playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 3538

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับคณะทำงานเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีสร้างพลเมืองจังหวัดร้อยเอ็ดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อการสร้างพลเมือง สร้างจิตสำนึกบทบาทพลเมืองกับการพัฒนาชุมชน ในโครงการสร้างการมีส่วนร่วมของพลเมืองคนสาเกตนคร สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างยั่งยืน

โดยการรวบรวมกลุ่มพี่น้อง เครือข่าย องค์กร เจ้าหน้าที่ พนักงานภาครัฐ เปิดเวทีกลางระดมแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหาสังคม และค้นหาเสนอช่องทางแนวทางวิธีการแก้ไข วิธีการปฏิบัติภาพรวมร่วมกัน การพัฒนาการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย พัฒนาความรู้สิทธิชุมชน การศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น พัฒนาระบบการจัดการ ดิน น้ำ ป่า การพัฒนาแกนนำชุมชน สร้างเครือข่ายองค์กรความร่วมมือภาครัฐ เอกชน องค์กรชุมชนท้องถิ่น  เพื่อการขับเคลื่อนการจัดการตนเอง สู่สภาสาเกตนคร ภาคพลเมือง ประชาชน จังหวัดร้อยเอ็ด ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นางธนภร วงศ์ตัว สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในนามประธานคณะทำงานเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด และตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด สภาอุตสาหกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด สภาหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ชมรมสหกรณ์เครดิตยูเนียนจังหวัดร้อยเอ็ด องค์กรพัฒนาเอกชน คปจ.ร้อยเอ็ด องค์กรศาสนา สภาวัฒนธรรม ผู้แทนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการศึกษา สภาเด็กเยาวชน และแกนนำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด  ร่วมกันเปิดการฝึกอบรม สร้างการมีส่วนร่วมของพลเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด  เพื่อสร้างความรู้เรื่องการเมืองภาคพลเมืองสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองให้ชัดเจนมากขึ้น ร่วมกำหนดรูปแบบการมีส่วนร่วม แนวทางการขับเคลื่อนพลเมืองสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง สร้างเครือข่ายภาคีความร่วมมือภาครัฐ เอกชน องค์กรชุมชนให้ร่วมมือกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นางธนภร วงศ์ตัว เปิดเผยว่า การจัดโครงการมีส่วนร่วมของพลเมืองคนสาเกตนครสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  ๓๐ ปี ที่ประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ได้รวมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้วิถีชีวิตวัฒนธรรมที่หลากหลาย  โดยมีจุดเริ่มต้นจากการรวมกันเป็นกลุ่ม องค์กรชุมชนเล็กๆ เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้าน เป็นต้น  ซึ่งการรวมกลุ่มลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อ “การพึ่งตนเองของชุมชน”ในขอบเขตระดับชุมชนและหมู่บ้านจากนั้นได้มีการสั่งสมประสบการณ์ องค์ความรู้ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกัน จนมีการถักทอเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายองค์กรชุมชนระดับตำบล ภูมินิเวศน์ จังหวัด และระดับประเทศ รวมทั้งการยกระดับงานพัฒนา จากการทำกิจกรรมเพื่อพึ่งตนเองไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของแต่ละประเด็น  ภายใต้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งจัดตั้งขึ้นอาศัยตาม พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นกลไกในการเชื่อมโยงองค์ชุมชนและภาคีพัฒนาต่างๆ ในท้องถิ่นทั้งภาครัฐ เอกชน สภาบันการศึกษา มาทำงานแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นร่วมกัน ซึ่งเป็นรูปแบบของประชาธิปไตยฐานราก ที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย ด้วยความปรองดองสมานฉันท์ จึงได้ประสานร่วมมือกับกองทุนพัฒนาการเมือง สำนักงานพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จัดทำโครงการสร้างสภาพลเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นเวทีกลางในการขับเคลื่อนงานร่วมกันต่อไป

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด คณะทำงานเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญกับการดำเนินงานสู่เป้าหมายองค์กรชุมชน ได้ร่วมกันกำหนดให้เกิดพื้นที่กลางทั้งในระดับตำบล อำเภอและจังหวัด มีทุกภาคส่วนมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยน วางแผน และทำงานร่วมกัน

ดร.อุปกรณ์  ดีเสมอ  เปิดเผยว่า มีแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาควบคู่กับส่วนราชการ ทุกวันนี้ อบต. เทศบาล ,อบจ, เพื่อให้ประชาชน ชาวบ้านนำเสนอการพัฒนา ดังนั้นจึงมีองค์กรประชาชน และในปัจจุบันเราใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ  ฉบับที่ ๑๑  และต่อไปจะเข้าสู่ฉบับที่ ๑๒ ปรากฏการณ์การพัฒนาประเทศที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการกำหนดแผนพัฒนาฯ ตามนโยบายจากส่วนกลางสู่ล่าง มีศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง มี ๒๐ กระทรวง รัฐพยายามที่จะกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ถ่ายโอนงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น แต่แล้วงบบริหาร งบพัฒนาก็ยังน้อย การพัฒนาการเกษตรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม หรือเมืองอุตสาหกรรม รัฐบาลพัฒนามาทั้งทางตรงและทางอ้อม

ประเด็นในการระดมความคิดเห็น

๑.ด้านการเมืองการปกครอง  สะท้อนการเมืองมีการเลือกตั้ง  ควรมีองค์กรอิสระในการตรวจสอบภายในตำบล วาระการเมืองเสนอต้องการวาระ ๕ ปี อยากเห็นนักการเมืองมีคุณธรรม ตระหนักต่อสาธารณประโยชน์ การคัดเลือกกำนันจะต้องมาจากประชาชนโดยตรง

๒.ด้านเศรษฐกิจ หนี้สินของประชาชน ควรมีรูปแบบโครงสร้างแนวคิดวิธีการของประชาชน การวางแผนดำเนินชีวิตครอบครัว  ภายในชุมชน  จัดตั้งกองทุนในท้องถิ่น รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ควรมีสภากลาง แบ่งพื้นที่โซน เช่น เหนือ กลาง ใต้ ปัญหาหนี้สินประชาชน การจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ประยุคใช้วัสดุธรรมชาติภายในชุมชน การวางแผนครอบครัว การจัดทำบัญชีครัวเรือน

๓.ด้านการศึกษา   ทางกลุ่มสะท้อนปัญหาเด็กนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สื่อหลากหลายช่องทาง ครูอาจารย์แข็งขันกันทำผลงานระดับวิทยาฐานะเพื่อสัมฤทธิ์ผลของตนเอง ไม่ใส่ใจการสอนเอาใจใส่เด็กนักเรียน ผอ.โรงเรียนมีกุ๊กมีกิ๊ก นักเรียนมีค่านิยมเดินทางไปเรียนในตัวเมืองตัวจังหวัด การศึกษาควรปลูกฝั่งพื้นฐาน วินัย ระเบียบชุมชน คุณธรรมจริยธรรม แบบอย่างของสังคมผู้นำชุมชน ก่อนเข้าสู่โรงเรียน สถาบันครอบครัวอบอุ่น โรงเรียนสอนทางวิชาการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการศึกษา

๔.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหา การทิ้งขยะในที่สาธารณะ ขยะป่าชุมชน ชาวบ้านควรลุกขึ้นมาเพื่อการเฝ้าระวังชุมชนจิตสำนึกต่อส่วนร่วม มลภาวะในพื้นที่ไม่มีการจัดระบบ ป่า น้ำ ดิน ปุ๋ยดิน สร้างความสมดุลให้ดิน น้ำ ผลิตปุ๋ยจุลอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ใช้กันในหมู่บ้าน  พลังงาน การจัดการระบบน้ำภายในชุมชนมีการเคารพกฏกติกา รักษาร่วมกัน ปลูกต้นไม้ ปลูกป่าชุมชน

๕.ด้านความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน เสียงสะท้อนปัญหาขาดระเบียบแนวทางปฏิบัติข้อตกลงไม่มีชัดเจน  อยากเห็นการทำงานมีส่วนร่วมบูรณาการทุกภาคส่วน แกนนำชุมชน เสียสละเวลาในงานส่วนรวม การจัดฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชนพื้นที่ตำบล พร้อมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนชาวบ้านทั่วไป

๖.ด้านสังคม เสียงสะท้อนกลุ่ม ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง  วัฒนธรรม ยาเสพติด เด็กแว้น ท้องก่อนวัยอันควร วัยรุ่นทะเลาะวิวาท ปัญหาของชุมชน เด็กนักเรียนเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองร้อยเอ็ด วัยรุ่นเด็กเยาวชนท้องไม่ พร้อม ปัญหายาเสพติด ปัญหากองขยะชุมชนเกิดขึ้นทุกๆตำบล เราจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้สร้างความอบอุ่นเด็กเยาวชน ส่งเสริมอาชีพเสริมรายได้ มีงานทำเวลาว่าง เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ สร้างองค์ความรู้สถาบันครอบครัว พ่อ-แม่ จัดตั้งกฏระเบียบภายในชุมชนประจำหมู่บ้าน ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

นายธนวัฒน์  พลอยโสภณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสร้างการมีส่วนร่วมของพลเมืองคนสาเกตนคร สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ด มีเป้าหมายให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ มีรายได้จากการเกษตรและการท่องเที่ยว อยู่ในสังคมที่เข้มแข็งอย่างมีความสุข  หน่วยงานทุกภาคส่วนรวมทั้งภาครัฐมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล  เพื่อให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุด เป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน หน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนสังคม ต้องบูรณาการทรัพยากรร่วมกัน ทั้ง คน เงิน ของการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น มีแผน มีนโยบายที่ทุกภาคส่วนร่วมกันในการกำหนด  ใช้หลักการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม  รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุระดับ และขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เวทีกลางที่จะเกิดขึ้นต้องต้องสนับสนุนวิชาการ งบประมาณ และสังเคราะห์ความรู้ จัดการความรู้เพื่อฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเองให้ได้ โดยเป้าหมายที่กล่าวมาก็เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เครือข่ายองค์กรชุมชนก็จะเข้มแข็ง ประเทศก็จะมั่งคั่งนั่นเอง 

IMG 3505IMG 3507IMG 3522IMG 3528

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter