playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ชัยนาท/พอช.จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การยกระดับพื้นที่รูปธรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน  ภาคกลางและตะวันตก16 จังหวัด  มีตัวแทนพื้นที่รูปธรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน  66 ตำบลเข้าร่วม  สมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเสนอชุมชนที่จะจัดการท่องเที่ยวฯ ให้ยึดหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9  เช่น  ต้องระเบิดจากข้างใน  ยึดหลักสามัคคี  ไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง  ฯลฯ

IMG_8277.jpg

ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  การยกระดับพื้นที่รูปธรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน  ภาคกลางและตะวันตก  ที่โรงแรมชัยนาทธานี  โดยมีนายเบญจพล  เปรมปรีดา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทเป็นประธานกล่าวเปิดงาน  มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 270  คน  ประกอบด้วย  ตัวแทนผู้ประกอบการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน  คณะอนุกรรมการและคณะทำงานภาคกลางและตะวันตก  บริษัทประชารัฐรักษามัคคี  หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง  และสื่อมวลชน

IMG_8278.jpg

นายธีรพงษ์  พร้อมพอชื่นบุญ  ผู้อำนวยการ  สำนักงานภาคกลางและตะวันตก  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน  และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  สนับสนุนให้เกิดการจัดทำข้อมูลการท่องเที่ยวผ่านการสื่อสาร  เรื่องการบริหารการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภูมินิเวศน์  ซึ่ง พอช.จะต้องมีการผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นนโยบาย  จะทำให้เกิดการพัฒนาเป็นพื้นที่ร่วมกันหลายฝ่าย ทำให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่โดยตัวชุมชนเอง

“รูปธรรมการท่องเที่ยวจึงควรมีการพัฒนาพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม  ด้วยเครื่องมือและวิธีการในรูปแบบใหม่ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่  ส่วนการลงพื้นที่เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เห็นรูปธรรมจริงๆ เป็นการเอาข้อมูลไปแลกเปลี่ยน  ทำให้ชาวบ้านได้แลกเปลี่ยน  เพื่อทำให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน   สร้างทุนชุมชน  ทำให้เกิดมูลค่า และวัฒนธรรมชุมชน  เพื่อที่จะนำไปสู่ความมั่นคง  มั่งคั่ง  และยั่งยืน”  นายธีรพงษ์กล่าว

ในช่วงต่อมามีเวทีเสวนาเรื่อง การท่องเที่ยวโดยชุมชน  ทำอย่างไรให้สำเร็จ  มีผู้เข้าร่วมเสวนาจากหลายภาคส่วน  ดร.อนุรักษ์  เรืองรอบ  ผู้จัดการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน  กล่าวว่า  การท่องเที่ยวชุมชนขณะนี้กลายเป็นกระแสที่สังคมสนใจ  แต่หลายหน่วยงานยังไม่เข้าใจว่าควรจะเป็นการจัดการท่องเที่ยว โดยชุมชน  ซึ่ง พอช.จะใช้การท่องเที่ยวเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและทุนชุมชน  โดยให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเอง  ซึ่งในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก 16 จังหวัด  มีพื้นที่ที่ พอช.สนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากจำนวน 162 ตำบล  โดยมีพื้นที่ท่องเที่ยวโดยชุมชนจำนวน 66 ตำบล

“การท่องเที่ยวโดยชุมชนจะเป็นเครื่องมือที่จะ คลิ๊กหรือเชื่อมโยงไปสู่การขับเคลื่อนเรื่องอื่นๆ เช่น  คลัสเตอร์เกษตรอินทรีย์  การแปรรูป  และร้านค้าชุมชน  โดยในปี 2560  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก  จำนวน 500 ตำบลทั่วประเทศ  โดยกระจายผ่านกลไกภาค  ผ่านคณะทำงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาค  และเชื่อมโยงสู่ขบวนองค์กรชุมชนในแต่ละจังหวัด  ในรูปแบบการขับเคลื่อนเชิงเครือข่ายหรือคลัสเตอร์”  ดร.อนุรักษ์กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ชาติชาย  ยอดมิ่ง   ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนไทยพวน  อ.ปากพลี  จ.นครนายก  กล่าวว่า  ชมรมเริ่มก่อตั้งประมาณปี 2540  โดยใช้ฐานความสัมพันธ์ของ บ้าน  วัด  และโรงเรียน ซึ่งในอำเภอปากพลีชาวบ้านเกือบทั้งหมดมีเชื้อสาย พวน อพยพมาจากประเทศลาวเมื่อหลายร้อยปีก่อน  ซึ่งตนเห็นว่าชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นของเก่าแก่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ  จึงคิดที่จะทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้นมา  โดยประกาศให้ชาวบ้านเอาข้าวของมามอบเพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้นในวัด 
IMG_8258.JPG

ต่อมาในปี 2550 จึงเริ่มมีการจัดพิพิธภัณฑ์ให้เป็นระบบ  จากเดิมที่วางข้าวของต่างๆ อย่างระเกะระกะ  และต่อมาได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  เพื่อทำวิจัยประวัติศาสตร์ไทยพวนของชุมชน  ใช้เวลา 5 ปี  หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลจากงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน  โดยดึงเอาอัตลักษณ์ของชุมชนคือความเป็น ไทยพวน มาใช้  เช่น  เรื่อง  อาหารไทยพวน  การแต่งกายแบบไทยพวน  วัฒนธรรมประเพณี  หรือ ฮีตสิบสอง  คองสิบสี่  ฯลฯ ทั้งนี้ในการจัดทำเรื่องท่องเที่ยวโดยชุมชนจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ 1.คน  2.ข้อมูล  3.การจัดทำแผนงาน  และ 4.การเชื่อมโยงภาคี เครือข่าย

นพรัตน์  สอนวิทย์  ผู้แทนตลาดน้ำตลิ่งชัน  กรุงเทพฯ  กล่าวว่า  เดิมพื้นที่ในเขตตลิ่งชันชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวน  ทำการเกษตร  แต่เมื่อมีการตัดถนนบรมราชชนนี  มีโครงการพัฒนาต่างๆ  จึงทำให้วิถีชีวิตของคนตลิ่งชันเปลี่ยนไป  จึงหันมามองเรื่องการหารายได้ชดเชย  ประกอบกับในเขตตลิ่งชันมีลำคลองหลายสาย  จึงคิดเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือ  เชิญพี่น้องสภาฯ ที่อยู่ใกล้เคียงกันมาจัดทำตลาดน้ำชุมชน  ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง  ปัจจุบันมีชาวบ้านมาออกร้านค้าขายอาหาร  ขนม  ผลไม้ต่างๆ ประมาณ  109  ราย  มีคนมาเที่ยวประมาณวันละ 300-500 คน  ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ประมาณวันละ 2,500-3,000 บาท (เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์)

นายธำรงค์  ชมพูศรี  ผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ  กล่าวว่า  สมาคมฯ ก่อตั้งเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา  ยึดหลักการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นหลัก  ซึ่งการที่ชุมชนจะลุกขึ้นมาทำการท่องเที่ยวนั้น  ขอให้ยึดหลัก การทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีอยู่ 23 ข้อ  เช่น  1.จะต้องระเบิดจากข้างใน  คือต้องมีใจที่อยากจะทำ  2.มีความสามัคคี  ไม่ถือเอาเงินเป็นตัวตั้ง  3.กระจาย  ไม่กระจุก คือให้ทุกคนในชุมชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว  4.ผลประโยชน์ของส่วนรวมต้องมาก่อน  ฯลฯ  เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนให้ยั่งยืน

นายนิธิ  สืบพงษ์สังข์  เลขานุการ  สมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ  กล่าวว่า  การท่องเที่ยวชุมชนสามารถจัดการได้ 2 แบบ  คือ  1.จัดโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว  2.เสนอโปรแกรมการท่องเที่ยวไปยังตลาดภายนอก  ทั้งนี้การท่องเที่ยวชุมชนจะต้องมีจุดเด่นของชุมชนเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา  และต้องตั้งเป้าหมายว่าใครจะเข้ามาเที่ยว

“แต่ละชุมชนจะต้องหาจุดเด่นของตนเองให้เจอ  เช่น  มีอาหาร 10 อย่าง  ให้ชูอาหารที่เด่นขึ้นมา 1 อย่าง  ไม่ใช่โชว์ทั้งหมดเหมือนร้านโชวห่วย  เพราะจะทำให้ไม่น่าสนใจ  และต้องเป็นการโชว์ภาพหรือโชว์สิ่งดีๆ ที่เรามี  แต่ไม่ใช่การสร้างภาพ  และต้องสร้างเรื่องราวขึ้นมา  เช่น  แทนที่จะขายข้าวอย่างเดียว  เราก็ต้องชูวิถีชีวิตของชาวนา  วิถีของข้าว  เพื่อให้ชุมชนมีความน่าสนใจ  นอกจากนี้ก็จะต้องมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานหรือภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีพลัง”  นายนิธิยกตัวอย่าง

นอกจากการเสวนาแล้ว  การจัดสัมมนาดังกล่าวยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยในหัวข้อต่างๆ  เช่น  ประสบการณ์การใช้เครื่องมือ ถ ด้าน 100 ข้อ  ในการประเมินตนเองและนำผลการประเมินไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน, แนวทางการปรับปรุงแผนธุรกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน  ด้วยแบบจำลองธุรกิจ Building  Block 9+1  ฯลฯ

นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาและสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่รูปธรรมการท่องเที่ยวชุมชนที่ตำบลกุดจอก  อ.มโนรมย์และตำบลเนินขาม  อ.เนินขาม  จ.ชัยนาท  เพื่อเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน  เช่น  กลุ่มทอผ้า   กลุ่มข้าวซ้อมมือ/โรงสีโบราณ  กลุ่มสมุนไพร  ศูนย์ทอผ้าลาวเวียง  กลุ่มทอผ้าขาวม้า 5 สี  เส้นทางท่องเที่ยวเขาราวเทียนทอง  ฯลฯ

IMG_8250.JPG

IMG_8270.JPG

IMG_8272.JPG

IMG_8276.JPG

IMG_8260.JPG

 

 

รายงานโดย งานสื่อสาร พอช.

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter