playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                                                                                                      งานสื่อสารองค์กร พอช.รายงาน

Bangbua_Community_1_resize.JPG

กรณีชาวชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1 เขตหลักสี่  ซึ่งได้ก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองบางบัว (คลองลาดพร้าว) ไปแล้วตั้งแต่ปี  2549  และแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2559   รวม  106  หลังคาเรือน  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค  และสินเชื่อจากทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  แต่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตในคลองลาดพร้าวที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้   โดยมีบ้านเรือนที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนฯ จำนวน 22 หลัง  และอาคารที่ทำการสหกรณ์เคหสถาน 1 หลัง  โดยทางสำนักการระบายน้ำ กทม.ที่รับผิดชอบการสร้างเขื่อนฯ แจ้งว่าทางบริษัทรับเหมาก่อสร้างจะเริ่มตอกเสาเข็มเพื่อสร้างเขื่อนฯ ริมคลองบริเวณชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1 ภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ล่าสุดวันนี้ (7 เมษายน)  เวลา 10.00-12.00 น. ที่ชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดประชุมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแนวก่อสร้างเขื่อน ฯ จำนวน 22 หลัง  มีนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ ผู้อำนวยการ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  เจ้าหน้าที่ พอช.  ตัวแทนสำนักงานเขต  ตัวแทน คสช.ในพื้นที่เข้าร่วมประชุมประมาณ  40 คน

 

Bangbua_Community_2_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผอ.พอช.กล่าวว่า  ขณะนี้บริษัทรับเหมาก่อสร้างกำลังตอกเสาเข็มสร้างเขื่อนบริเวณริมคลองชุมชนสะพานไม้ 2 ซึ่งได้รื้อย้ายบ้านเรือนและอยู่ในระหว่างการก่อสร้างบ้านใหม่ในขณะนี้  โดยบริษัทมีแผนงานที่จะตอกเสาเข็มจากชุมชนสะพานไม้ 2  มายังชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้  1 ที่อยู่ติดกันภายในเดือนพฤษภาคมนี้   แต่ยังติดขัดบ้านเรือนในชุมชนบางบัวฯ ที่อยู่ในแนวเขื่อนฯ  และยังไม่ได้รื้อย้าย  รวมทั้งหมด 23 หลัง  ดังนั้นวันนี้ พอช.จึงได้จัดประชุมเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ  ทั้งในเรื่องของค่าชดเชยในการรื้อย้ายบ้าน  และการจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่รองรับชาวบ้าน

“ในช่วงที่ผ่านมา  พอช.ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อประเมินค่าชดเชยให้แก่ชาวบ้าน  และได้เสนอแนวทางการหาที่อยู่อาศัยใหม่  เช่น  1.ที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ  ที่มีห้องรองรับอยู่แล้วที่การเคหะออเงิน  เขตสายไหม  2.ที่ดินบริเวณบึงนายพล  มีนบุรี  3.ชาวบ้านรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่  และ 4.หาชุมชนริมคลองที่มีพื้นที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อน  เช่น  ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ  เขตสายไหม  เพื่อสร้างบ้านใหม่”  นายสมชาติกล่าว

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่วิศวกรและสถาปนิกจาก พอช.ยังได้ชี้แจงชาวบ้านถึงขั้นตอนในการประเมินราคาค่าชดเชยบ้านเรือนที่จะต้องรื้อย้ายออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ  โดยระบุว่า  เจ้าหน้าที่ พอช.ซึ่งประกอบด้วย  วิศวกร  สถาปนิก  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน  และทีมช่างเครือข่าย  ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจบ้าน  มีการวัดขนาดของตัวบ้าน   ประเมินลักษณะบ้าน  ถ่ายรูปบ้านเพื่อประกอบการพิจารณา  ฯลฯ 

 

Bangbua_Community_3_resize.JPG

Bangbua_Community_4_resize.JPG

ส่วนการประเมินราคาบ้านจะประเมินจากราคาค่าก่อสร้างบ้านในปี พ.ศ.2559  ของมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย พ.ศ.2559   และกองจัดกรรมสิทธิ์  สำนักการโยธา  กรุงเทพฯ   โดยจะแบ่งการประเมินสภาพบ้านออกเป็นระดับ  ต่ำ  ปานกลาง  และสูง   และคิดราคาเป็นบาท/ตารางเมตร   เช่น  บ้านแฝดคอนกรีตเสริมเหล็ก 2-3 ชั้น    สภาพบ้านต่ำสุด  8,400  บาท/ตรม.   สภาพบ้านปานกลาง  9,800 บาท/ตารางเมตร   และสภาพบ้านสูง  11,000 บาท/ตารางเมตร  ฯลฯ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ พอช.จึงได้ประกาศราคาประเมินค่าชดเชยบ้านแต่ละหลัง  ซึ่งมีตั้งแต่ราคา  47,520  บาท (บ้านไม้ชั้นเดียว)  จนถึงสูงสุดราคา  326,208  บาท (บ้านแถว 3 ชั้น)  และหากบ้านหลังใดมีการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฯ ก็จะได้ค่าชดเชยต่างหากตามจำนวนค่าติดตั้ง  หรือประมาณ  220,000 บาท  ทั้งนี้งบประมาณที่จะนำมาจ่ายค่าชดเชยให้แก่ชาวบ้าน   พอช.จะให้งบประมาณจากโครงการบ้านมั่นคงมาดำเนินการ
Bangbua_Community_5_resize.JPG

Bangbua_Community_6_resize.JPG

อย่างไรก็ตาม  ชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ยังไม่พอใจกับราคาค่าประเมินที่จะได้รับ  และได้เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาประเมินราคาใหม่  ดังนั้นในที่ประชุมจึงเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประเมินราคาใหม่  โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมประเมิน   โดยทาง ผอ.พอช.เสนอว่าจะเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำ กทม.เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการกลางด้วย  และจะมีการประชุมร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบครั้งต่อไปในเร็วๆ นี้

นายสมชาติกล่าวในตอนท้ายว่า  นอกจากการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่มาประเมินราคาค่าชดเชยบ้านแล้ว  ชาวบ้านจะต้องตกลงร่วมกันว่าจะจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่อย่างไร  จะย้ายไปอยู่ที่บึงนายพล  การเคหะ  หรือหาซื้อที่ดินแปลงใหม่  ซึ่ง พอช.พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกแนวทาง  เช่นเดียวกับชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง  โดยหากชาวบ้านรวมกลุ่มกันและเข้าร่วมโครงการก็จะได้รับการสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 50,000 บาท   อุดหนุนที่อยู่อาศัย 25,000 บาท  งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ  72,000  บาท   รวมงบอุดหนุนครัวเรือนละ  147,000  บาท  และสินเชื่อที่อยู่อาศัยครัวเรือนละไม่เกิน   360,000  บาท  ซึ่งหากชาวบ้านนำวัสดุเก่า  เช่น  ประตู  หน้าต่าง  ฯลฯ  มาสร้างบ้านใหม่ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้

“ส่วนในกรณีที่ชาวบ้านเคยกู้สินเชื่อก่อสร้างบ้านกับ พอช.มาก่อนแล้ว  หากยังมีหนี้สินค้างชำระ  เมื่อได้รับเงินชดเชยค่ารื้อย้ายผ่านทางสหกรณ์ฯ แล้ว  สหกรณ์ก็จะหักเงินที่ยังค้างชำระเอาไว้  แต่คงจะมีไม่มากนัก  เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ผ่อนชำระมานานหลายปีจนเกือบจะหมดหนี้สินแล้ว”  รักษาการ ผอ.พอช.กล่าว 

Bangbua_Community_7_resize.JPG                                 แนวก่อสร้างเขื่อนจากชุมชนสะพานไม้ 2  ไปยังชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter