playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

IMG_9198.JPG

กรุงเทพฯ/ พอช.จัดสัมมนาสรุปบทเรียนและออกแบบที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคง, บ้านมั่นคงชนบท  และบ้านพอเพียง  มีตัวแทนองค์กรชุมชน  อนุกรรมการบ้านมั่นคง ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช.ทั้ง 5 ภาคเข้าร่วมประมาณ 300 คน  ‘สมสุข  บุญญะบัญชา’  กรรมการ พอช.เสนอแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยปี 2561 ต้องพัฒนาทั้งเมือง  และทำทุกมิติ  เชื่อมโยงการทำงานเป็นเครือข่าย  ชวนท้องถิ่นเข้าร่วม  แต่ชุมชนต้องเป็นเจ้าของโครงการ  ตั้งเป้าหมายพัฒนาบ้านมั่นคงทั้งในเมืองและชนบท 6,710 ครัวเรือน  และบ้านพอเพียงชนบท  15,000 ครัวเรือน  ขณะที่รัฐบาลอนุมัติงบแล้ว 1,668 ล้านบาท

                ระหว่างวันที่ 6-7 ตุลาคม 2560  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดสัมมนา ‘สรุปบทเรียนและออกแบบการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยปี 2561’ ที่โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์  เขตวังทองหลาง  กรุงเทพฯ  โดยมีตัวแทนองค์กรชุมชน อนุกรรมการบ้านมั่นคง  ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช.เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 300 คน  โดยก่อนการสัมมนาได้มีการฉายคลิปวีดิโอและยืนไว้อาลัยเพื่อเป็นการระลึกถึงนางสาวกนิษฐา  ปรีชาพีชคุปต์  ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก ที่เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

                นางสาวสุมล  ยางสูง   ผู้จัดการสำนักงานบ้านมั่นคง  กล่าวถึงภาพรวมโครงการดำเนินการในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมาว่า  พอช.จัดทำโครงการบ้านมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล  ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 10 ปี (พ.ศ.2559-2568) มีเป้าหมายดำเนินการรวม 680,808  ครัวเรือน โดยในปี 2560 มีเป้าหมาย 15,000 ครัวเรือน  ได้รับงบอุดหนุนจากรัฐบาล  จำนวน 400 ล้านบาท  ซึ่งผลการอนุมัติโครงการทั้ง 5 ภาค (รวมโครงการเจ้าพระยาและปทุมธานีโมเดล) ณ  วันที่ 30 กันยายน 2560 อนุมัติโครงการไปแล้วจำนวน 6,733 โครงการ

                “โครงการบ้านมั่นคงตั้งเป้าที่จะพัฒนาเมืองในทุกมิติ  มีการเชื่อมโยงกลไกทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน  เช่น  มีการจัดตั้งคณะกรรมการเมืองขึ้นมา  นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาร่วม   เพื่อพัฒนาเมืองในทุกมิติ  และเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มากกว่าการสร้างบ้าน  เช่น  เกิดกองทุนรักษาดิน  รักษาบ้าน  เกิดระบบสวัสดิการ  มีการสร้างอาชีพ  สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในชุมชน”  นางสาวสุมลยกตัวอย่าง

IMG_9185.JPG

                นางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา  กรรมการ พอช.กล่าวในประเด็นเป้าหมาย  ผลที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา  และแนวทางการทำงานที่อยู่อาศัยในปี 2561 ว่า  พอช.มีประสบการณ์การทำงานเรื่องบ้านมั่นคงมาก่อนปี 2546   นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์เรื่องภัยพิบัติ  โดยใช้วิกฤตเป็นโอกาส  ชุมชนเป็นหลักในการแก้ไขปัญหา  ทำให้เกิดแนวทางการพัฒนาใหม่ของโลก  นอกจากนี้ พอช.ยังทำเรื่องที่อยู่อาศัยอื่นๆ  เช่น  คนไร้บ้าน  เรื่องที่ดินทำกินหรือที่ดินแนวใหม่  ที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  บ้านพอเพียงชนบท  บ้านมั่นคงชนบท

                “เรื่องบ้านพอเพียงชนบท  เป็นการทำงานร่วมกันเป็นระบบเครือข่าย ให้เครือข่ายต่างๆ ในจังหวัดมาร่วมกันทำงาน  เพราะมีงบประมาณน้อย  เพียงหลังละ 18,000 บาท  แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี  เพราะเงินน้อยสามารถทำงานได้มาก  ทำให้เกิดความสัมพันธ์  ความเป็นญาติมิตร  ทำให้เกิดความร่วมมือตั้งแต่ในระดับชุมชน  ท้องถิ่น  และเครือข่าย”  นางสาวสมสุขกล่าว

                กรรมการ พอช.กล่าวต่อไปว่า  การทำงานเรื่องที่อยู่อาศัยที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทำให้ พอช.และขบวนองค์กรชุมชน  มีประสบการณ์  มีความรู้  ดังนั้นจึงต้องเอาประสบการณ์และความรู้ต่างๆ ที่มีมาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่จะเดินไปข้างหน้า  และต่อไปนอกจากจะพัฒนาภายในชุมชนแล้วจะต้องทำกันทั้งเมือง  เพื่อให้เกิดพลัง  เกิดแรงกระเพื่อมทั้งเมือง  หากทำเป็นโครงการหรือทำเพียงชุมชนใดชุมชนหนึ่งจะทำได้ยาก 

                “การพัฒนาทั้งเมือง  เป็นการทำงานทั้งระบบ  เชื่อมโยงกันเป็นขบวน  จะทำให้คนจนเป็นฝ่ายรุก  และทำให้เกิดพลัง  ซึ่งจะต้องมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น ทำให้เกิดสัมพันธภาพระหว่างชุมชนกับหน่วยงาน  ทำให้สถานภาพของชุมชนเป็นที่ยอมรับ  และทำให้ชุมชนมีอำนาจในการจัดการ  เป็นการทำงานแบบการทูต”  นางสาวสมสุขกล่าว

                กรรมการ พอช.ยกตัวอย่าง  ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ จังหวัดขอนแก่น  ซึ่งทำงานพัฒนาทั้งเมือง  เริ่มจากเรื่องที่อยู่อาศัยของคนจน  โดยทำทั้ง 13 ชุมชนในเมือง  แล้วชวนท้องถิ่นเข้ามาร่วม  ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นซึ่งจากเดิมไม่มีวิสัยทัศน์ในงานพัฒนาด้านนี้มีวิสัยทัศน์  นอกจากนี้ยังทำทุกมิติ  และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย  เช่น มีเครือข่ายเด็กที่มาทำงานเป็นอาสาสมัครทั้งเมืองกว่า 500 คน  มีการซื้อที่ดินเพื่อทำนารวม  เอาผลผลิตมาแบ่งกัน  มีธุรกิจน้ำดื่มชุมชน  เป็นผู้ผลิตและผู้จำหน่าย  ถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

                นางสาวสมสุขยังย้ำถึงแนวทางการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 2561 ว่า  การทำงานจะต้องใช้พื้นที่เป็นหลัก  ครอบคลุมทั้งเมืองและชนบท  ต้องมีการสำรวจข้อมูล  และมีข้อมูลต่างๆ ในพื้นที่  เช่น ข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน  ข้อมูลที่ดิน  โดยชุมชนเป็นผู้สำรวจ  ข้อมูลที่ได้ต้องเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่างๆ และนำข้อมูลไปสู่การวางแผนการทำงาน  และวางแผนแก้ไขปัญหา  ทั้งในระยะสั้น  เช่น 1 ปี, 3 ปี  5ปี  นอกจากนี้ต้องมีกลไกการทำงานร่วม  เช่น  ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นแกน  มีท้องถิ่นเข้ามาร่วม   เช่น  เทศบาล  และทำงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย  แต่เจ้าของโครงการคือชุมชน

                นางสาวกนิษฐา  สุวัตกุล  หัวหน้าสำนักนโยบายและแผน พอช. กล่าวว่า  ในเดือนกันยายนที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่ พอช.ในปี 2561 จำนวน 1,668 ล้านบาทเศษ  โดยแยกเป็นงบประมาณ  1.แผนยุทธศาสตร์ :  เสริมสร้างสวัสดิการสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต  จำนวน 1,534 ล้านบาทเศษ (สนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน,แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  บ้านมั่นคง  ชุมชนริมคลอง  บ้านพอเพียง  คนไร้บ้าน ฯลฯ รวม 25,559 ครัวเรือน )  2.แผนงานพื้นฐาน :  ภารกิจพื้นฐานเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์  จำนวน  97 ล้านบาทเศษ (สภาองค์กรชุมชนตำบล 1,870 ตำบล) และ 3.แผนงานบูรณาการ :  การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง  จำนวน 37 ล้านบาทเศษ (ยกระดับพื้นที่ต้นแบบเศรษฐกิจชุมชน 500 ตำบล)

                ทั้งนี้ในปี 2561 พอช.มีเป้าหมายโครงการพัฒนาบ้านมั่นคงทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ  รวม 6,710 ครัวเรือน  แยกเป็น 5 ภาคๆ ละไม่เกิน 500 ครัวเรือน,  โครงการบ้านพอเพียงชนบททั่วประเทศ 15,000 ครัวเรือน  ภาคละไม่เกิน  3,200 ครัวเรือน  จังหวัดละไม่เกิน  200 ครัวเรือน,  ชุมชนริมคลอง  2,489 ครัวเรือน, คนไร้บ้าน 151 ครัวเรือน ฯลฯ

                ในการสัมมนาในครั้งนี้นอกจากจะมีสาระสำคัญคือการทบทวนการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ผ่านมาแล้ว  ยังมีประเด็นที่สำคัญอื่นๆ  เช่น  แนวทางการขับเคลื่อนงานในปี 2561 ของแต่ละภาค  ภาพรวมการขับเคลื่อนงาน  ข้อตกลง เป้าหมายเชิงปริมาณ  และการสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนงาน

IMG_9205.JPG

IMG_9206.JPG

IMG_9181.JPGIMG_9211.JPG

IMG_9216.JPG

 

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter