playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

19820925 10209901823281629 1615720055 o

ขอนแก่น/ 7 กรกฏาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พล ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว) ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตรวจราชการหน่วยงานในกระทรวง พม. พร้อมเยี่ยมประชาชนชุมชนเทพารักษ์ (ริมทางรถไฟ) และเยี่ยมศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย แก่เด็กวัยเรียน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ จำนวน 100 ราย นอกจากนั้นไปเยี่ยมชมกิจกรรมศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา และรับฟังการปฏิบัติตามภารกิจ 955 ของทีม ONE HOME ขอนแก่น รวมทั้งพบปะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ กระทรวง พม. ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อมอบแนวทางเคลื่อนงานในไตรมาสสุดท้าย ปี 2560 ก่อนที่จะเดินทางไปราชการที่จังหวัดนครพนม

พล ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งมั่นที่จะทำภารกิจสามประการคือ ภารกิจประการแรกคือการขับเคลื่อนประเทศ ประการที่สองคือการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน และภารกิจที่สามคือการสร้างความปรองดอง ตามยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาประเทศ 20 ปี ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ประเทศต้องมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีรายได้ปานกลาง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และยังมุ่งพัฒนาด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม

เชื่อว่าอีกไม่นานจะเริ่มเห็นผลสำเร็จ ขณะนี้มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานถนน เส้นทางรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ การวางแหล่งน้ำทางการเกษตร การทำเกษตรแปลงใหญ่ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ท่านนายกมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอย่างมาก ได้ออกกฏหมายหลายร้อยฉบับในสองปีที่ผ่านมา และท่านนายกยังมุ่งมั่นให้คนไทยในยุคใหม่เป็นคนไทย 4.0 เป็นคนเก่งคนดีของสังคม

จากการประเมินล่าสุดประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 ในประเทศที่น่าลงทุนที่สุด ซึ่งอันดับ 1 นั้นคือฮ่องกง 2 คือสวิซเซอร์แลนด์ อันดับ 3 คือสิงคโปร์ เราอยู่ในประเทศที่ล่าลงทุนทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคง ขอให้มั่นใจต่อรัฐบาลนี้ในการขับเคลื่อน

รมว.พม. กล่าวต่อว่า ลองมาดูที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำงานเยอะมากตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ รัฐบาลนี้ได้อนุมัติเบี้ยเด็กแรกเกิดซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมี อุดหนุนครอบครัวแม่ที่แตะเส้นความยากจนยากจน ให้คุณแม่ 600 บาท ต่อเดือน เป็นเวลา 3 ปี มีกลุ่มเป้าหมาย 130,000 คน แต่ตอนนี้มีคนมาเข้าโครงการแล้วกว่า 200,000 คน เป็นการช่วยให้ลูกหลานที่เกิดมามีอาหารการกินที่สมบูรณ์ จะทำให้เป็นคนเก่งมีสติปัญญาดี

ในเรื่องเด็กและเยาวชน มีการทำสภาเด็ก ทำหอพัก เรื่องโครงการเพ็ชรน้ำหนึ่ง ส่วนผู้สูงอายุ ตอนนี้ประเทศไทยมีจำนวน 10.7 ล้านคน มีการส่งเสริมศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ทำความเข้มแข็งให้กับชมรมผู้สูงอายุกว่า 2 หมื่นชมรม รวมทั้งทำเรื่องอาสาสมัครฝึกอบรม มีโรงเรียนผู้สูงอายุ ส่งเสริมการออม สำหรับผู้พิการมีการเพิ่มเบี้ยจาก 500 บาท เป็น 800 บาท ซึ่งมีอยู่จำนวน 1.8 ล้านคน มีการจ้างงานตามกฏหมายมาตรา 35 ขยับตัวเลขขึ้นมากว่า 80 เปอร์เซ็น ยังมีการนำผู้พิการทางสายตาร้องเพลงตามถนนไปฝึกอบรม ให้แกรมมี่ อาร์เอส และทรูฝึกให้ มีลูกหลานเราสมัครกว่า 800 คน ซึ่งวันนี้ก็สามารถไปร้องเพลงในคอนเสริซ์ใหญ่ๆได้ 50 คน จากถนนสู่ดวงดาว

“ส่วนวันนี้ตนมาเยี่ยมเรื่องบ้าน กระทรวง พม. มองว่าบ้านเป็นความมั่นคงอย่างหนึ่งของมนุษย์ บ้านต้องถูกต้อง เป็นไปตามกฏหมาย วันนี้มีประชากรยังขาดแคลนในเรื่องที่อยู่อาศัย 3 ล้านกว่าครัวเรือน อีก 20 ปี ข้างหน้าคนไทยต้องมีบ้านอยู่อย่างถ้วนทั่วภายในปี 2579 มีตั้งแต่กลุ่มเป้าหมายรายได้ปานกลาง ผู้มีรายได้น้อย คนยากจน คนเร่ร่อนขอทาน 2 ปีที่ผ่านมาสามารถทำบ้านรองรับได้กว่า 5 หมื่นหน่วย ที่ภูมิใจที่สุดคือสามารถพัฒนาโครงการที่ดินแดงได้ คามว่ามิถุนายนปีหน้าจะแล้วเสร็จ และบ้านที่รุกล้ำคลองลาดพร้าว 52 ชุมชน 7 พันกว่าครัวเรือน ตอนนี้ดำเนินการได้ 1 พันกว่าครัวเรือนแล้ว”   

ในการทำโครงการบ้านมั่นคง ของ พอช. จะมีหลายขั้นตอน ที่ต้องมีการรวมตัวกันของพี่น้อง มาออม มาตั้งสหกรณ์ แล้วไปซื้อที่ รัฐอุดหนุนส่วนหนึ่งในการสร้างบ้าน ก็ดีใจสำหรับโครงการนี้และอยากให้มีการขับเคลื่อนต่อไป ซึ่งความสำเร็จของชุมชนจะอยู่ที่ชุมชนเอง รัฐเพียงให้แนวทาง สนับสนุนชุมชน แต่ขึ้นอยู่กับชุมชนที่ต้องมีความเข้มแข็ง มีคณะกรรมการชุมชน มีผู้นำชุมชน มีกติกา มีวินัยในการออม และกระบวนการของชุมชนก็จะเกิดขึ้น ถ้าชุมชนมีความเข้มแข็งเราก็จะได้บ้านที่มีความเข้มแข็ง เมื่อคน ชุมชนมีความเข้มแข็ง ประเทศชาติก็จะมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

อยู่ที่การบริหารจัดการของชุมชน และผู้นำชุมชนในการจัดการเรื่องบ้าน ทุกอย่างอยู่ที่ชุมชนที่จะสร้างความเข้มแข็ง และมองทั้งเรื่องเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ บ้านจะมั่นคงเราต้องสร้างไปสังคมพร้อมกันด้วย สร้างความปลอดภัย สร้างสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพ สร้างการออม จะเป็นสวรรค์ของชุมชนที่ทำด้วยตนเอง รมว.พม.กล่าวในตอนท้าย

อย่างไรก็ตาม ในการลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ชุมชนริมทางรถไฟ ของ รมว.พม.ในครั้งนี้ ได้มีการรับข้อเสนอจากผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูง ในนามเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ ขอนแก่น ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนอิสระที่ขับเคลื่อนในประเด็นสิทธิที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองอีกด้วย

ดต. บุญทัน สืบญาติ ประธานเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ ขอนแก่น อ่านข้อเสนอก่อนที่จะมีการยื่นต่อ รมว.พม. โดยเสนอว่า 1) ชุมชนที่อยู่รอบสถานีรถไฟขอนแก่น 3 ชุมชน 100 ครอบครัว คือชุมชนโนนหนองวัด 2 ริมราง ชุมชนพรสวรรค์ และชุมชนเทพารักษ์ 5 ขอแบ่งพื้นที่สนามกอลฟ์รถไฟที่เลิกใช้แล้ว พื้นที่ 5 ไร่ จากทั้งหมด 76 ไร่ เพื่อรองรับสมาชิกเครือข่ายฯ เพราะโดยตามแผนโครงการของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข) จัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ในฐานะผู้อยู่อาศัยในพื้นที่การรถไฟอย่างถูกต้องตามกฏหมายจึงควรมีสิทธิเข้าใช้พื้นที่เพื่อที่อยู่อาศัยตามสมควร

2) ชุมชนหลังศูนย์พัฒนาที่ดิน มีสมาชิก 40 ครอบครัวที่โดนผลกระทบย้ายทั้งชุมชน ให้เข้าใช้พื้นที่ริมทางรถไฟติดกับชุมชนหนองแวงตราชูใหม่เขตหนองกุง 3) ให้ พอช. สนับสนุนงบประมาณหากเกิดการรื้อย้ายตามโครงการบ้านมั่นคงกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และ 4) เรื่องการฟ้องร้องเงินมิยาซาว่าตั้งแต่ปี 2543 ที่ทาง พอช.ฟ้องชาวบ้าน ชุมชนเทพารักษ์ 5 ทางเครือข่ายฯ ขอให้ระงับไว้ก่อนเพื่อให้ชาวบ้านได้มีเวลาพิสูจน์หลักฐานและควรไกล่เกลี่ยมากกว่าฟ้องร้อง โดยขอให้ รมว.พม. ช่วยเจรจากับบอร์ดกระทรวงคมนาคมในแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป   


19727380 10209901824881669 614458234 o19747640 10209901826601712 1341387639 o19748067 10209901844522160 1735223566 o19748113 10209901844762166 2024000746 o19807442 10209901820761566 1022647600 o19830201 10209901826521710 1815214570 o19850807 10209901823321630 129379864 o

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter