playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 1603

สภาองค์กรชุมชนตำบลกู่กาสิงห์ จังหวัดร้อยเอ็ด นำท่องเที่ยวโดยชุมชน อนุรักษ์โบราณสถาน พัฒนาท้องถิ่น พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แอ่งอารยธรรมเขมร ศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย การนับถือพระศิวะเป็นมหาเทพ สู่ความเชื่อปัจจุบัน ผี พุทธ พราหมณ์ ตามวิถีชุมชน ชาวทุ่งกุลา จังหวัดร้อยเอ็ด

ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวบ้านเรา เรานึกถึงแต่สถานที่สำคัญๆระดับประเทศ จังหวัดใหญ่ๆ สถานที่ น้ำตก ภูเขา ทะเล หัวเมือง เมืองเก่า เมืองหลวง เมืองนอกต่างประเทศ  หรือแม้แต่ด่านชายแดนที่มีการค้าขาย เราไปมองแต่ภาพลักษณ์ที่มีชื่อเสียงโฆษณาผ่านสื่อ ทีวีช่องหลัก หนังสือวารสาร หนังสือพิมพ์ใหญ่ระดับประเทศ  ย้อนมามองดูรอบบ้านเรา เมืองไทยของเราบ้าง รอบชุมชนจังหวัดของเราเองมีอะไรบ้าง

แหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน นั้นคืออะไร ? การสืบค้นหาอัตลักษณ์ การค้นหาของดีชุมชนสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การเสริมสร้างรายได้ให้กับคนชุมชน  การวางแผนบริหารจัดการทำอย่างไรจะให้ยั่งยืน เสริมสร้างเศรษฐกิจ สังคม การสร้างคุณภาพชีวิตชาวบ้านมีอยู่มีกินพอเพียง มีวัฒนธรรมเอกลักษณ์เป็นของตนเองในชุมชน มีการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่อง การจัดการบริการปลอดภัยที่ดีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การประเมินติดตามผลเป็นระยะเป็นช่วง อย่างสม่ำเสมอโดยการบริหารจัดการของกลุ่มชาวบ้านที่มีภายในชุมชนร่วมมือกัน วันนี้เรามาดู สภาองค์กรชุมชนตำบลกู่กาสิงห์  อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด  การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน การรักษาอนุรักษ์โบราณสถานของชุมชน

โบราณสถาน ปราสาทกู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ที่วัดบูรพากู่น้อย หมู่ ๓ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ ๑๖ (พ.ศ.๑๕๓๐-๑๖๖๐) ตามคติความเชื่อศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย นับถือพระศิวะเป็นมหาเทพ จัดอยู่ในรูปแบบศิลปะปาปวน  โดยมีโบราณสถาน กู่โพนระฆัง และกู่โพนวิจ อีก ๒ แห่งเป็นบริเวณตั้งอยู่รอบข้าง  ประกอบด้วย ปรางค์ ๓ องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีวิหารหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่าบรรณาลัย อยู่ทางด้านหน้าทั้งสองข้าง ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีซุ้มประตูทั้ง ๔ ทิศ ถัดออกไปเป็นคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง ปรางค์ประธานหรืออาคารหลักที่มี ๓ องค์นั้น ตั้งเรียงอยู่บนฐานเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าอีก ๒ องค์ที่ขนาบข้าง และมีมุขยื่นทางด้านหน้าเป็นห้องยาว มีประตูทางเข้า ๓ ทาง คือด้านหน้าและด้านข้างของห้องยาวทั้งสอง ส่วนฐานขององค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาทรายยังคงปรากฏลวดลายสลักเป็นชั้นเป็นแนว เช่น ลายกลีบบัวและลายกนก ผนังก่ออิฐ ที่ห้องในสุดหรือส่วนครรภคฤหะได้ค้นพบศิวลึงค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเทพสูงสุด (พระอิศวร) และความอุดมสมบูรณ์ตามลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย นอกจากนี้ยังพบทับหลังอีกหลายชิ้น ชิ้นหนึ่งสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว โดยยืนอยู่เหนือหน้ากาล ซึ่งมีมือยึดจับท่อนพวงมาลัยอีกทีหนึ่ง และยังได้พบซุ้มหน้าบันสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณท่ามกลางลายก้านขดอีกด้วย ส่วนปรางค์อีก ๒ องค์ที่ขนาบนั้น มีขนาดและลักษณะเดียวกัน ฐานก่อด้วยศิลาทราย ผนังก่ออิฐมีประตูเพียงด้านหน้า ภายในมีแท่นรูปเคารพวางอยู่จากลวดลายของศิลปกรรม แบบแผนผังและโบราณวัตถุที่พบแสดงให้ทราบว่า กู่กาสิงห์สร้างขึ้นในแบบศิลปะเขมรที่เรียกว่า "แบบบาปวน" อายุราว พ.ศ.๑๕๖๐-๑๖๓๐  เพื่อเป็นเทวสถานอุทิศถวายแด่พระอิศวร เทพเจ้าสูงสุดองค์หนึ่งในศาสนาพราหมณ์

ปราสาท กู่กาสิงห์ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ ๑๖ (ราว พ.ศ.๑๕๓๐-๑๖๖๐ )

ปราสาท กู่โพนระฆัง ตั้งอยู่ห่างจาก ปราสาทกู่กาสิงห์ ไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๕๐๐ เมตร สร้างขึ้นรางศตวรรษที่ ๑๘ ตามคติความ เชื่อพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน จัดอยู่ในกลุ่มศิลปะแบบบายน มีลักษณะเป็นอโรคยาศาล หรือวัดในพระพุทศาสนา

ปราสาท กู่โพนวิจ ตั้งอยู่ห่างจาก ปราสาท กู่กาสิงห์ ไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๕๐๐ เมตร สร้างขึ้นราวปลายศตวรรษที่ ๑๖ ตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าสร้างในลัทธิใด (ไศวนิกาย หรือลัทธิไวษณพนิกาย)

        ในชุมชนเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภายใต้ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกู่กาสิงห์ มีฐานเรียนรู้ ดังนี้ ๑.ฐานไร่สวนเกษตรผสมผสาน ๒.ฐานเรียนรู้วรรณกรรมพื้นบ้าน ๓.ฐานผ้าไหมผ้าพื้นบ้าน ๔.ฐานเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชนกู่กาสิงห์ ๕.ฐานเรียนรู้โบราสถาน ปราสาทกู่กาสิงห์ ๖.ฐานเรียนรู้การตัดลายกระดาษท้องถิ่น  ท่านมานอนพักโฮมสเตย์บ้านกู่กาสิงห์  แซ่บอิ่มอร่อยสัมผัสอาหารพื้นบ้านชาวทุ่งกุลา และยังมีเรื่องเล่าของชุมชนจากนักสื่อความหมายชุมชน โดยเด็กเยาวชนจากโรงเรียนบ้านกู่กาสิงห์ เพื่อการเรียนรู้ฝึกหัดเป็นมัคคุเทศก์อนาคต เพื่อสร้างปลุกจิตสำนึกตั้งแต่เยาว์วัยให้รักษ์ท้องถิ่นบ้านเกิดตนเอง

นายธัชพล  สิทธิสาร ปลัดเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่นายกเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ เปิดเผยว่า ในมุมมองแผนนโยบายการดูแลรักษา แหล่งโบราณสถานประจำท้องถิ่นบ้านเรา ซึ่งไม่ใช่บทบาทหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เพราะว่าเป็นของส่วนราชการหน่วยอื่น ปัญหาใหญ่ของ อปท.ปัจจุบัน คือ ต้องบรรจุราชการเข้ารับผิดชอบงานนั้นๆ สิ้นเปลืองทั้งคนและ งบปราณมากครับ ถ้าให้ลูกจ้าง หรือจ้างเหมาบริการดูแล เขาจะขาดความรับผิดต่อทางราชการครับ หากเกิดความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ดูแลรักษาโบราณสถานได้ไม่มากนัก เพราะ ติดขัดที่ระเบียบ ข้อกฎหมายของท้องถิ่นเอง กับทางกรมศิลปากร และสิ่งแวดล้อม ในเขตพื้นที่ตำบลกู่กาสิงห์ มี ๑๓ หมู่บ้าน ๓,๐๐๐ กว่าครัวเรือน จำนวนประชากร ๘,๐๐๐ กว่าคน อปท.แบ่งการบริหาร ๒ ส่วน เป็นพื้นที่ไข่แดง ไข่ขาว คือ ๑.เทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ (ไข่แดง)มีเพียง ๕หมู่บ้าน ซึ่งมีประชากร ๔,๖๔๘ คน มีพื้นที่บริการจัดการดูแล ๘.๕ ตารางกิโลเมตร อาชีพส่วนใหญ่ ชาวบ้านที่นี่ทำนาเกษตรกรส่วนใหญ่  ๒. อบต.กู่กาสิงห์ (ไข่ขาว) มี ๘ หมู่บ้าน ประชากร ๔,๕๙๐ คน มีโบราณสถานสำคัญๆ คือ ๑.โบราณสถาน ปราสาทกู่กาสิงห์ ๒.ปราสาทกู่โพนระฆัง ๓.ปราสาทกู่โพนวิจ ๔.และพระธาตุไตรตรึง

พื้นที่โบราณสถานเราทำได้เพียงช่วยทำความสะอาด บริเวณรอบๆเท่านั้น จะใช้คำว่า "เข้าไปบริหารจัดการ" คงไม่ได้ เพราะ ไม่มีอำนาจหน้าที่เพียงนั้น เปรียบเทียบ เช่น เทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ จะเข้าไปบริหารจัดการลำน้ำเสียวใหญ่ไม่ได้ เพราะมีกรมชลประทานรับผิดชอบอยู่แล้ว หรือจะเข้าไปบริหาร รพ.สต.ไม่ได้ ด้วยเหตุผลคล้ายกัน มีแผนส่งเสริมโบราณสถานกู่กาสิงห์ ดังนี้ ด้วยติดข้อจำกัดว่า ไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับตัวโบราณสถานได้โดยตรง จึงทำเพียง ส่งช่างช่วยสำรวจ ออกแบบการก่อสร้างบางประการ เช่น กำแพงรอบกู่ฯ พัง(งบของกรมศิลป),ปรับปรุงภูมิทัศน์, ปรับปรุงถนนรอบๆบริเวณ,ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงบริเวณที่จอดรถใกล้ๆ,สนับสนุนก่อสร้างอาคารสถานที่ จ่ายค่าน้ำไฟฟ้าให้มีตำรวจชุมชนมาประจำการเพื่ออำนวยความปลอดภัยให้ประชาชนบริเวณนั้น,บรรจุแต่งตั้ง พนักงาน.นักพัฒนาการท่องเที่ยวและนักประชาสัมพันธ์สนับสนุนให้เด็กนักเรียนเป็นมัคคุเทศก์น้อยเพื่อให้ประชาชนได้รู้จักโบราณสถาน

นายธัชพล  สิทธิสาร เล่าว่า ควรส่งเสริมพัฒนาประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้มีรายได้อาชีพยั่งยืน ดำเนินภารกิจต่างๆที่ระบุตาม พ.ร.บ.จัดตั้งเทศบาล เช่น การบริการสาธารณะก็เป็นการส่งเสริมพัฒนาโบราณสถานไปในตัว แนวคิดในการพัฒนาสู่การท่องเที่ยวชุมชน คือ เทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ต้องปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งเทศบาล เป็นหลัก เช่น การบริการสาธารณะต่างๆฯลฯ ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐตลอดถึงตามแผนพัฒนาเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ที่ประชาชนเสนอปัญหาและความต้องการเอาไว้ทุกๆปี และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าด้วย

ความหมาย คือ ให้ราษฎรในเขตอยู่ดี มีสุข ก่อน ก็จะส่งผลให้คนภายนอกสนใจที่จะเข้ามาศึกษา ทัศนศึกษา และท่องเที่ยว โบราณสถาน แม้จะเป็นจุดสนใจหลัก แต่ผมมองเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในหลายองค์ประกอบที่จะดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามา เปรียบเช่น ปราสาทโอซาก้า หรือภูเขาฟูจิ ของญี่ปุ่น หน้าที่หลักในการประชาสัมพันธ์ หรือดูแลสถานที่ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลกลางญี่ปุ่น ส่วนอปท.มีหน้าเพียงส่งเสริมให้ชาวบ้านได้ประกอบอาชีพที่เหมาะ ตามความถนัดของเขา อย่างหลากหลาย เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามามีความต้องการที่หลากหลาย เช่น รถยนต์เปื้อนสกปรก ก็จำเป็นต้องเข้ารับบริการล้างรถในเขตชุมชน หรือ เด็กๆ หิวไอศครีม ก็เข้าซื้อหาในร้านสะดวกซื้อในเขตชุมชนฯลฯ

ส่วน การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกในชุมชน ก็ไม่ละเลย จะส่งเสริมด้วยเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ หรือประสานหน่วยงานองค์ที่เกี่ยวใกล้เคียงเข้ามาให้ความรู้และพัฒนาเรื่อยๆ ตามโอกาสแต่ก็ไม่กีดกันสินค้าทันสมัยนานาชนิดที่ชาวบ้านอยากจะขาย ต้องให้อิสระทางความคิด ความต้องการของพวกเขาวิธีการใดที่จะมีรายได้เป็นอาชีพของเขาได้ ก็ทำไปเลย เทศบาลตำบลกู่กาสิงห์จะไม่ผูกมัด หรือบังคับประชาชน ซึ่งปัจจุบัน ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์  ก็มีอาชีพหลากหลายอยู่แล้ว แม้แต่การนับถือศาสนาหรือลัทธิความเชื่อ ก็มีหลากหลายเช่นกัน อนึ่ง หากรัฐบาล มีแนวนโยบายจะให้ประชาชนในตำบลมีรายได้สูงเป็นล้านต่อปี ขอเรียนว่า เป็นไปได้ยากหากขีดวงให้พวกเขาใช้กรรมวิธีผลิตสินค้าแบบดั้งเดิมทุกครัวเรือน  อย่างไรเสีย ทางเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์  ก็พยายามส่งเสริมให้มีแหล่งตลาดกลาง เพื่อหาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าได้ง่ายขึ้น เช่น จัดตลาดคนเดิน, จัดถนนสายวัฒนธรรม หรือปรับปรุงบริเวณตลาดสดเทศบาลให้สะดวก สบาย สะอาดยิ่งขึ้นครับ

ปลัดธัชพล  สิทธิสาร เล่าว่าภายหลัง ๒๐ ก.พ. ๒๕๖๐ เป็นต้นมา ซึ่งไม่มีนายกเทศมนตรี ตนเองปฏิบัติหน้าที่จึงมอบให้ นักพัฒนาท่องเที่ยวระดับชำนาญการและนักประชาสัมพันธ์ระดับชำนาญการ(ซี 7) ดูแล แต่หาเป็นงานใหญ่ จะให้พนักงานทั้งหมดดูแลครับ แล้วแต่กรณี(อธิบายยากครับ)ทั้งสอง สังกัด สำนักปลัด  แต่ถ้าดูแลรับผิดชอบทั้งระบบ ก็ต้องตอบว่า พนักงาน ทั้งหมดของเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า จะมีคำสั่งให้ปฏิบัติอะไรในการใดๆนั้นครับ

ดร.อำคา แสงงาม ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนกู่กาสิงห์  เปิดเผยว่า ในชุมชนบ้านกู่กาสิงห์ เราเป็นศูนย์กลางอารยธรรมขอมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งมีองค์ประกอบ โบราณสถาน ปราสาท กู่กาสิงห์ ,กู่โพนระฆัง ,กู่โพนวิจ ,และหลักฐานทางทิศเหนือชุมชน ถนนคูโบราณ  มีความกว้าง ๕๐ เมตรความยาว ๕ กิโลเมตร ทางทิศใต้ก็มีถนนคูน้ำยาวไปถึง หนองสระแกกลางทุ่งกุลา มีความกว้าง ๒๐ เมตร ความยาว ๑๐ กิโลเมตร คนโบราณสร้างมาคู่ชุมชนในอดีต  ในปัจจุบันชุมชนมีการผลิตปลุกจิตสำนึกเด็กนักเรียน สร้างมัคคุเทศก์น้อย ป.๔ ถึง ป.๖ เด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านกู่กาสิงห์ ร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีสรงกู่ จากอดีตชาวบ้านไม่ให้ความสำคัญมองไม่เห็นโบราณสถานสิ่งมีคุณค่าในชุมชน เพราะว่ามีการลักลอบขุดเอารูปปั้นสิงห์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางทิศตะวันออกด้านหน้าทางเข้าของโบราณสถานปราสาทกู่กาสิงห์ และก้อนหินโบราณ มีชาวบ้านบางคนก็นำรถยนต์เครื่องจักรการเกษตร รถไถนา รถเกี่ยวข้าว ไปล้างข้างริมสระน้ำโบราณสถาน เพราะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์  การแก้ปัญหาชุมชนเราให้การศึกษาการเรียนรู้ท้องถิ่น โดยริเริ่มจากเด็กนักเรียนมีทางเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ให้การสนับสนุน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ งบประมาณสนับสนุน เลื่อยมาปีล่ะ ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาถึงเมื่อปี  ๒๕๕๕ เป็นต้นมาได้รับการสนับสนุน ปีล่ะ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มีทางสถาบันวิจัยท้องถิ่น สกว.เข้ามาหนุนเสริม พัฒนาการชุมชนเชิงทางวิจัยแบบชาวบ้าน การสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชน เวลามีนักท่องเที่ยวมาชมโบราณสถานกู่กาสิงห์ จะมีมัคคุเทศก์แนะนำเที่ยวชม สื่อความหมายเรื่องราววัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น บอกเล่าประวัติโบราณสถานของชุมชน เพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพ การทำของดีของชุมชนออกมาขาย สร้างอัตลักษณ์ชุมชนให้เด่น ทางโรงเรียนบ้านกู่กาสิงห์นำเด็กนักเรียนไปสร้างชื่อเสียงระดับประเทศ สภาวัฒนธรรมตำบลกู่กาสิงห์ ร่วมผลักดันฟื้นฟู ขนบทำเนียมจารีตประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งชาวบ้าน ปลุกจิตสำนึกชาวบ้านให้รักษ์ชุมชน รักษ์โบราณสถาน  เช่น การระดมทุนโดยใช้พลังชุมชนชาวบ้าน เพื่อสร้างความภูมิใจ จัดตั้งกองทุนพัฒนาโดยชาวบ้านร่วมมือกันทำบุญสมทบสะสมช่วยกันจุดประกายชาวบ้าน

ต่อไปอยากจะให้ทางส่วนราชการ ทางหน่ายงาน เอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโบราณสถานชุมชน เปิดเวทีถอดบทเรียนชุมชน การพัฒนาการศึกษาท่องเที่ยวโดยชุมชน  เพราะว่าเรายังไม่เคยประชุมร่วมมือกันวิเคราะห์ในส่วนมุมมอง ด้านต่างๆของข้อดี ข้อด้อย ข้อเสีย การพัฒนาที่ผ่านมา คือ

๑.จะต้องร่วมปรับปรุงจัดทำแผนพัฒนาร่วมกัน สร้างภาวะผู้นำชุมชน 

๒.กำหนดแนวทางปฏิบัติโบราณสถานร่วมกัน 

๓.ฟื้นฟูอนุรักษ์สร้างความเชื่อความศรัทราทำพิธีพุทธาภิเษก โบราณสถาน ปราสาท กู่กาสิงห์ ,กู่โพนระฆัง ,กู่โพนวิจ เพราะว่าจะเป็นทางออกการเพิ่มพัฒนากระบวนการเรียนรู้ชาวบ้าน  หรือสร้างพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เพราะว่าเดิมที่กู่โพนระฆัง มีการขุดพบพระพุทธแพทย์ประจำเมืองตั้งแต่อดีตกาล  และร่วมกันก่อตั้งกองทุนพัฒนาประเพณีโบราณสถานชุมชนกู่กาสิงห์

เราต้องยอมรับบทบาท ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ประจำ ซึ่งมีข้อจำกัด ประกอบพฤติกรรมนิสัยส่วนตัวบุคคล หน่วยงานราชการท้องถิ่น เทศบาลตำบล กรมศิลปกร ยกตัวอย่างการดูแลรักษาที่เรามองเห็นๆ รอบโบราณสถานปัจจุบัน เราจะต้องมีการพูดคุยการทำงานแท้จริงเป็นอย่างไร มีเวทีชุมชนหาข้อยุติชุมชน มีผู้นำชุมชน  ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ทุกๆส่วนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมมือกันอนุรักษ์ การรักษาโบราณสถาน จะทำอย่างไร อะไรควรทำ ทำอะไรได้บ้าง มีอะไรบ้าง อย่างชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เช่น การจัดเก็บขยะ การดูแลรักษาห้องน้ำ หญ้าที่เกิดขึ้นรอบๆโบราณสถาน บริบทภูมิทัศน์รอบข้าง รัสมี ทั้งด้านในและด้านนอก

ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกู่กาสิงห์ คือ องค์กรเอกชน เพื่อชุมชนในท้องถิ่น ทำงานด้านสาธารณะประโยชน์ ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาชุมชนยกระดับแหล่งโบราณสถาน จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน สังคม วัฒนธรรม ทางเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ควรมีแผนแม่บทที่ชัดเจน เชื่อมร้อยร่วมมือกันนำไปสู่การปฏิบัติการ สร้างภาคีความร่วมมือภาครัฐ และองค์กรเอกชน

        มาถึงวันนี้การท่องเที่ยวชุมชนมิติใหม่กำลังจะก่อเกิดขึ้นสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมบ้านเรา การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน จัดการบริหารกันเองภายในชุมชนท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  แบบพึ่งพาอาศัยทำงานควบคู่หน่วยงานรัฐในท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. การท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมประสานส่วนกลาง ระดับจังหวัด อย่างไรทุกๆภาคส่วนคงจะต้องเข้ามามีบทบาทส่วนร่วมหนุนสนับสนุนส่งเสริมสร้างพลังชุมชนให้เข้าแข็งมั่นคงยั่งยืนต่อไป

ศูนย์ข่าวทุ่งกุลา  มานะ เหนือโท รายงาน

 

IMG 1554IMG 1590IMG 1617IMG 1654IMG 1760IMG 1763

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter