playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

altกรุงเทพฯ/ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔  ณ ห้องประชุม ๓๐๑-๓๐๒ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)  ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนจากทุกภาค ผู้บริหาร พอช. และเจ้าหน้าที่ ประมาณ ๕๐ คน ประชุมประเมินสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม การทำงานขบวนองค์กรชุมชนเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติที่ผ่านมา และหารือแนวทางการสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติโดยขบวนชุมชนท้องถิ่น

 

นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึงวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยพอช.ได้เตรียมการรับมือทั้งในปัญหาเฉพาะหน้า ระยะกลาง และระยะยาว เป็นการทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชน เรื่องเฉพาะหน้าเช่นจัดตั้งศูนย์ผู้ประสบภัย เปิดรับบริจาค สำรวจความต้องการ จัดหาและนำส่ง จัดทำเสื้อชูชีพ ฯลฯ การร่วมมือกับหน่วยงานเช่นไทยพีบีเอส โดยประสานข้อมูลความต้องการของผู้ประสบภัย   การเปิดให้สถาบันเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว สามารถรองรับได้ ๒๐๐ คน สำหรับคนกรุงเทพฯ ปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับแผนระยะยาวนั้น ต้องทำแผน “การจัดการน้ำโดยชุมชน” และการฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยพิบัติ

ในส่วนของทีมเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยงานแก้ปัญหาภัยพิบัติ ปัจจุบันมีทีมปฏิบัติการชุมชน และทีมสนับสนุนภายในคือทีมประสานสนับสนุนความต้องการผู้เดือดร้อนและ ทีมข้อมูล/การสื่อสาร ผอ.พอช.กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ๆพอช.สนับสนุนการทำงานในพื้นที่ ๕,๐๐๐ ตำบล มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ๒๐๐ ตำบล เราให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของชุมชน ซึ่งดูความต้องการเป็น ๒ ระยะคือระยะเร่งด่วนเพื่อการยังชีพ ระยะที่ ๒ หลังน้ำลด จะสำรวจความต้องการ จัดทีมงานเป็น ๔ ทีม ๑) ข้อมูล จัดระบบข้อมูล ความต้องการ เรียงลำดับความสำคัญ ๒) การจัดหาของช่วยผู้ประสบภัย ๓) จัดส่งของถึงผู้ประสบภัย ๔) สรุปรายงาน อัพเดทสถานการณ์ และเรื่องงบประมาณ ในทิศจัดการภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชน

สถานการณ์และการจัดการภัยพิบัติของขบวนองค์กรชุมชน

นายสุเมธ นพคุณ ผู้นำชุมชนในคณะประสานงานองค์กรชุมชน จ.ลพบุรี เล่าว่าน้ำท่วมปีนี้น้ำมากกว่าปี ๓๘ มี พื้นที่เสียหายมากกว่า ๒ เท่า ปริมาณน้ำยังไม่ลดลงและยังมีน้ำเพิ่มเข้ามาอีก  รถจีเอ็มซีทหารเริ่มจะวิ่งเข้าพื้นที่ไม่ได้ หลายพื้นที่ชาวบ้านมาอาศัยบนถนน    ตามวัด   สภาองค์กรชุมชนตำบลป่าตาลร่วมกับอบต. บ้านกุดตาดได้จัดทำศูนย์ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตั้งแต่วันที่  ๑๘ กันยายน ที่วิทยาลัยอาชีวะป่าหวาย ทำข้าวหม้อแกงหม้อ เมื่อมีผู้เดือดร้อนต้องการอาหารมากขึ้น จึงย้ายมาที่มาตั้งศูนย์และทำครัวที่ ม.รามคำแหง มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลป่าตาล และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนใน อ.ลำสนธิ อสม. และ ท้องถิ่น สนับสนุนการทำครัว ต้องทำอาหารวันละประมาณ ๒,๐๐๐ กล่อง ทำต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ที่ศูนย์เราอยู่ได้เพราะเรามีการประสานเครือข่ายและชุมชนที่ไม่ได้รับความ เสียหาย ให้ชุมชนที่ไม่เดือดร้อนได้ช่วยทั้งข้าวสาร อาหารสด ผัก เพื่อนในเครือข่ายบางคนขับรถมาไกลกว่า ๑๖๕ กิโลเมตร เพื่อมาช่วยงานที่ศูนย์ ประสานผู้เดือดร้อน รับบริจาค ช่วยจัดส่งข้าวกล่องไปส่งตามจุดใหญ่ๆ   ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเยอะมาก นอกจากนี้เราได้รับการบริจาค จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในเวลานี้คืออาหารสด คาดว่าประมาณสามเดือนน้ำจึงจะลดเป็นปกติ

altพระอาจารย์อมรนิมิตร วัดถ้าพระธาตุเมืองเทศ (ซึ่งเป็นจุดรองรับผู้ประสบภัยพิบัติด้วย)   กล่าว ว่าน้ำท่วมครั้งนี้  ไม่มีระบบการเตือนภัย จึงไม่มีจัดการเรื่องสถานที่รองรับผู้ประสบภัย และสังเกตว่าอาสาสมัครของชุมชนในพื้นที่ออกมาช่วยเหลือกันน้อยมาก สถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดนี้ยังไม่กระตุ้นให้คนออกมาจัดการตนเอง อีกทั้งการจัดประชุมสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนระดับชาติที่ผ่านมา เรื่องการจัดการภัยพิบัติไม่ได้อยู่ในวาระของการประชุมระดับชาติ ต่อการแก้ปัญหาในเรื่องนี้พระอาจารย์อมรนิมิตรมีความเห็นว่าควรมีศูนย์ ประสานงานเพื่อการจัดการระดับจังหวัดและตำบล ซึ่งสภาองค์กรชุมชนควรทำหน้าที่ประสานจัดการในเรื่องนี้  ให้มีการสื่อสารและประสานกันภายในขบวนชุมชนรวมทั้งระบบการประสานงานกับ หน่วยงานอย่างมีข้อมูล สำหรับข้อเสนอต่อพอช.ต่อการจัดการแผนงานและงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติ นั้น ควรมีระบบการจัดการงบประมาณที่จัดการได้รวดเร็วสอดคล้องกับความเดือด ร้อน  เพราะไม่ได้เป็นงานในภาวะปกติ อีกทั้งการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่นที่ผ่านมาไม่ปรากฎในสื่อ ในหน้าสื่อการทำงานของภาคประชาชนขาดหายไป

 

นายไพโรจน์  สุวรรณหงษ์  ผู้ประสานงาน สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุสอช. ได้ลงเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นในพื้นที่กว่า 30 พื้นที่ โดย ได้จัดทีมงานเป็น ๓ ทีมคือทีมข้อมูล  ทีมปฏิบัติการที่พร้อมลงพื้นที่จำนวน ๕๐๐ คน และทีมช่างจำนวน ๓๑ ทีม  การลงพื้นที่ในรอบแรก ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องเยอะมากทั้งเมืองและชนบท จึงได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ข้าว ๑ มื้อเงิน ๓๐ บาท)  โดยขอรับการสมทบจากสมาชิกบ้านมั่นคงซึ่งมีอยู่กว่า ๙๐,๐๐๐ ครัวเรือนทั่วประเทศ ครัวเรือน ละ ๓๐ บาท  เพื่อช่วยพี่น้องทั้งเมือง ชนบท นอกจากนี้สอช. ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยได้สนับสนุนศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ อ.ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี  ศูนย์ประสบภัยที่ จ.นครสวรรค์ และจ.อุตรดิตถ์ และยังได้จัดชุดช่างอาสาลงไปช่วยซ่อมสร้างบ้านที่ จ.สระบุรี นครปฐม

 

altนายณัชพล เกิดเกษม ผู้นำสภาองค์รกรชุมชน กรุงเทพฯ  ระบุว่าการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ ได้ใช้กลไกของสภา องค์กรชุมชนเป็นตัวขับคลื่อน เพื่อทำงานในเชิงรุกแม้ว่ากรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมโรงเรียนเป็นศูนย์พัก พิงแล้วก็ตาม ขณะนี้ได้มีการวางผู้ประสานของชุมชนทั้ง ๕๐ เขต โดยมีการประสานงานกันทั้งระดับเขต  ระดับแขวงและชุมชน มีการทำผังชุมชน โดยให้แต่ละชุมชนทำข้อมูลคนชรา เด็ก ผู้พิการ เพื่อเตรียมอพยพในกรณีฉุกเฉิน ปัจจุบันมีการประสานกับกรุงเทพมหานคร เตรียมศูนย์อพยพ ทำแผนรองรับ จัดหาคนอาสาจากชุมชน  ประสานขอเรือ รวบรวมแกนนำ มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ของชุมชน  โดยจะขยับใน ๔ เขตซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดคือเขต มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา ก่อน

นายเจษฎา มิ่งสมร   ผู้นำชุมชน จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่าพื้นที่ภาค ตะวันออก  ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี บางพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเครือข่ายได้มีการเตรียมระดมทุนจากฐานกองทุนสวัสดิการที่มีสมาชิกสี่ หมื่นกว่าคน  ช่วยบริจาคคนละบาท และนำมาจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อจัดทำถุงยังชีพ ยารักษาน้ำกัดเท้า ทำก้อนจุลินทรีย์เพื่อไว้บำบัดน้ำในพื้นที่น้ำเน่าเสียท่วมขัง ในเบื้องต้นมีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ ต.โยธะกา ต.บางน้ำเปรี้ยว และต.บางคล้า และมีศูนย์ประสานงานที่ ตำบลบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดูแลผู้ประสบภัยใน  ๒๐ ตำบล

นายวิชาญ พิมพ์วงษ์ ผู้นำชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่าในพื้นที่ภาคอีสานความเสียหายกำลังหนักแต่เป็นข่าวน้อยมาก ปีนี้ประชาชนจะลำบากมากกว่าปีที่แล้ว   จากขบวนการจัดการน้ำที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เราต้องมีส่วนร่วมกับราชการ ชลประทาน เข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการเปิดปิดฝาย เปิดเวทีคุยกันทุกเขื่อน เปิดศูนย์รับบริจาค ทำกองทุนอาหารสัตว์เลี้ยง เตรียมศูนย์อพยพ ๔-๕ ศูนย์ เพื่อทำให้ความสูญเสียน้อยลง

 

นางณัฎนิชา อรรคะฮาดจันทร์ ผู้นำสอช.ภาคอีสานกล่าวเพิ่ม เติมว่า มีชุมชนที่เดือดร้อน ๒๐ ชุมชนในเขตเทศเมืองวารินทร์ชำราบและเทศบาลนครอุบลราชธานี บ้านอยู่ในน้ำกว่า ๖๐๐ ครัวเรือน    โดยในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ จะมีการประชุมเครือข่ายชุมชนเมืองในภาคอีสานทั้งหมดที่ขอนแก่น เพื่อทำแผนเฝ้าระวังเมือง ทั้งนี้เครือข่ายชุมชนเมืองจะประสานการทำงานร่วม กับขบวนชุมชนที่ท่ำงานแก้ปัญหาที่ดินใน ๑๘ พื้นที่และชุมชนที่ทำงานแก้ปัญหาภัยพิบัติใน ๑๑ พื้นที่

 

altนายเอกณัฎ  บุญยัง ผู้ นำชุมชนจ.กระบี่ กล่าวว่าในพื้นที่ภาคใต้ ขบวนชุมชนที่มีประสบการณ์ในการจัดการภัยพิบัติทั้งสึนามิ อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม มีการประชุมสรุปบทเรียนและวางแผนรับมือภัยพิบัติทั้งในระดับตำบล จังหวัด  โดยจะมีการสัมนาระดับภาคในวันที่ ๒๔-๒๕ ตุลาคม นี้ที่ จ.พัทลุง   และระบุว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาชุมชนที่รอดจากภัยพิบัติส่วนหนึ่งเป็น เพราะการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเฒ่าคนแก่ เพื่อแก้ปัญหา และการทำแผนรอง รับถ้ามีข้อมูลที่ชัดเจนแผนแก้ปัญหาจะชัดเจน ชุมชนต้องจัดการในเรื่องข้อมูล และรวมตัวกันขององค์กรชุมชน

 

 

นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา  เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย (ACHR) ระบุว่า เครือข่ายชุมชนที่มีข้อมูลก็สามารถขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาได้ทันที  สาระของเครือข่ายชุมชนที่จัดการและแก้ปัญหาภัยพิบัติ ถ้าทำอย่างเป็นกระบวนการจะเกิดการจัดการที่มีน้ำหนัก จึงมีข้อเสนอต่อการ จัดการภัยพิบัติน้ำท่วมของขบวนชุมชนว่า ๑.ต้องคิดการสนับสนุนช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมพื้นที่ๆเข้าถึงยาก ๒.ขบวนชุมชนต้องเชื่อมโยงการสนับสนุนเป็นสะพานเชื่อมโยงขบวนอื่นๆที่อยู่นอก เครือข่ายของตนเอง รวมทั้งการเชื่อมโยงแผนงานและงบประมาณที่ตั้งลูกจากชุมชน ๓ ชุมชนต้องทำงานแก้ปัญหาภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องมีการวางแผน เตรียมตัว จัดการด้วยตัวเอง ๔.ให้ปีนี้เป็นปีแห่งการสรุปบทเรียน ไปสู่การจัดการที่ดีขึ้น

 

ทั้งนี้หากชุมชนท้องถิ่นจัดการได้อย่างสัมพันธ์กับนโยบายของรัฐ  บทบาทของหน่วยงานกลางควรยุ่งในเชิงประสาน โดยที่แต่ละเมือง แต่ละท้องถิ่นต้องดูแลจัดการวางแผน ส่วนการกำหนดทางน้ำ ให้เป็นเรื่องนโยบายชาติ ในพื้นที่การจัดการเราขอมีส่วนกำหนด มีส่วนจัดการ เพราะปัจจุบันขึ้นอยู่กับนักการเมืองเป็นผู้กำหนดและเราเป็นผู้รับผล ต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์ใหม่ อย่าให้ “น้ำไหลไปตามโครงสร้างอำนาจ” ซึ่งระบบของเราต้องชัด มีการจัดการได้

 

และชุมชนต้องมองมิติการฟื้นฟูชุมชน  หลังจากน้ำลดเราจะสร้างระบบขึ้นมาใหม่อย่างไร ทั้งระบบการผลิต ระบบการ เกษตร  ระบบรายได้ และหนี้สิน ฯลฯ  และการช่วยเหลือในเชิงปัจเจกนั้นไม่มีพลัง ต้องเป็นการช่วยเหลือทั้งชุมชน นำไปสู่การฟื้นพลัง สร้างพื้นที่ สร้างการผลิต สร้างชุมชน เอาคนรับประโยชน์หรือคนที่ได้รับผลกระทบขึ้นมาทำงานด้วย และต้องสร้างพื้นที่จากผู้รับให้เป็นผู้ทำให้ได้ ยกสถานะให้ชาวบ้านเป็นการฟิ้นฟูที่ยกระดับ อาจใช้การสร้างกระบวนกลุ่มหรือการเชื่อมโยงขบวนที่จะมาร่วมกันฟื้นฟู การสร้างให้เข้มแข็งโดยทำงานผ่านเรื่องร้อนโยงคนทั้งตำบลและจังหวัดให้ได้

 

นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวสรุปว่าในเรื่องการจัดการภัยพิบัตินั้น ขบวนองค์กรชุมชน มีต้นทุนที่สั่งสมจากการทำงานมานับสิบปี วันนี้เรามีต้นทุนอยู่ ซึ่งเราได้ใช้อย่างคุ้มค่า แต่ในวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือสถานการณ์ใหม่ จากการหารือถึงแนวทางสำคัญในการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมสรุปได้ ดังนี้ ๑) ต่อยอดพัฒนาจากฐานทุนเดิมที่มีอยู่ ระดมสรรพกำลังให้หมด ทั้งการจัดการและการบริหาร ใช้ขบวนองค์กรชุมชนที่มีอยู่เป็นพื้นฐาน เป็นจุดเริ่มในการเคลื่อน ๒) การวางแผน ต้องมีระบบข้อมูลที่ดีทั้งเรื่องสภาพปัญหา ความต้องการ และจุดประสานงาน ๓) ใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนความสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐ จากการเป็นผู้รับมาเป็นการทำงานคู่กัน ๔) ในเรื่องการฟื้นฟูภายหลังจากผ่านวิกฤต เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการออกแบบที่ดี จะแก้ปัญหาต้องทำด้วยวิธีการอะไร มีกลไก มีขบวนแบบไหน และมีระบบอะไรที่ร่วมกันสร้าง ๕) มุ่งให้เกิดการสร้างขบวนทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับชาติ และ ๖) ในการสนับสนุนงบประมาณ จะผ่านกลไกระดับจังหวัด โดยเน้นการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ไม่กระจุกการจัดการอยู่ที่ใครไม่กี่คน

 

อุดมศรี ศิริลักษณาพร/รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน   เรื่อง

กานต์ สุวรรณมณี   ภาพ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter