจัดการ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เป็นประธานอนุกรรมการฯ

ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้เดินสายไปในพื้นที่ต่างๆ เห็นการจัดการทรัพยากรฯ ในหลายลักษณะ อย่างเช่นป่าชุมชนภูถ้ำภูกระแต อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ที่มีการจัดการได้เป็นอย่างดี และขยายไปสู่เรื่องต่างๆ เมื่อผนวกเชิงนโยบายกับตัวอย่างรูปธรรมในพื้นที่ เราจะเอาผลสำเร็จของชุมชนไปต่อยอดให้เกิดการพัฒนา

สำหรับกรอบแนวคิดการดำเนินงานปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมุ่งการบริหารจัดการ ทุกมิติ ทั้งแผน โครงสร้าง วิธีการปฏิบัติ เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เครื่องมือทางกฏหมาย ทั้ง 6 เรื่องเรามองเหมือนกัน และประเด็นสำคัญสำหรับระบบการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะป็นเรื่อง EIA EHIA แผนต่างๆ จะเก็บรวบรวมจากการรับฟัง เพื่อนำไปวางแผนในรายละเอียด

อย่างไรก็ดี การทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ จะทำให้เป็นรูปธรรมเร็วที่สุด ทำให้การบูรณาการเร็วขึ้น ในอนาคตเรามีแผนการบริหารจัดการใน 6 ประเด็นหลัก ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจะทำแผนเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาภายในเดือนธันวาคม และส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2561 ดร.ธีรภัทร กล่าวในตอนท้าย
ต่อจากนั้นมีการเปิดวงอภิปรายเรื่องสาระสำคัญของร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะแบ่งกลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 5 ประเด็น คือ 1) ทรัพยากรทางบก 2) ทรัพยากรน้ำ 3) ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 4) ความหลากหลายทางชีวภาพ 5) สิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญจากการเปิดเวทีรับฟังความเห็น สามารถสรุปได้ดังนี้

ด้านทรัพยากรทางบก ควรมีการทบทวนนิยามความหมายของคำว่า “ป่า” ควรปฏิรูปกฏหมายให้ชาวบ้านปลูกป่าและตัดได้ ควรผลักดันกฏหมายภาษีที่ดิน ในการเพิ่มพื้นที่ป่าต้องมีการปฏิรูปกฏหมายป่าไม้ทั้ง 8 ฉบับ โดยที่กฏหมายต้องเป็นกฏหมายที่ให้ความเป็นธรรมกับคน คนสามารถอยู่กับป่าได้ ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดการป่า สร้างการมีส่วนร่วมให้องค์กรชุมชนเป็นเจ้าของในการจัดการ ในการพิสูจน์เอกสารสิทธิ์ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น จะมีแนวทางในการพิสูจน์สิทธิแบบใหม่หรือไม่ รวมถึงมีข้อเสนอให้เกิดกองทุนแก้ไขสิ่งแวดล้อมในระดับตำบล รวมถึงสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านร่วมกันดูแลรักษาป่า

ด้านทรัพยากรน้ำ การจัดการทรัพยากรน้ำ ต้องเป็นการจัดการน้ำโดยชุมชน ชุมชนมีบทบาทในการจัดการ ดูแล รักษาทรัพยากรน้ำ แหล่งน้ำ รวมถึงการที่ประชาชนมีส่วนในการตัดสินใจ สร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนากับการอนุรักษ์ หลักวิศวกรรมต้องสอดคล้องกับหลักนิเวศวิทยา ภูมิสังคม ต้องมองเทคโนโลยีบวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับพื้นที่ ส่งเสริมให้ภาคประชาชน ท้องถิ่น มีความสามารถในการพึ่งตนเอง ต้องมีการพัฒนากลไกการพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาระบบข้อมูล แผนที่ ผังน้ำ เส้นทางน้ำ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบกักเก็บ และระบบการกระจายน้ำ ภาครัฐสนับสนุน ภาคชุมชนวิเคราะห์วางแผน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ

ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป้าหมายที่สำคัญคือให้ทะเลเป็นแหล่งอาหารโปรตีนของสังคมไทย ประมงชายฝั่งและทะเล ต้องปรับปรุงกฏหมาย องค์ประกอบต้องมีสัดส่วนของภาคประชาชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ และเรื่องการหยุดเครื่องมือการทำลายล้าง หยุดประมงปลาป่น สำหรับเรื่องเร่งด่วน 1) การหยุดสินค้าประมงปลาป่น หยุดเรือปั่นไฟ 2) การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเล ต้องมีมาตรการห้ามเคลื่อนย้าย มีมาตรการการฟื้นบ้านปู ประการังปลา 3) พื้นที่ทางทะเลขยายเป็น 12 ไมล์ ทะเล 8 แสนตารางกิโลเมตร ต้องมีการทำแผนที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลไทย

นอกจากนั้นต้องมีการออกกฏหมายรักษาผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล การแบ่งเขตการใช้ทรัพยากรทางทะเล การป้องกันฟื้นฟูรักษาการกัดเซาะชายฝั่ง ทบทวนสิ่งปลูกสร้างที่ขวางการไหลเวียนของน้ำทะเล ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนโดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น กลไกที่ขับเคลื่อนในการบริหารจัดการทรัพยากรต้องมีภาคประชาชนเข้ามีส่วนร่วม คนที่สร้างผลกระทบไม่ควรมาอยู่ในกรรมการชุดนี้ และต้องมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการบริหารจัดการองค์ความรู้ ให้ประชาชนได้เข้าถึง มีการใช้สื่อที่หลากหลาย ให้คนเข้าถึงง่าย ที่สำคัญคือการนำไปสู่การปฏิบัติ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย แท้จริง เพื่อให้ทรัพยกรมีความยั่งยืน

ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ภาคประชาชนมีส่วนร่วมน้อย ขาดข้อมูล ความรู้ เข้าไม่ถึง ไม่ต่อเนื่อง หน่วยงานขาดเอกภาพ โครงการรัฐบางอย่างทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ เช่นเรื่องสารเคมีทางการเกษตร ที่ยังไม่มีการควบคุม ระบบอุตสาหกรรมทำลายความหลากหลายทางชีวภาพต่อเนื่องกว้างขว้างข้อเสนอแนะ 1) ให้มีคณะกรรมการระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น โดยมีสัดส่วนภาคประชาชนกึ่งหนึ่ง 2) นำนโยบายจากท้องถิ่นสู่ระดับชาติให้เกิดการปฏิบัติอย่างแท้จริง 3) ให้เกิดหลักสูตรการศึกษา ความหลากหลายทางนิเวศท้องถิ่น 4) การบังคับใช้ให้รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน 5) ส่งเสริมการวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ 6) พัฒนายกระดับฐานข้อมูล 7) เชื่อมโยงการบังคับใช้กฏหมายในท้องถิ่น

ด้านสิ่งแวดล้อม ควรมีการควบคุมการขนถ่ายขยะ ไม่ควรนำเข้าขยะต่างประเทศ ขยะแต่ละพื้นที่ไม่ควรเคลื่อนย้ายออกนอกตำบล ขยะติดเชื้อ ของเสียอันตรายควรยกเลิกการใช้โฟม พลาสติก หันมาใช้วัสดุที่หมุนเวียน ย่อยสลายง่าย สร้างจิตสำนึก สร้างบุคลากร รัฐควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการขยะ ควรมีการเก็บภาษีขยะ ตามประมาณการทิ้ง จำกัดการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง รัฐควรควบคุม ยกเลิก ห้ามขายสารเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง และควรมีการส่งเสริม 3 R Reduce Reuse Recycle

23406073_1387879461323549_4911007767955294430_o.jpg

 

รายงานโดย รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter