playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ปทุมธานี/ ลงเสาเอกโครงการที่อยู่อาศัย ‘ปทุมธานีโมเดล’ บนที่ดินราชพัสดุ 30 ไร่ที่ คสช.ใช้มาตรา 44 เพิกถอนที่ดินสาธารณประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกคลองหนึ่ง  ใช้งบประมาณ  99   ล้านบาทเศษ  เริ่มสร้างเฟสแรก 1 อาคาร  จำนวน  23 ครัวเรือน  จากทั้งหมด 3 เฟส  รวม  463  ครัวเรือน  ขณะที่พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ เตรียมมอบ ‘บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี’  จำนวน  98 หลัง  วันที่ 28 กันยายนนี้


159A0715_resize.JPG
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี  และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ  โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   จ.ปทุมธานี  ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองและกีดขวางทางเดินน้ำมานานหลายสิบปี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,084 ครัวเรือน  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  และหน่วยงานในท้องถิ่น  ร่วมกันจัดทำโครงการ “ปทุมธานีโมเดล”  เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่ง  โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 เพิกถอนที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณ  ต.คลองหนึ่ง  อ.คลองหลวง  เนื้อที่  30 ไร่  เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนนั้น

159A0733_resize.JPG

                ล่าสุดวันนี้  (20  กันยายน 2560) เวลา 09.00 น.  ได้มีพิธียกเสาเอกก่อสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดิน  30 ไร่  โดยมีนายมนต์สิทธิ์  ไพศาลธนวัฒน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  เป็นประธานในพิธี  และมีนายสมพร  ใช้บางยาง  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (องค์การมหาชน)  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผอ.พอช.  นายธนัช   นฤพรพงศ์  ผู้ช่วย  ผอ.พอช.  ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนริมคลอง   สหพันธ์องค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ  เครือข่ายความร่วมมือพัฒนาระหว่างชุมชนบนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ฯลฯ  ประมาณ  200 คนเข้าร่วมในงานดังกล่าว

               นายมนต์สิทธิ์  ไพศาลธนวัฒน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  กล่าวว่า  โครงการปทุมธานีโมเดลเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินริมคลองสาธารณะ  โดยมีการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่เพื่อให้ชาวบ้านที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลองได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง  รวมทั้งจะมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย  ส่วนประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนบุกรุกพื้นที่ริมคลองและยังไม่เข้าร่วมโครงการนั้น   ทางจังหวัดจะชี้แจงและเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการ  เพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป 

                นายสมพร  ใช้บางยาง   ประธานกรรมการสถาบันฯ  กล่าวว่า  พอช.มีหน้าที่จัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน   โดยใช้หลักการ  ร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมรับผิดชอบ   ซึ่งในโครงการปทุมธานีโมเดลนี้   นอกจากการสร้างบ้านในที่ดิน 30 ไร่แปลงนี้แล้ว  ยังมีโครงการที่ชุมชนแก้วนิมิตร (บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี) ที่สร้างเสร็จแล้ว  จำนวน 98  ครัวเรือน  โดยพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบบ้านให้แก่ชาวบ้านในวันที่  28 กันยายนนี้   ซึ่งโครงการปทุมธานีโมเดล  รวมทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว  ทำให้พี่น้องคนยาก  คนจน  มีความสุข   มีความดีใจที่ได้ที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง  มีน้ำประปา  มีไฟฟ้าใช้  ไม่ต้องต่อพ่วงมาใช้เหมือนเมื่อก่อน  รวมทั้งจะมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนด้วย  โดย พอช.จะดำเนินการร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

159A0750_resize.JPG

                นายไพศาล  ฉิมช้าง  ประธานสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล  จำกัด  กล่าวว่า   สหกรณ์ฯ มีสมาชิกจำนวน 223  ครัวเรือน   มาจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง   จำนวน 6 ชุมชน  94  ครัวเรือน  และจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองคลองหลวง  จำนวน  5   ชุมชน  129 ครัวเรือน   ขณะนี้มีเงินออมทั้งหมดประมาณ 4   ล้านบาทเศษ  โดยให้สมาชิกออมเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านทุกเดือนตามกำลังที่สมาชิกมีอยู่  หรือตามอัตราค่าผ่อนบ้านขั้นต่ำครัวเรือนละ 2,400 บาท 

“หลังจากพิธียกเสาเอกในวันนี้แล้ว  บริษัทรับเหมาก็จะเริ่มสร้างบ้านเฟสแรก  จำนวน 1  อาคาร  ความสูง 3  ชั้นรวม 23 ห้อง  ส่วนแบบบ้านมี  3 ขนาด  คือ  26  ตารางเมตร,  30  ตารางเมตร  และ  45  ตารางเมตร  ราคาประมาณ  380,000–600,000  บาท”  นายไพศาลกล่าวและว่า  นอกจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว   ภายในโครงการยังแบ่งพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ  เช่น  พื้นที่สีเขียว  สวนหย่อม  สนามเด็กเล่น  พื้นที่เกษตรกรรม  ปลูกผักสวนครัว    ร่องน้ำ-บ่อบำบัดน้ำเสีย  ฯลฯ  ตลาดหรือร้านค้าชุมชน  เพื่อให้ชาวบ้านมีอาชีพ  มีรายได้   

ประธานสหกรณ์ฯ กล่าวด้วยว่า  โครงการปทุมธานีโมเดลบนที่ดิน 30 ไร่  แบ่งการก่อสร้างออกเป็น  3 เฟส  มีทั้งหมด  12  อาคาร   สามารถรองรับชาวบ้านได้รวม  463  ครัวเรือน  โดยเฟสแรกจะก่อสร้างจำนวน  149  ครัวเรือน  ตามแผนงานการก่อสร้างเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม  2561  ทั้งนี้ พอช.ได้สนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจำนวน  37.5 ล้านบาทเศษ  งบพัฒนาที่อยู่อาศัยชั่วคราว  จำนวน 1.7 ล้านบาทเศษ  และสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวน 59.8   ล้านบาทเศษ รวมจำนวนเงินทั้งหมด 99 ล้านบาท

159A0752_resize.JPG

“สำหรับชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการปทุมธานีโมเดล  ซึ่งมีอยู่ประมาณ 500  ครัวเรือน   เนื่องจากอาจจะยังไม่เชื่อมั่นว่าโครงการจะเป็นไปได้จริง  พวกเราก็จะช่วยกันสร้างบ้านเฟสแรกให้เสร็จก่อน  เพื่อให้คนอื่นๆ  เห็นตัวอย่างว่าโครงการนี้เป็นไปได้จริง  รวมทั้งยังมีหน่วยงานต่างๆ  มาร่วมสนับสนุน  หลังจากนั้นก็เชื่อว่าคนที่ยังลังเลก็จะมาเข้าร่วม  เพื่อสร้างอนาคตใหม่  มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงให้ลูกหลาน  และเป็นการคืนคลองให้แก่สังคมเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมด้วย”  นายไพศาลกล่าว

ที่ดินราชพัสดุเนื้อที่ 30 ไร่  ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต   เดิมเป็นพื้นที่สาธารณะที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน  คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44  ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ  (กรมธนารักษ์ดูแล) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559   เพื่อนำมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่ง   โดยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา  จังหวัดปทุมธานีได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองหนึ่งไปแล้วกว่า 100  หลัง (ส่วนใหญ่เป็นห้องเช่า)  โดยมีเป้าหมายทั้งหมด 13  ชุมชน  รวม 922  หลัง   ส่วนชุมชนแก้วนิมิตรหากการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จและชาวบ้านย้ายเข้าอยู่อาศัยแล้ว  ทางจังหวัดปทุมธานีก็จะรื้อย้ายบ้านที่ปลูกสร้างรุกล้ำคลองหนึ่งจำนวน 98 หลังต่อไป

159A0723_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ   รักษาการ ผอ.พอช.  กล่าวว่า  พอช.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล (ศปก.ทปม.)  เพื่อดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยสนับสนุนการสร้างบ้านมั่นคงหรือ ‘บ้านประชารัฐ’ รองรับชาวบ้านริมคลองในจังหวัดปทุมธานี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,084 ครัวเรือน   โดย ศปก.ทปม. มีแผนรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านที่รุกล้ำลำคลอง  4  แนวทาง  คือ  แนวทางที่ 1  จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่  พื้นที่  30 ไร่  (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต) ซึ่งมีพิธียกเสาเอกในวันนี้  สามารถรองรับชาวบ้านได้  463  ครัวเรือน 



แนวทางที่ 2  พัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม  รวม  65  ครัวเรือน   แนวทางที่ 3  จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่จากเอกชนเพื่อสร้างบ้าน  รองรับชาวบ้านจำนวน 129  ครัวเรือน  เช่น   ชุมชนแก้วนิมิตร  (บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี)ซื้อที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่เศษ   ขณะนี้การสร้างบ้าน  98 หลัง (100 ครัวเรือน) ใกล้จะแล้วเสร็จทั้งชุมชน    และแนวทางที่  4  คือเช่าหรือซื้ออาคารในโครงการที่มีอยู่แล้ว 

นางสาวชญาดา  สิงห์ปี  หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล (ศปก.ทปม.) กล่าวว่า  โครงการปทุมธานีโมเดลเริ่มดำเนินการในปี 2559   โดยชุมชนแก้วนิมิตร(บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี)เป็นชุมชนแรกที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ‘ปทุมธานีโมเดล’  โดยรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และในเวลาต่อมาได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถาน  ใช้ชื่อว่า ‘สหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี จำกัด’  มีสมาชิกจำนวน 100  ครัวเรือน  จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ขนาด 5 ไร่  42 ตารางวา (อยู่ห่างจากชุมชนเดิมประมาณ 5 กิโลเมตร) ราคา 12 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน  98 หลังคาเรือน (100 ครอบครัว)

159A0786_resize.JPG

โดย พอช.ได้สนับสนุนการจัดสร้างบ้านใหม่  แยกเป็น งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 5 ล้านบาท  งบอุดหนุนที่อยู่อาศัย 2.5 ล้านบาท  งบบริหารจัดการ 125,000 บาท  สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยรวม 32.4 ล้านบาทเศษ   ส่วนแบบบ้านมี 3 แบบ  คือ  บ้านแฝดสองชั้น  ขนาด 56  ตารางเมตร, บ้านแฝดสองชั้น  ขนาด 63  ตารางเมตร และบ้านแฝดสองชั้น ขนาด 77  ตารางเมตร   ราคาก่อสร้างพร้อมที่ดินต่อหลังประมาณ 272,000 - 295,000 บาท  ระยะเวลาผ่อนส่ง  15 ปี  อัตราผ่อนส่งเดือนละ  2,500-3,000 บาท   ขณะนี้การก่อสร้างบ้านเกือบแล้วเสร็จทั้งหมด  และมีชาวบ้านบางส่วนเข้าอยู่อาศัยแล้ว

ทั้งนี้ในวันที่  28 กันยายนนี้  พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบ ‘บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี’ ให้แก่ชาวบ้าน  ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหลวง  อำเภอคลองหลวง  จังหวัดปทุมธานี 

ส่วนการรื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำคลองหนึ่งนั้น  จังหวัดปทุมธานีได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองหนึ่งไปแล้วกว่า 100  หลัง (ส่วนใหญ่เป็นห้องเช่า) ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา  โดยมีเป้าหมายทั้งหมด 13  ชุมชน  รวม 922  หลัง   ส่วนชุมชนแก้วนิมิตรเดิม  หากการก่อสร้าง ‘บ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี’ แล้วเสร็จ  และชาวบ้านย้ายเข้าอยู่อาศัยแล้ว  ทางจังหวัดปทุมธานีก็จะรื้อย้ายบ้านจำนวน 98 หลังต่อไป

159A0772_resize.JPG

159A0797_resize.JPG




รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter