playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
ชุมชนลาดพร้าว45/ หลายหน่วยงานร่วมชี้แจงชาวบ้านกรณีมีกระแสข่าวจากกลุ่ม ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ ว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยค่ารื้อย้ายให้แก่ชาวบ้านที่ปลูกบ้านเรือนริมคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อในแนวก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมรายละ 2-3 แสนบาท  ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายจ่ายเงิน เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ 
explain_45_resize.JPG


ตามที่ ‘กลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง’  นำโดยนายศรีสุวรรณ  จรรยา  นักเคลื่อนไหวทางสังคม  ในฐานะประธานกลุ่มสิทธิชุมชนฯ  ได้ส่งทีมงานลงไปชี้แจงกับชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อในหลายพื้นที่ที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของ กทม.  โดยบอกชาวบ้านว่าไม่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนฯ  เพราะทางกลุ่มสิทธิชุมชนฯ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยค่ารื้อย้ายรายละ 200,000 -300,000 บาท  รวมทั้งจะยื่นร้องต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรม  กรณีที่กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลที่ดินริมคลองได้ยื่นฟ้องแกนนำชาวบ้านที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลองนั้น 



ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน เวลา 14.30 น. ที่ชุมชนลาดพร้าว 45 ริมคลองลาดพร้าว  เขตห้วยขวาง    สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับชาวชุมชนลาดพร้าว 45  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  สำนักการระบายน้ำ  กทม.  กรมส่งเสริมสหกรณ์  ผู้แทน คสช. และผู้แทนเขตห้วยขวาง จัดประชุมชี้แจงนโยบายการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ โดยเฉพาะกรณีการจ่ายเงินค่าชดเชยการรื้อย้ายบ้านออกจากพื้นที่ริมคลอง โดยมีตัวแทนชาวชุมชนเข้าร่วมรับฟังประมาณ  60 คน
explain2_resize.JPG


นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวว่า  ขณะนี้รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะจ่ายเงินค่าชดเชยในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลองแต่อย่างใด  โดยในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน  คณะที่ 5 (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ คลองลาดพร้าว) ซึ่งมีพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธาน ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา  ที่ทำเนียบรัฐบาล  โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาและสรุปได้ว่า  การจ่ายเงินไม่มีกฎหมายรองรับ  เนื่องจากเป็นการรุกล้ำและบุกรุกพื้นที่ริมคลองสาธารณะ  ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  ทั้งที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนและบนตลิ่งซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุดูแลอยู่ 

“กรณีมีกระแสข่าวเกิดขึ้นในชุมชนริมคลองว่ารัฐบาลจะจ่ายชดเชยให้ชาวบ้านรายละ 200,000-300,000 บาทนั้น  จึงเป็นข่าวลือและไม่เป็นความจริง  ส่วนข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า  เมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อน  นายศรีสุวรรณ  จรรยา ในฐานะประธานกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง ได้เข้าพบพลตำรวจเอกอดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องของกลุ่มฯ แต่รัฐมนตรียังไม่ได้พิจารณารายละเอียดของข้อเรียกร้อง  หลังจากนั้นจึงมีกระแสข่าวเกิดขึ้นในกลุ่มชาวบ้านและเครือข่ายของนายศรีสุวรรณว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย”  นายสมชาติชี้แจง

รายงานข่าวแจ้งว่า  การประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลในกรณีดังกล่าว  พลเอกประวิตร  รองนายกฯ ได้เห็นชอบตามที่พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.เสนอ  โดยระบุว่าหากมีการจ่ายเงินชดเชยการรื้อย้ายจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต  อีกทั้งจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2,000 ล้านบาท  เนื่องจากมีครัวเรือนที่บุกรุกที่ดินราชพัสดุในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อตามแนวก่อสร้างเขื่อนประมาณ  7,000  ครัวเรือน

นอกจากนี้การจ่ายเงินช่วยเหลือไม่ได้ยืนยันว่ากลุ่มต่อต้านและกลุ่มคัดค้านจะยอมรับ  และไม่ได้ทำให้การดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนฯ และบ้านมั่นคงจะดำเนินการได้เร็วขึ้น  เนื่องจากยังมีความแตกต่างของข้อเรียกร้องในแต่ละราย  รวมทั้งการจ่ายเงินจะต้องมีกฎหมายพิเศษรองรับ  ทำให้เกิดความยากและต้องใช้เวลาในการปฏิบัติการ  ดังนั้นจึงต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติเดิม  โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้กับโครงการ

สำหรับมาตรการในการดำเนินการกับกลุ่มที่ต่อต้านโครงการนั้น  รายงานจากกรมธนารักษ์แจ้งว่า  ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับแกนนำที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนบนที่ดินริมตลิ่งที่กรมธนารักษ์ดูแลอยู่จำนวน 36 รายจาก 33 ชุมชน  ส่วนกรณีผู้ที่ไม่ยอมรื้อย้ายที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนฯ  กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบการสร้างเขื่อนฯ จะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการ  นอกจากนี้กลุ่มคัดค้านที่เสียประโยชน์  เช่น  เจ้าของหอพัก  บ้านเช่า  เจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการทางภาษีมาดำเนินการต่อไป

explain_resize.jpg

ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ความยาวทั้งหมด (ทั้ง 2 ฝั่ง) ประมาณ 31 กิโลเมตร  ขณะนี้บริษัทริเวอร์  เอ็นจิเนียริ่ง  จำกัด ซึ่งประมูลงานได้ได้ตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐานรากพนังเขื่อนไปแล้วประมาณ  10,000 ต้น   จากเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น  ตามแผนงานบริษัทจะต้องตอกเสาเข็มให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้  เพื่อก่อสร้างพนังเขื่อน ฯลฯ ให้แล้วเสร็จทั้งโครงการภายในช่วงกลางปี 2562

ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีเป้าหมายจะสนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อเพื่อให้ชาวชุมชนที่สามารถอาศัยอยู่ในที่ดินที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ   สร้างบ้านและสร้างชุมชนใหม่ตามโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง รวมทั้งจัดหาที่ดินสร้างชุมชนใหม่  หรือเข้าอยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ  รวม 52  ชุมชน  จำนวน  7,081 ครัวเรือน   ภายในสิ้นปี  2561  โดยขณะนี้สร้างบ้านเสร็จแล้ว 12 ชุมชน  รวม 846 ครัวเรือน  อย่างไรก็ตาม  การก่อสร้างเขื่อนฯ และสร้างบ้านประชารัฐฯ ไม่เป็นไปตามแผนงานเนื่องจากยังติดปัญหากลุ่มคัดค้านและผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ

explain1_resize.JPG

สำหรับกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง  ก่อตั้งในปี 2558  โดยนายสิระ  เจนจาคะ  อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครักษ์สันติ (ร.ต.อ.ปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค) และอดีตสมาชิกสภาปฎิรูปประเทศไทย  เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม  มีสมาชิกเป็นชาวชุมชนริมคลองในเขตหลักสี่  ดอนเมือง  บางเขน  และสายไหม  มีเป้าหมายคัดค้านการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของ กทม.  โดยเคลื่อนไหวร่วมกับนายศรีสุวรรณ  จรรยา  ฟ้องร้องหน่วยงานต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้  เพื่อไม่ให้โครงนี้เดินหน้าไปได้  ต่อมาในช่วงกลางปี 2560  นายสิระลาออกจากการเป็นประธานกลุ่มฯ  โดยนายศรีสุวรรณได้มารับช่วงต่อ  และพยายามขยายสมาชิกออกไป  โดยเชิญชวนชาวบ้านริมคลองเข้ามาร่วมกลุ่มเพื่อคัดค้านการรื้อย้ายและบอกว่าสมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มจะได้เงินชดเชยกับรัฐบาล

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter