playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

modla.JPG

ปทุมธานี/ รัฐบาลเดินหน้า ‘ปทุมธานีโมเดล’ แก้ปัญหาชุมชนบุกรุกคลอง-ป้องกันน้ำท่วมพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ มอบบ้าน ‘ประชารัฐชุมชนไทยมุสลิมสามัคคี’ ชุมชนแรกที่เข้าร่วมโครงการและบ้านสร้างเสร็จแล้วจำนวน 98 ครัวเรือน  พร้อมรื้อย้ายบ้านเรือนที่บุกรุกคลองหนึ่งกว่า 1,000 ครัวเรือนเพื่อเปิดทางระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ส่วนที่ดินสาธารณประโยชน์ 30 ไร่ที่ คสช.ใช้มาตรา 44 เพิกถอนสภาพรองรับประชาชนที่บุกรุกคลองเริ่มสร้างเฟสแรกแล้ว   ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านริมคลองเปรมประชากรยื่นหนังสือถึงรองนายกฯ เพื่อขอให้กำหนดระยะความกว้างของเขื่อนระบายน้ำที่จะสร้างในคลองเปรมฯ ไม่ให้เกิน 25 เมตรเพื่ออยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี  และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  เพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ และปริมณฑล  โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี  ซึ่งเชื่อมต่อกับคลองระพีพัฒน์และคลองรังสิต  มีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองและกีดขวางทางเดินน้ำมานานหลายสิบปี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,084 ครัวเรือน  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  และหน่วยงานในท้องถิ่น  ร่วมกันจัดทำโครงการ ‘ปทุมธานีโมเดล’  เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่งนั้น 

ล่าสุดวันนี้  (28  กันยายน 2560) เวลา 10.00 น.  พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะ  ได้เดินทางมาที่ชุมชนบ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี  ต.คลองหนึ่ง  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี  เพื่อทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจากชุมชนแก้วนิมิตร  จำนวน  98 ครัวเรือน  โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)   นายสุรชัย   ขันอาสา  ผวจ.ปทุมธานี   นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ   รักษาการ  ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ   มีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ  300 คน

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.  กล่าวว่า  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย 20  ปี   จากปี 2560-2579  โดยมีวิสัยทัศน์ให้ประชาชนทุกครัวเรือนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงภายในปี 2579  ซึ่งชุมชนแก้วนิมิตรเป็นชุมชนหนึ่งที่มีประชาชนปลูกสร้างบ้านรุกล้ำคูคลองและมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจึงได้จัดทำโครงการปทุมธานีโมเดล   สนับสนุนให้ชาวบ้านรวมตัวกันแก้ไขปัญหาในรูปแบบของสหกรณ์   บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน  และการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ  เพื่อคืนพื้นที่สาธารณะให้แก่สังคม  ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิก  100  ครอบครัว   ได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 40 ล้านบาท  แยกเป็นงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 5  ล้านบาท  งบอุดหนุนที่อยู่อาศัย 2.5 ล้านบาท  ด้านสวัสดิการ 125,000 บาท  และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยรวม 32 ล้านบาท  ก่อสร้างบ้านจำนวน 98  หลังคาเรือน  ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างเสร็จทั้งชุมชนแล้ว

home1.JPG



พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยให้ผู้ที่มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม  และแก้ปัญหาการรุกล้ำลำคลอง  รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นและมีความมั่นคงตามยุทธศาสตร์ชาติที่วางเอาไว้  ซึ่งชุมชนแก้วนิมิตรพื้นที่เดิมของชุมชนเป็นป่ารกริมคลองหนึ่ง  มีประชาชนเข้ามาบุกรุกปลูกสร้างที่อยู่อาศัยรุกล้ำแนวคลองเป็นจำนวนมาก  ทำให้เกิดปัญหากีดขวางทางระบายน้ำ  และทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมตามมา   ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวทางบ้านมั่นคง  เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในโครงการปทุมธานีโมเดล  รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว  เพื่อจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงยั่งยืน  ไม่ต้องบุกรุกริมคลองอีกต่อไป


หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีส่งมอบบ้านประชารัฐจำนวน  98 หลังคาเรือนให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการชุดแรก  โดยมอบทะเบียนบ้าน  และมอบโล่ให้แก่ผู้ที่มีส่วนสนับสนุนโครงการปุทมธานีโมเดฃ  จากนั้นรองนายกฯได้ปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึกให้แก่ชาวชุมชนด้วย

IMG_8981.JPG

home.JPG

นางวันเพ็ญ  มะหะหมัด  ประธานสหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี จำกัด  กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนชาวบ้านขอขอบคุณรัฐบาล  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านได้มีบ้านใหม่ที่สวยงามและมั่นคง   มีสภาพที่กว่าก่อน  จากเดิมชาวบ้านอาศัยอยู่ที่ชุมชนแก้วนิมิตรริมคลองหนึ่ง  เป็นบ้านไม้สภาพผุพัง  ปลูกสร้างอยู่ในคลอง  ไม่ถูกกฎหมาย   วันนี้ชาวบ้านทุกคนดีใจที่มีบ้านและที่ดินใหม่อยู่ห่างจากที่เดิมเพียง 5 กิโลเมตร  เมื่อผ่อนส่งหมดก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป

IMG_9123.JPGIMG_9102.JPG

การก่อสร้างที่อยู่อาศัยในชุมชนแบบบ้านมี 3 แบบ  คือ  บ้านแฝดสองชั้น  ขนาด 56  ตารางเมตร, บ้านแฝดสองชั้น  ขนาด 63  ตารางเมตร และบ้านแฝดสองชั้น ขนาด 77  ตารางเมตร   ราคาก่อสร้างพร้อมที่ดินต่อหลังประมาณ 272,000 - 295,000 บาท  ระยะเวลาผ่อนส่ง  15 ปี  อัตราผ่อนส่งเดือนละ  2,500-3,000 บาท  

นายสุรชัย   ขันอาสา  ผวจ.ปทุมธานี   กล่าวว่า  หลังจากที่ชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยในชุมชนใหม่แล้ว  ทางจังหวัดจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อถอนบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่ริมคลองเพื่อไม่ให้กีดขวางทางระบายน้ำ  รวมทั้งจะขุดลอกคลอง  กำจัดสวะ  ผักตบชวา  เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก  เป็นการป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา  จังหวัดปทุมธานีได้จัดทำโครงการ ‘บ้านประชารัฐร่วมใจ เดินหน้าคืนคลองน้ำใสให้แผ่นดิน’   โดยรื้อบ้านออกจากริมคลองหนึ่งไปแล้วกว่า  100 หลัง  จากทั้งหมด 13 ชุมชน  รวม  922  ครัวเรือน   ส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป   ส่วนประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนบุกรุกพื้นที่ริมคลองและยังไม่เข้าร่วมโครงการนั้น   ทางจังหวัดจะชี้แจงและเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการ  เพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป 

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวว่า  นอกจากการสร้างบ้านใหม่ที่ชุมชนบ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคีแล้ว  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ยังสนับสนุนการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่บนที่ดินราชพัสดุเนื้อที่  30 ไร่  บริเวณคลองเชียงรากใหญ่  (ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต)    เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน  คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44  ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559   ให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ  (กรมธนารักษ์ดูแล) เพื่อใช้สร้างที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่ริมคลองหนึ่ง  ขณะนี้กำลังก่อสร้างเฟสแรก  1 อาคาร  จำนวน 23 ครัวเรือน  รูปแบบเป็นอาคารสูง 3 ชั้น  รวมทั้งหมด 12  อาคาร   สามารถรองรับชาวบ้านได้รวม  463  ครัวเรือน  ซึ่งตามแผนงานการก่อสร้างอาคารแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561

ขณะเดียวกันตัวแทนชาวบ้านริมคลองเปรมประชากรในเขตจตุจักร  หลักสี่  และดอนเมือง  นำโดยนายกิตติชัย  เรืองมาลัย  ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  ได้นำหนังสือร้องทุกข์มายื่นต่อพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับหนังสือ  ซึ่งในหนังสือได้ขอให้รองนายกฯ พิจารณาโครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มโครงการ  โดยขอให้กำหนดแนวความกว้างของเขื่อนในคลองเปรมฯ ไม่ให้เกิน 25 เมตร  เพราะหากกำหนดความกว้างของเขื่อนฯ ที่ 38 เมตร  เท่ากับขนาดของเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าว  จะทำให้ชาวชุมชนริมคลองเปรมฯ ส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน  เพราะไม่สามารถอาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้  เนื่องจากคลองเปรมฯ มีขนาดกว้างประมาณ 15-24 เมตร  หากสร้างเขื่อนที่มีความกว้าง 38 เมตรก็จะไม่มีพื้นที่เหลือให้ชาวชุมชนสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้  ทั้งนี้ชาวชุมชนริมคลองเปรมฯ ได้เคยยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 แล้ว  แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณาข้อเรียกร้องของชาวชุมชนแต่อย่างใด

IMG_8985.JPG

IMG_9138.JPG

home3_resize.JPG

                                                              (สภาพชุมชนริมคลองหนึ่ง)

home2.JPG                                                  (เริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกคลองหนึ่ง)    

รายงานโดยงานสื่อสารองค์กร  พอช.                                    

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter