playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
นครปฐม / พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.มอบบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรีเฟสแรก  จำนวน 17 ห้อง  ให้ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา ขณะที่อีก 63 ครอบครัวเตรียมสร้างบ้านใหม่ในที่ดินตำบลบางใหญ่ จ.นนทบุรี  คาดแล้วเสร็จเมษายนปีหน้า  ขณะที่ผู้ว่าการเคหะฯ เผยโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรียังมีห้องพักว่างสามารถรองรับประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองลาดพร้าวได้เกือบ 500 ครัวเรือน
IMG_9710.JPG


ตามที่รัฐบาลมีนโยบายโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เป็นพื้นที่สันทนาการ  เป็นเส้นทางจักรยาน สถานที่ท่องเที่ยว   พักผ่อนหย่อนใจ  รวมทั้งเป็นพื้นที่ชมทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา  โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว  และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการรองรับที่อยู่อาศัยให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวร่วมกับชุมชน  ทั้งนี้ที่ผ่านมา  มีประชาชนย้ายออกจากพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้าอยู่ในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่คือที่แฟลต ขส.ทบ.เขตดุสิต  แล้วจำนวน  64 ครัวเรือน

IMG_9681.JPG

ล่าสุดวันนี้ (9 ตุลาคม) เวลา  11.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้เดินทางมาที่โครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี (ท่าตำหนัก) อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม  เพื่อเป็นประธานในพิธี ‘มอบบ้านเอื้ออาทร  บ้านมั่นคง  สร้างสุขอย่างยั่งยืน’  ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา  เฟสแรก จำนวน 17 ครัวเรือน  โดยมีนายชาญนะ  เอี่ยมแสง  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  ดร.ธัชพล  กาญจนกูล  ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ตัวแทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจากชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาและชุมชนริมคลองในกรุงเทพฯ เข้าร่วมงานประมาณ 120 คน

IMG_9690.JPG

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม. กล่าวว่า  รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ได้ตระหนักถึงปัญหาความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย  จึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย 20 ปี   ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่า  ประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ  21 ล้านครัวเรือน ยังขาดแคลนที่อยู่อาศัยอีกประมาณ  5 ล้านครัวเรือน 

“กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย 20 ปี  คือตั้งแต่ปี 2560-2579  โดยตั้งเป้าหมายว่า  ภายในปี 2579  ประชาชนไทยทุกครัวเรือนจะต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ซึ่งโครงการจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยาก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์นี้ด้วย  ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ถูกกฎหมาย    ผ่อนเพียงเดือนละ 2,000 กว่าบาท  ระยะเวลา 20 ปี  พี่น้องก็จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง  และอยู่ด้วยความสบายใจ  ขณะเดียวกันรัฐบาลก็สามารถพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมได้”  พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

ดร.ธัชพล  กาญจนกูล  ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ  กล่าวว่า  การเคหะแห่งชาติมีห้องพักอาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรหลายทำเลให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เลือกอยู่อาศัย  ที่ผ่านมามีหลายชุมชนในคลองลาดพร้าวได้เลือกที่จะเข้าอยู่อาศัยในโครงการเคหะออเงิน  เขตสายไหม  กรุงเทพฯ  ส่วนโครงการเอื้ออาทรที่ท่าตำหนักยังมีห้องพักที่ยังว่างสามารถรองรับประชาชนที่สนใจได้อีกมาก  ทั้งชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองลาดพร้าว   เป็นอาคารชุด 5 ชั้น  จำนวน 11 อาคาร  รวม 495 ห้อง  ขนาดห้อง 31 ตร.ม. ราคา 400,000 บาท  ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก  เพราะโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่  และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ 

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. กล่าวว่า  พอช. ได้จัดทำแผนงานรองรับประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 3 เขต  คือ  ดุสิต  บางซื่อ  และบางพลัด  จำนวน  12 ชุมชน รวม  309 ครัวเรือน  ซึ่งที่ผ่านมามีชาวบ้านจำนวน 5 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบเข้าอยู่อาศัยในแฟลต ขส.ทบ.ย่านเกียกกาย  เขตดุสิต ตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา จำนวน  64 ครัวเรือน (รวมผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่)  ส่วนโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรีมีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการในเฟสแรกจำนวน  17 ครัวเรือน  โดยมีพิธีมอบบ้านในวันนี้

ทั้งนี้ชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาที่ย้ายเข้าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทร  คือ  ชุมชนราชผาร่วมใจ และชุมชนศาลเจ้าแม่ทับทิม  เขตดุสิต  โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่    โดยมีราคาขายห้องละ 400,000 บาท  สมาชิกออมสมทบ 40,000 บาท (จากเงินออมทรัพย์และเงินที่มาจากการช่วยเหลือของ กทม.) โดยพอช.สนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละ  360,000 บาท   ผ่อนชำระคืนระยะเวลา 20 ปี ( 240 งวดๆ 2,376 บาท ตลอดสัญญา )



“นอกจากนี้ยังมีโครงการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ที่ตำบลบางใหญ่  อำเภอบางใหญ่  จังหวัดนนทบุรี  เป็นที่ดินของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพฯ หรือ BAM  เนื้อที่ 2 ไร่เศษ  ที่ชาวบ้านได้ทำสัญญาซื้อขายไปแล้ว  ขณะนี้กำลังเตรียมการก่อสร้าง  รองรับชาวบ้านได้ 63 ครัวเรือน  ตามแผนงานการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในต้นปีหน้า”  นายสมชาติกล่าว

IMG_9717.JPG

โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ตำบลบางใหญ่  มีเนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่  2 งาน  56 ตารางวา  ราคาที่ดิน 10 ล้านบาทเศษ  จะก่อสร้างเป็นบ้านแถว 2 ชั้น  ขนาด  4 X 8 ตารางวา  รวม 63  ครัวเรือน  โดย พอช.สนับสนุนงบช่วยเหลือและงบสร้างสาธารณูปโภคหลังละ 75,000 บาท  และสินเชื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านไม่เกิน 360,000 บาท   ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ  6 เดือน  หรือจะแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2561  รองรับชาวบ้าน  4 ชุมชน  คือ  ชุมชนมิตรคาม 1, มิตรคาม 2 ,  ศาลเจ้าแม่ทับทิม  และราชผาทับทิม  

นอกจากนี้ยังมีชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาอีกจำนวน 53  ครัวเรือนที่รวมตัวกันจัดซื้อที่ดินบริเวณเทศบาลตำบลบางกร่าง  จ.นนทบุรี  เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานเพื่อซื้อที่ดิน 

อย่างไรก็ตาม  นอกจากชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน  203 ครัวเรือนแล้ว  ยังมีบางชุมชนที่จะขออยู่อาศัยในชุมชนเดิม  คือชุมชนวัดเทวราชกุญชร  เขตดุสิต  จำนวน 33 ครัวเรือน  โดยชาวบ้านยืนยันว่าชุมชนวัดเทวราชกุญชรเป็นชุมชนที่มีสัญญาเช่าที่ดินจากวัดเทวราชกุญชรอย่างถูกต้อง  และอยู่อาศัยกันมานานหลายสิบปีแล้ว  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับกรุงเทพมหานคร  ส่วนอีก  73  ครัวเรือนไม่เข้าร่วมโครงการ  โดยจะขอรับเงินชดเชยจาก กทม.และหาที่อยู่อาศัยเอง

IMG_9699.JPG

 

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter