playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

159A0696_resize.JPG

สน.บางเขน/  กรมธนารักษ์เจ้าของที่ดินราชพัสดุแจ้งความดำเนินคดีผู้ปลูกบ้านรุกคลองลาดพร้าวอีก 57 ราย  เพิ่มจากที่แจ้งความไปแล้ว 16 ราย  ตาม กม.ที่ดินมาตรา 9  โทษจำคุก 3-5 ปี  รอง ผบชน.ยืนยันเอาผิดนายทุน  เจ้าของห้องเช่า  รวมทั้งแกนนำและผู้ที่ยุยงขัดขวางโครงการพัฒนาคลองเพราะเสียผลประโยชน์และหวังผลทางการเมือง  ด้านบริษัทรับเหมาสร้างเขื่อนระบายน้ำยืนยันหากไม่มีคนคัดค้านจะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเสร็จกลางปี 2562 แน่นอน


                ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ  โดยเฉพาะในคลองลาดพร้าว  ซึ่งมีการปลูกสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางระบายน้ำ  จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม  รัฐบาลจึงมีโครงการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วม  โดยมอบหมายให้ กทม.รับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อน  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงานรองรับประชาชนเรื่องที่อยู่อาศัยที่จะต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ  และกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุจะให้ชาวบ้านเช่าที่ดินที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่  อย่างไรก็ตาม  ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังคัดค้านโครงการและไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ  จึงทำให้โครงการสร้างเขื่อนฯ และสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ล่าช้า  ไม่เป็นไปตามแผนงาน  กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินจึงได้แจ้งความร้องทุกข์แก่กลุ่มผู้ที่คัดค้านโครงการ 

โดยในวันนี้ (13 กันยายน) เวลา 10.30 น.ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน  นายสมคิด  สมศรี  (อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ  กระทรวง พม.) ในฐานะผู้อำนวยการ  คณะทำงานกองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและริมฝั่งเจ้าพระยา  พล.ต.ต.สมพงษ์  ชิงดวง  รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  ในฐานะรองผู้อำนวยการฯ พร้อมทั้งตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  กรมธนารักษ์  กรุงเทพมหานคร  ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บุกรุกก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคลองสาธารณะคลองลาดพร้าว  โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมธนารักษ์เป็นตัวแทนนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมอีก 57   หลาย  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งความไปแล้ว 2 ครั้ง  มีผู้ถูกกล่าวหารวม 16 ราย

                การแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีฯ ต่างๆ มารับแจ้งความ  ประกอบด้วย  สน.สายไหม รับแจ้งความ  1 ราย, สน.พหลโยธิน 12 ราย,  สน.บางเขน 23 ราย  สน.ดอนเมือง 9 ราย,  สน.วังทองหลาง 4 ราย  สน.ห้วยขวาง 1 ราย   และ สน.ทุ่งสองห้อง 7 ราย  ซึ่งผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบ้านเช่าในชุมชนริมคลอง  ประมาณ 30 ราย  เป็นแกนนำชุมชนประมาณ 15 ราย  ส่วนที่เหลือเป็นเจ้าของบ้านที่ขัดขวางไม่ยอมรื้อย้ายบ้านและไม่ร่วมโครงการ  เช่น  ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา  เขตดอนเมือง, ชุมชนสะพานไม้ 2 เขต  หลักสี่  ฯลฯ



นายสมคิด  สมศรี  กล่าวว่า  โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมและการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวเริ่มดำเนินการมา 2 ปีแล้ว  ซึ่งประชาชนริมคลองส่วนใหญ่ก็เข้าใจและให้ความร่วมมือกับโครงการเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย  สร้างสิ่งแวดล้อม  และคุณภาพชีวิตใหม่ของประชนที่อยู่อาศัยริมคลองให้ดีขึ้น  รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำในคลอง  แต่ยังมีคนกลุ่มน้อยที่ยังไม่เข้าใจ  ไม่ให้ความร่วมมือ  แม้ว่าจะสร้างความเข้าใจแล้ว  โดยการส่งทีมงานชุดมวลชนสัมพันธ์เข้าไปในชุมชนริมคลองต่างๆ  ทำให้โครงการเกิดความล่าช้า  ดังนั้นทางราชการจึงจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายบังคับ

159A0703_resize.JPG

พล.ต.ต.สมพงษ์  ชิงดวง  กล่าวว่า  การแจ้งความในวันนี้  กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9  โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ  ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน  เช่น  ที่ริมตลิ่ง  ทางน้ำ  คลอง  ฯลฯ  ซึ่งมีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอาญา  มีอัตราโทษจำคุก  3 ปีถึง  5 ปี  ทั้งนี้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้ว 2   ครั้ง  รวม 16 ราย  ซึ่งทั้ง  16 รายได้เข้ามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว  และเข้าใจว่าตนไม่มีสิทธิที่จะอยู่  และยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการกับรัฐ  ยอมรื้อถอนบ้าน ซึ่งในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะช่วยหาทางบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ที่ขาดเจตนาหรืออยู่อาศัยมานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่

“ส่วนผู้ที่รู้ตัวแล้วว่าไม่มีเอกสารสิทธิ  แต่มีเจตนาจะดื้อดึง  ขัดขวางการพัฒนาคลอง  กรมธนารักษ์ในฐานะเป็นผู้เสียหายจึงมาแจ้งความในวันนี้  และจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ที่ถูกข้อกล่าวหาโดยเร็ว  หากเรียกไปแล้วครั้งที่ 1 ยังไม่มา  ครั้งที่ 2 ยังไม่มา  ก็จะต้องออกหมายจับต่อไป  โดยเฉพาะพวกนายทุน  เจ้าของห้องเช่า เก็บเงินค่าเช่าเดือนละ 2-3 พันบาทต่อเดือน  มีห้องเช่าเป็นสิบห้อง  พวกบ้านใหญ่ไม่ยอมรื้อย้าย  พวกนี้เราจะต้องดำเนินคดีโดยเร็ว”  พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าว 

รอง ผบชน.กล่าวด้วยว่า  สำหรับแกนนำหรือผู้ที่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองและไปให้ข้อมูลที่ผิดๆ กับประชาชน  หรือยุงยงให้ประชาชนคัดค้านหรือไม่ยอมเข้าร่วมโครงการ  เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่  หากมีความผิดก็จะพิจารณาดำเนินคดีต่อไป  แต่หากเป็นการให้คำแนะนำตามมนุษยธรรมก็สามารถทำได้

ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ความยาวทั้งหมด (ทั้ง 2 ฝั่ง) ประมาณ 31 กิโลเมตร  ขณะนี้บริษัทริเวอร์  เอ็นจิเนียริ่ง  จำกัด ซึ่งประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645  ล้านบาท ได้ตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐานรากพนังเขื่อนไปแล้วประมาณ  14,000 ต้น   จากเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น  คิดเป็นระยะทางประมาณ  11 กิโลเมตร  หรือกว่า 20 % ของเนื้องานทั้งหมด  ซึ่งตามแผนงานบริษัทจะต้องตอกเสาเข็มให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้  เพื่อก่อสร้างพนังเขื่อน  ทางเดินตามแนวพนังเขื่อน  รั้วเหล็กกันตก ฯลฯ ให้แล้วเสร็จทั้งโครงการภายในช่วงกลางปี 2562  โดยทางบริษัทยืนยันว่าหากไม่มีกลุ่มที่คัดค้านและยอมรื้อบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ  บริษัทจะสามารถสร้างเขื่อนให้เสร็จทันตามกำหนดอย่างแน่นอน

777_resize.JPG
ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีเป้าหมายจะสนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อเพื่อให้ชาวชุมชนที่สามารถอาศัยอยู่ในที่ดินที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ   สร้างบ้านและสร้างชุมชนใหม่ตามโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง รวมทั้งจัดหาที่ดินสร้างชุมชนใหม่  หรือเข้าอยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ  รวม 52  ชุมชน  จำนวน  7,081 ครัวเรือน   ภายในสิ้นปี  2561  โดยขณะนี้สร้างบ้านเสร็จแล้ว 12 ชุมชน  รวม 846 ครัวเรือน 

ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ ‘พอช.’ จะสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองหรือ ‘บ้านประชารัฐริมคลอง’ โดยแยกเป็น  1.งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค  ครัวเรือนละ 50,000   บาท  2.อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย (สมทบปลูกสร้างบ้าน,ซื้อที่ดิน) ครัวเรือนละ 25,000 บาท  3.งบช่วยเหลือแบ่งเบาผู้ได้รับผลกระทบ (ค่าที่พักชั่วคราว,ลดภาระหนี้สินในการกู้เงินสร้างบ้าน ฯลฯ) ครัวเรือนละ 72,000 บาท  4.งบบริหารจัดการ  ชุมชนละ 50,000-500,000 บาท  5.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย  ครัวเรือนละ 330,000-360,000   บาท  ชำระคืนภายใน 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4   บาทต่อปี

58425.JPG

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter