playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 IMG 6609

มหาสารคาม/ 18-19 มิถุนายน 2560 คณะทำงานพัฒนาศักยภาพแกนนำภาคอีสาน จัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำระดับตำบล กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์) ณ ห้องประชุมแก่งคูณ ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีเนื้อหาวิชาว่าด้วยโลกาภิวัฒน์ การจัดการตนเอง รูปธรรมการจัดการตนเองกรณีศึกษาจังหวัดอำนาจเจริญจัดการตนเอง เทคนิคการประสานงาน เจตนารมณ์สภาองค์กรชุมชน การทำแผนยุทธศาสตร์ และการทำแผนพัฒนาตำบล 

เดชอนันต์ พิลาแดง คณะทำงานพัฒนาศักยภาพฯ กล่าวว่า แผนเป็นเรื่องอนาคต เป็นการอยากเห็นอนาคตดี แต่เราอยู่กับปัจจุบัน ดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ เราต้องก้าวข้ามจากสิ่งที่คนอื่นคิดแทน มากำหนดในสิ่งที่ตรงกับปัญหาความต้องการของชาวบ้าน หลายที่เมื่อชาวบ้านทำแผนตามความเดือดร้อนแต่สุดท้ายก็กลายเป็นแผนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นอย่างอื่น การทำแผนการทำงาน เราต้องตั้งเป้าหมาย ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ก่อนทำแผนเราต้องมองศักยภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลของเราก่อน ทุกตำบลที่มาวันนี้มีหลายระดับ ที่จังหวัดส่งตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลมาจากตำบลแผน ยกระดับเป็นรูปธรรม มองศัยกภาพ ถ้าจะไปข้างหน้าให้มองหลังเสียก่อน ว่า สภาฯ ของเราเป็นอย่างไร

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศักยภาพของพื้นที่ตำบล พื้นที่ภาคประชาชนเหลือที่เดียวคือสภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นพื้นที่ที่มีกฏหมายรองรับ มี พ.ร.บ.สภาองค์ฏรชุมชนตำบล ปี 2551 พื้นที่ตำบล ประกอบด้วยหลายๆ หมู่บ้าน ในระดับหมู่บ้านจะประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ เช่นกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ จากกลุ่มองค์กรในหมู่บ้าน ไปยื่นจดแจ้งกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน หลังจากนั้นก็จดแจ้งสภาองค์กรชุมชน ซึ่งมีตัวแทนจากหมู่บ้านละ 4 คน

ในพื้นที่ตำบลเราก็มีองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นฝ่ายบริหาร มีสมาชิก สอบต. และก็มีมีแหล่งทุนเข้ามาหนุน อย่าง สสส. สปสช. พอช. สช. แต่ส่วนใหญ่แหล่งทุนก็ทำงานในเชิงประเด็นเป็นแท่งๆ แต่สภาองค์กรชุมชน เป็นเวทีของภาคประชาชน มีบทบาทหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ที่ระบุไว้ในมาตรา 21 ซึ่งมี 12 ข้อ

การนำเสนอแผนพัฒนา การพัฒนากลุ่มองค์กรชุมชน การกำหนดแผนพัฒนากิจการสภาฯ การพัฒนาแผนพัฒนาตำบล เพื่อบูรณาการกับแผนขององค์การบริหารส่วนตำบล และอีกภารกิจคือต้องรายงานกิจการสภาฯ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องมีบทบาทในการหนุนเสริมตาม พ.ร.บ. สภาฯ ในมาตรา 22 ด้วย โดย ใช้ทฤษฎี 3 ประสาน ท้องที่ ท้องถิ่น และก็ชาวบ้าน รวมทั้งภาคีความร่วมมือในการพัฒนา โดยสภาฯ ประสานความร่วมมือ บูรณาการแผน สร้างให้เกิดพื้นที่เวทีกลางในตำบล ต้องช่วยกันสร้างเวทีนี้ไม่งั้นไปไม่รอด และร่วมกันตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนระดับตำบล ที่มีตัวแทนแต่ละส่วน แล้วกำหนดคณะอนุกรรมการด้านสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม กลุ่มองค์กรชุมชน และด้านกิจการสภาฯ ไม่งั้นเราจะทำแผนไปไม่ได้

ตำบลจัดการตนเอง เริ่มจาก 3 ส่วน การสร้างเอกภาพทางความคิด การพิจารณาต้นทุนการพัฒนา และการจัดระบบความสัมพันธ์ ยกระดับ ให้เป็นตำบลจัดการตนเอง กำหนดกระบวนการในการสร้างเวทีกลาง บูรณาการ มีระบบข้อมูล มีความร่วมมือภาคี มีแผนพัฒนาตำบล และนำเข้าสู่ข้อบัญญัติตำบลซึ่งเป็นเป้าหมาย โดยที่เราต้องมีขั้นเตรียมการ มองตัวเอง พิจารณาต้นทุน ขั้นวางแผน วิเคราะห์พื้นที่ตำบล และขั้นปฏิบัติการ พัฒนายกระดับการทำงานในพื้นที่ระดับตำบล สภาฯ ต้องเป็นเจ้าภาพ ใช้การประสานงาน พูดคุยเจรจา หาหมู่หาพวก วางแนวทางปฏิบัติการ พัฒนาแผนการพัฒนาตำบล และการบูรณาการกับแผนของท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเวที เป็นตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล ที่แบ่งเป็น 3 ระดับ 1) เป็นตำบลที่มีแผนแล้ว 2) ตำบลที่อยู่ระหว่างการจัดทำ และ 3) ตำบลที่ยังไม่ได้ดำเนินการทำแผน และได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อหารือโจทย์ วางขั้นตอนจังหวะก้าวที่จะใช้สภาองค์กรชุมชนขับเคลื่อนการพัฒนาแผนตำบลอย่างไรในกรณีที่ยังไม่ได้จัดทำแผน และตำบลที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะออกแบบอย่างไร ส่วนตำบลที่มีแผนแล้ว จะผลักดันเข้าสู่ข้อบัญญัติท้องถิ่นได้อย่างไร

นายชูชาติ ผิวสว่าง คณะทำงานพัฒนาศักยภาพฯ เสนอแนวทางการจัดทำแผนของสภาองค์กรชุมชนที่ยังไม่ได้จัดทำแผนว่าในการดำเนินการเพื่อผลักดันแผนงานจะมีกระบวนการ 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลเต็มคณะ และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา หน่วยงานภาคี เข้าร่วมประชุม 2) ลงทำความเข้าใจกลุ่มองค์กรชุมชนต่างๆ ศึกษาข้อมูลตำบล 3) นำข้อมูลมาออกแบบการแก้ไขปัญหา สาเหตุ ทางออก แนวทางแก้ไข 4) รวบรวมเนื้อหา แผนงาน และเปิดประชุมสภาฯ อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบ ให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อแผนงาน  5) ประสานแผนเข้าข้อบัญญัติท้องถิ่น และ 6) ติดตามแผน ผลการดำเนินงาน

การจัดเวทีพัฒนาศักยภาพ มาจากแนวคิดสำคัญและยุทธศาสาตร์การขับเคลื่อนของภาคอีสาน ที่ต้องการเห็นตำบลสามารถจัดการตนเองได้ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นองค์กรหลัก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือยุทธศาสตร์การพัฒนาคน จึงเป็นที่มาของการออกแบบหลักสูตร เพราะถ้าหมู่บ้านไหนตำบลใด นั่งอยู่เรือนรอหน่วยเหนือ ให้หน่วยเหนือเอาอาหารมาให้ นับต่อจากนี้หมู่บ้านนั้นจะพัฒนาช้า แต่ถ้าหมู่บ้านใดลุกขึ้นมาพัฒนาโดยตนเอง หมู่บ้านนั้นจะไปได้ไว

การจัดเวทีพัฒนาศักยภาพใน 2 วัน เป็นการเรียนรู้เนื้อหาโลกาภิวัฒน์ และสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในภาคอีสาน โลกกำลังเปลี่ยน ถัดมาเรียนรู้แนวคิดการจัดการตนเอง ที่เป็นทางออกทางรอดของชุมชน ต่อจากนั้นก็เรียนรู้เรื่องเทคนิคในการประสานงาน และเรียนรู้เจตนารมณ์สภาองค์กรชุมชน ที่จะใช้กฏหมายให้เป็นเครื่องมืออย่างไร และเรียนรู้รูปธรรมการจัดการตนเองของจังหวัดอำนาจเจริญ ต่อจากนั้นก็เรียนรู้เรื่องแผนยุทธศาสตร์ และมาเรียนรู้การทำแผนพัฒนาตำบล และแลกเปลี่ยนเพื่อกำหนดจังหวะก้าวการดำเนินการในพื้นที่ของแต่ละตำบลต่อไป

 

 

IMG 6588IMG 6590IMG 6591IMG 6593IMG 6598IMG 6601IMG 6605

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter