playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

21458758 10210390330374001 396376442 o

ร้อยเอ็ด/ 8 กันยายน 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดสัมมนาเครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2560 ณ ห้องเดือนเต็ม อาคารศูนย์ประชุมใหญ่และนิทรรศการ โรงแรมเพชรรัตน์การ์เด้นท์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อทบทวนเป้าหมาย ยุทธศาสตร์การพัฒนาสวัสดิการชุมชน แลกเปลี่ยนสถานการณ์ ทำความเข้าใจทิศทางการทำงาน และไขปัญหาสวัสดิการชุมชนปี 2561 โดยมีเครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคอีสาน 20 จังหวัด คณะทำงานสวัสดิการชุมชนชาติ หน่วยงานภาคี และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมประมาณ 100 คน

ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ มีประมาณ 6,000 กองทุน สมาชิก 5 ล้านกว่าคน เงินกองทุนรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท ในส่วนกองทุนสวัสดิการชุมชนเฉพาะภาคอีสาน มีประมาณ 2,000 กองทุน สมาชิก 2 ล้านกว่าคน เงินกองทุนรวม 1,145 ล้านบาท สามารถพัฒนารูปแบบการจัดสวสัดิการให้กับสมาชิกได้มากกว่า 15 ประเภท และมีกลไกการขับเคลื่อนงานทั้งในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ที่พร้อมจะช่วยเหลือเกื้อกูลคนในชุมชนตั้งแต่เกิดจนตาย

นายแก้ว สังข์ชู ประธานคณะทำงานสวัสดิการชุมชนชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันในเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน คนข้างล่างมีความคาดหวัง ขณะเดียวกันข้างบนก็มีความคาดหวังเช่นกัน แต่ก็ยังไม่แมทช์กัน การตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่เป็นการริเริ่มของครูชบ ยอดแก้ว เป้าหมายคืออะไร ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี คืออะไร เป็นสวัสดิการที่เราเริ่มต้นจากตัวเราเอง หากรัฐไม่สมทบเราก็ไปได้จริงหรือไม่ คือหลักการที่สำคัญมาก  เริ่มจาก 1 บาท เป็นเงินสมทบจากชาวบ้าน ที่ออกไปแล้วเอาคืนไม่ได้ เป็นสมบัติของตำบล สมบัติของลูกของหลาน ที่เราตั้งกองทุนฯ เราต้องการฝึกการบริหารของชาวบ้าน เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ชุมชนเป็นเจ้าของ เรามีศักดิ์ศรี และรัฐมีหน้าที่ส่งเสริมที่ถูกกำหนดไว้ในกฏหมาย เน้นในเรื่องคุณภาพชีวิตของชุมชน ต้องการความมีส่วนร่วมของชุมชน

ที่เป็นห่วงคือ ในขณะที่ข้างบนวิ่งช่องนั้นที ไปหาใครต่อใคร เพื่อต้องหางบประมาณ เมื่อได้มาแล้ว แต่ข้อมูลไม่ตรง เราจะเดินหน้าได้อย่างไร สำนักงบประมาณมาขอข้อมูล แต่เรามีข้อมูลที่ไม่ตรง ไม่สามารถแจงข้อมูลได้เป็นปัจจุบัน หากเราไม่ซื่อตรงต่อตัวเราเองการออกแบบการตรวจทานเราให้คะแนนเอง การสอบทานที่ควรทำต้องเป็นกระบวนการ ที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทั้ง พมจ. ท้องถิ่น คณะกรรมการ สมาชิก ในการตรวจทานกองทุนแต่ละกองทุนได้รับแล้วกี่ครั้ง มีกองทุนใหม่กี่กองทุน

ประธานคณะทำงานสวัสดิการชุมชนชาติ  กล่าวต่อว่า การสอบทานจะทำให้รู้ข้อมูล กุมสภาพได้ ถ้าเรามีข้อมูลการสอบทานที่ชัดเจน เราก็สามารถเสนอขอรับงบประมาณในการพัฒนาได้ตรงจุด จำนวนประชากรในตำบลมีเท่าไหร่ มีสมาชิกกองทุนกี่คน มีการสมทบแล้วกี่รอบ  มีกี่คนที่ยังไม่ได้รับการสมทบ ปีนี้เราได้รับงบมา 350,000 คน  500 กองทุน พี่น้องไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ แต่ควรกังวลกับข้างล่างเพราะยังมีข้อร้องเรียน มีข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน

ส่วนเรื่องกลไกการทำงาน มีกี่จังหวัดที่ประชุมเต็มคณะที่มีผู้ว่าเป็นประธาน พอไม่มีใครทำข้อมูล ก็ไม่สามารถประมวลข้อมูลเป็นปัจจุบันได้ ในภาคได้มีการมาปรึกษาหารือกันไหม ทำให้รับรู้สถานะข้อมูล ในเชิงนโยบาย กฏหมายมีการเสนอการแก้ไขกฏหมายสวัสดิการสังคม อยู่ในขั้นการประมวลของนักกฏหมายทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งยังมีข้อขัดกันในเรื่องกลไกการทำงาน ซึ่งเรายืนยันว่ากฏหมายต้องเป็นเครื่องมือในการพัฒนาของชาวบ้าน ต้องยกระดับกองทุนสวัสดิการเป็นนิติบุคคล เป็นทิศทางที่จะเคลื่อนไป ข้างบนสำนักงบประมาณเข้าใจ กระทรวงที่อยู่ใกล้ชิดมีความเข้าใจ

กองทุนสวัสดิการชุมชน ตัวกลไกจังหวัดต้องเป็นกลไกการเชื่อมโยงและพัฒนา ไม่ใช่เป็นเจ้าของกองทุนฯ เจ้าของกองทุนต้องเป็นของคนในตำบล หากมีการตรวจพบความผิดในการทุจริต พอช. สำนักงานภาคต้องดำเนินการเพราะเราเป็นคนลงนามในเอ็มโอยู เราต้องจัดการแจ้งความเพราะเป็นการยักยอกทรัพย์ เพราะหากเสีย ณ จุดไหนจะกระทบกองทุนไปทั้งประเทศ ย้ำว่าพี่น้องไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณการสมทบ ถ้าข้อมูลชัด งบประมาณไม่มีปัญหา ประธานคณะทำงานสวัสดิการชุมชนชาติ กล่าวในตอนท้าย

นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนในภาคอีสานเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์หลายเรื่อง หลายกองทุนเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง แต่หลายกองทุนก็อ่อนปวกเปียกส่อถึงความเสี่ยง เราต้องไม่ยึดติดกับจำนวนกองทุนในเชิงปริมาณ จำนวนสมาชิก จำนวนเงินกองทุน แต่เราต้องให้ความสำคัญเรื่องที่ต้องทบทวนในเชิงคุณภาพ ไม่กังวลเรื่องงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบาย ในสถานการณ์ของอีสาน หลักคิดสวัสดิการ คือหัวใจ เป็นหลักที่สำคัญ อีสานมีหลายกรณีที่สาหัส และส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจากระบบหลักคิดที่ไปไม่ถึงความเข้าใจของสมาชิก

ปัจจุบันอีสานต้องสแกนใหม่ เพื่อทำให้หลักคิดโยงไปที่สมาชิกให้ได้มากที่สุด ไม่อยู่เพียงแค่คณะกรรมการไม่กี่คน ระบบที่เรากำลังทำอยู่ คือการสร้างสวัสดิการโดยการบริหารจัดการของชาวบ้าน ซึ่งกองทุนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างได้ เป็นนวัตกรรมของสังคมไทย และเป็นนวัตกรรมของสังคมโลก เราต้องทำให้คุณค่าคงอยู่อย่างยั่งยืน

ผู้อำนวยการภาค อีสาน กล่าวต่อว่า สวัสดิการชุมชนมีคุณค่า เป็นการเริ่มต้นจากชุมชน ที่จะจัดสวัสดิการให้กับคนยากคนจนในชุมชนที่ไม่มีสวัสดิการ เป็นการช่วยเหลือเกื้อกลู ตั้งแต่เกิด แก่เจ็บตาย เริ่มจากชุมชนไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย จนมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยชุมชนบริหารจัดการระบบทุนภายในชุมชน เม็ดเงินที่หมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นทุนจากชุมชน การสนับสนุนระบบ 3 ขา ทำให้เกิดความเชื่อมั่น รัฐสนับสนุนเพราะเชื่อมั่นระบบการบริหารจัดการของชาวบ้าน

แต่ในขณะที่ภาคอีสานมีการร้องเรียนสูงมาก ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง เราอย่าลดเครดิตของเราลง อย่าทำให้ระบบภายในไปทำให้รัฐไม่ยอมรับ ขณะนี้ปริมาณการร้องเพิ่มขึ้น และจากการทำข้อมูลขอรับการสมทบเราทำไม่ทัน จากการทำข้อมูล ที่ทำไม่ทัน ซึ่งเริ่มส่อแวว เราอย่าลดความเชื่อมั่นให้น้อยลง สถานะกองทุนฯ  เราต้องดำรงไว้ ให้เต็มพื้นที่ด้วยความเข้มแข็ง เราต้องจัดระบบการทำงานอย่างไร สถานะกองทุนในตำบลดีมาก บ่งบอกการจัดสวัสดิการชุมชนโดยชาวบ้านด้วยกันเอง เป็นนวัตกรรมทางสังคม จัดสวัสดิการให้พี่น้องในชุมชน  เราจะทำอย่างไรให้เข้มแข็ง และโยงกับระบบกองทุนต่างๆ กับทุนต่างๆ ซึ่งสถานะกองทุนฯ เอื้อต่อการสร้างความร่วมมือ เพราะเป็นประเด็นเย็น เป็นการช่วยเหลือพี่น้องรายครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นตัวกลางในการสร้างความร่วมมือ กับหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างดี หลายพื้นที่เป็นตัวเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ แก้ปัญหา ดิน น้ำ ป่า เป็นการสร้างพื้นที่แก้ปัญหาประเด็นสาธารณะ เป็นหลักการ แนวทางที่สำคัญ

ประเด็นที่น่าห่วงใย กองทุนอีสาน 2000 กว่าตำบล มีความเสี่ยงสูงมาก ตอนนี้เจอกรณีร้ายแรง 3 กรณี ที่มีการทุจริต การดำเนินคดีทางกฏหมาย จนกองทุนแตกต้องยุติบทบาทกองทุนลง ปัญหาใหญ่ที่เป็นความเสี่ยง คือ 1) สมาชิกไม่รู้หลักคิดสวัสดิการชุมชน 2) ระบบบริหารจัดการรวมศูนย์ที่แกนนำ 3) ระบบการตัดสินใจไม่สะท้อนความเห็นของสมาชิก ทำให้เกิดปัญหาการทุจริต ทำให้เกิดความขัดแย้งในตำบล 4) ความเชื่อมั่นกองทุนล้มเหลว นำไปสู่ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำลายความเกื้อกลู ทะเลาะกัน ทำให้สมาชิกเสียผลประโยชน์เสียโอกาสการช่วยเหลือกันของคนในตำบล

ระบบการสอบทานต้องดูทั้งหมด เพื่อเช็คอาการป่วยของกองทุน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคต มีประเด็นเรื่องการออกระเบียบ การปล่อยเงินกู้ ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งการสอบทานต้องลงลึก หากมีการบริหารจัดการที่ดี ก็ไม่มีปัญหา เราต้องช่วยกันทบทวนสถานะเงินกองทุน เงินรายรับ รายจ่าย และในภาคต้องใช้หลักธรรมาภิบาลเข้ามาพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุน เราต้องช่วยกันทำให้บ้านมีความสะอาด ผู้อำนวยการภาค กล่าวในตอนท้าย

อย่างไรก็ตาม การสัมมนาจะมีการหารือถึงแนวทางการทำงาน การวางแผนการสอบทาน ในวันที่ 9 กันยายน 2560 เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนอีสานให้มีความเข้มแข็ง สามารถดูแลจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก ให้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

21459961 10210390332174046 592805245 o21534234 10210390330334000 1370595330 o21534432 10210390330173996 533106378 o21556419 10210390330253998 850560638 o

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter