playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                                                     บทความโดย : สุวัฒน์ คงแป้น,จีรวรรณ วรรณทอง


S__4333585.jpg

          “บ้าน...คำนี้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น มีความสุขและปลอดภัยเสมอ บ้าน...คือ สิ่งที่ไม่มีชีวิต แต่มัน คือชีวิต คงจะไม่เกินเลยไปนะ หากจะกล่าวเช่นนี้ บ้านจะใหญ่ หรือ บ้านจะเล็ก ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับปริมาณของความสุขที่อยู่ข้างใน หรือจะพูดเปรียบเปรยในทำนองว่า ปริมาณของความสุขมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดของบ้าน หลายครั้งที่ชีวิตของคนเรา ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือแม้แต่เรื่องความรัก บ้าน คือสถานที่ ที่ได้กำลังใจแบบไร้สารเจือปน”

ความคิดดังกล่าวข้างต้นมันผุดขึ้นเมื่อได้เดินทางไปดูการสร้างบ้านของคนจนที่ชุมชนตะอาวุน เทศบาลตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ที่แสดงถึงความปรารถนาดี ไม่ว่าจะมาจากความคิดของคนที่เป็น พ่อ แม่ พี่ หรือ น้อง แม้ความเป็นจริงแล้ว ความคิดเหล่านั้นจะไม่ได้ทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายลงเลยก็ตาม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความคิดเหล่านั้น มันทำให้คนเรารู้สึกถึงความอบอุ่นและสร้างความสุขได้อย่างประหลาด

อาจจะเป็นเพราะบ้าน คือ สถานที่เดียวที่ไม่ต้องระแวดระวังว่าจะมีภัยใดๆ เคลือบแฝงมากับความคิดเหล่านั้นก็เป็นไปได้ แม้ว่าบ้านที่คนเราอาศัยอยู่อาจเป็นแค่เพียงหลังเล็กๆ บางบ้านอาจจะเป็นแค่กระท่อมน้อยๆ หลังคามุงจากด้วยซ้ำไป แต่บ้านก็ยังเป็นบ้านที่สามารถสร้างความสุขให้กับเราเหมือนลอยอยู่ในวิมานชั้นฟ้า บ้าน...จึงไม่ใช่สิ่งไร้ชีวิต เป็นแค่เพียงที่หลบแดด หลบฝน หรืออาศัยพักผ่อนนอนหลับไปวันๆ เท่านั้น แต่บ้าน คือ ที่เก็บความรัก ความปรารถนาดี ความอบอุ่น และอีกมากมาย แบบไม่มีประมาณ

S__4333584.jpg

“บ้าน” เป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของพวกเราทุกคน แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเองต้องอาศัยญาติหรือไม่ก็เช่าบ้านอยู่ ที่ชุมชนแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน “ชุมชนตะอาวุน” เป็นหนึ่งในชุมชนที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าในเขตเทศบาลตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา รวมถึงครอบครัวขยายที่อาศัยอยู่ในตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และกลุ่มครัวเรือนผู้บุกรุกที่ดินรถไฟในหมู่ที่ 4 บ้านบือเตาะ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย และเป็นครูสอนศาสนาโรงเรียนเอกชน

นายฮาซันสุกรี มาหมัด ประธานสหกรณ์เคหสถานบ้าน มั่นคงชุมชนตะอาวุน จำกัด เล่าให้ฟังว่าสมาชิกชุมชนได้รวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง เพื่อที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงจำนวน 66 ครัวเรือน

เป็นเวลากว่า 7 ปี ที่ชาวชุมชนตะอาวุนได้รวมตัวกัน เริ่มจากการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เมื่อปี พ.ศ.2553 เก็บสะสมเงินจนปัจจุบันมีเงินออมรวมกว่า 2 ล้านบาท และพัฒนาจดทะเบียนเป็น “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนตะอาวุน จำกัด” ได้รับงบประมาณสนับสนุนภายใต้โครงการบ้านมั่นคง จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. รวมจำนวนกว่า 21 ล้านบาท แบ่งเป็นงบบริหารจัดการปรับปรุงชุมชนจำนวน 165,000 บาท งบพัฒนาสาธารณูปโภคจำนวน 3.3 ล้านบาท งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยจำนวน 1.65 ล้านบาท และงบประมาณสินเชื่อซื้อที่ดินและสร้างที่อยู่อาศัยใหม่จำนวน 16.40 ล้านบาท

          วันนี้สมาชิกชุมชนได้ร่วมด้วยช่วยกันสร้างชุมชนตะอาวุน บนพื้นที่แห่งใหม่ขนาด 8 ไร่ 1 งาน  มีสมาชิกเข้าอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่แล้วจำนวน 21 หลัง และอยู่ระหว่างการตกแต่งภายในอีก 45 หลัง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว 20 หลัง บ้านแฝดชั้นเดียว 8 หลัง และบ้านเดี่ยวสองชั้น 38 หลัง มีคณะกรรมการจำนวน 9 คน ร่วมกันบริหารจัดการสหกรณ์ฯ ดูแลสมาชิกครัวเรือนผ่านหัวหน้ากลุ่มย่อย 7 กลุ่ม มีสมาชิก 7 - 10 ครัวเรือนต่อกลุ่ม เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของสมาชิกในกลุ่มและเป็นคนกลางในการดำเนินงานตามกิจการระหว่างสมาชิกกับสหกรณ์

นายฮาซันสุกรี มาหมัด ยังเล่าต่ออีกว่า สหกรณ์ฯ เปิดทำการทุกวันที่ 7 ของเดือน มีระบบการบริหารจัดการทั้งงานก่อสร้างบ้าน การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ที่ให้ความสำคัญกับผู้เดือดร้อนหรือสมาชิกมีส่วนร่วมในการทำงานและมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาลตำบลสะเตงนอก ที่มาให้การสนับสนุนระบบคูระบายน้ำ และมีแผนการทำถนนคอนกรีตในอนาคต รวมทั้งยังมีการประสานความร่วมมือกับพี่น้องมุสลิมในประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างมัสยิดประจำชุมชน วงเงินกว่า 2 ล้านบาท ผ่านมูลนิธินิบงเพื่อการกุศล

นายบะห์รุดดีน บินยูโซ๊ะ ที่ปรึกษาและครูสอนศาสนาในชุมชน เล่าให้ฟังว่า เรามีมัสยิดในชุมชนเพื่อสร้างคุณธรรมในใจให้สมาชิกละมาดตามเวลาที่ศาสนาได้บัญญัติไว้ เพราะการละมาดจะส่งผลให้คนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นวิถีของมุสลิมที่ใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้สังคมอยู่ดีมีสุขโดยใช้ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้ปัจจุบันชุมชนมีสถานที่ประกอบศาสนกิจ ที่สะดวกและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนมีความมุ่งมั่นที่จะยึดแนวทางตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลามมาเป็นเครื่องชี้นำในการดำเนินชีวิต

ประกอบกับสมาชิกในชุมชนหลายคนมีอาชีพเป็นครูสอนโรงเรียนศาสนา ทำให้มีบุคลากรปลูกฝัง ถ่ายทอด คำสอนและแนวปฏิบัติตามศาสนา ต่อบุตรหลาน และคนในชุมชน โดยมีความเชื่อมั่นว่า “ตราบใดที่คนในชุมชนให้ความสำคัญกับการปฏิบัติศาสนกิจ ชีวิตก็จะได้รับการอวยพรให้เจริญรุ่งเรือง”

          นายฮาซันสุกรี มาหมัด ยังเสริมเพิ่มเติมก่อนทิ้งท้ายว่าในอนาคตชุมชนได้มีการวางแผนรองรับการพัฒนาโครงการและพัฒนาชุมชน โดยปี 2560 สมาชิกทั้ง 66 ครัวเรือนจะสามารถย้ายเข้าอยู่อาศัยภายในโครงการครบ 100 % ซึ่งนอกจากจะช่วยกันสร้างชุมชนให้น่าอยู่ มีบ้านที่มั่นคง แข็งแรงแล้ว ยังมีแผนในการพัฒนาอาชีพและรายได้ โดยใช้สหกรณ์ฯ เป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจของชุมชน การรวมซื้อ รวมขาย สินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อเป็นการลดรายจ่ายของสมาชิก และนำเงินปันผลมาจัดสวัสดิการ รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดกับงานพัฒนาอื่นๆ ได้แก่ การประสานเชื่อมโยงกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสะเตงนอก สวัสดิการรักษาดินและบ้าน รวมทั้งการมุ่งมั่นการพัฒนาสู่เมืองคุณภาพต่อไป

          นางอามีเน๊าะ บุตรแอ กองเลขาคณะทำงานเครือข่ายเมืองสะเตงนอก เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า การสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เราได้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนให้มีที่ดินและบ้านเป็นของตนเอง ที่เกิดจากการมีส่วนร่วม ร่วมไม้ ร่วมมือ กันทำให้ชุมชน สังคม เกิดการกินดีอยู่ดี และผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาจัดการปัญหาของตนเองได้ ทำให้เกิดความสามัคคี ปรองดอง เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และเสียสละ ทำให้ชุมชนและสังคมมีความน่าอยู่ยิ่งขึ้น

          อนึ่ง ในปัจจุบันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคใต้ ได้มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงในจังหวัดยะลาไปแล้วจำนวน 3 เมือง 5 ชุมชน ผู้ได้รับประโยชน์ 348 ครัวเรือน งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนเรื่องที่อยู่อาศัยจาก พอช. จำนวนกว่า 60 ล้านบาท

S__4333586.jpg

S__4333582.jpg

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter