playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

11784027 432577350261376 843600049 o

เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2558 คณะทำงานพลังพลเมืองสุรินทร์จัดการตนเอง ได้จัดโครงการ พลังพลเมืองสุรินทร์จัดการตนเอง ครั้งที่ 2 ในประเด็น “นโยบายเศรษฐกิจชายแดน”  โดยการเชิญภาคีเครือข่ายต่างๆมาเข้าร่วมประชุมกว่า 100  คน ณ ห้องประชุมเธียร์เตอร์ชั้น 2 อาคารคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ดร.ดำเกิง โถทอง อาจารย์ประจำคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาลัยราชภัฏสุรินทร์  เปิดเผยว่า คณะทำงานพลังพลเมืองสุรินทร์จัดการตนเอง ซึ่งเกิดจากการประสานความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆขององค์กรภาคประชาชน เครือข่ายประชาสังคม และบุคคล ที่อยากเห็นการเกิดการเชื่อมประสานการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายต่างในจังหวัดสุรินทร์ที่มีประสิทธิภาพ จึงได้เกิดโครงการ เวทีพลังพลเมืองสุรินทร์จัดการตนเองครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2558 ณ มูลนิธิพัฒนาอีสาน(ศูนย์เน็ท)  ได้เกิดแนวทางร่วมสำคัญหลายอย่าง เช่น ได้พบปะพูดคุยในภาคีเครือข่าย / เกิดกลไกในการเชื่อมต่อภาคีเครือข่าย / เกิดแนวทางกระบวนการทำงานและเป้าหมายร่วมกันในอนาคต  ดร.ดำเกิง กล่าวต่อว่า สำหรับเวทีพลเมืองสุรินทร์ครั้งที่ 2 นี้ ทีมงานได้คุยเรื่องประเด็นเรื่องนโยบายบริเวณชายแดนซึ่งจริงๆแล้ว จังหวัดสุรินทร์เราเรื่องการค้าชายแดนหรือการค้าข้ามแดนเป็นเรื่องสำคัญมาก นอกจากเรื่องการค้าแล้วยังมีเรื่องสุขภาพ เรื่องปัจจัยเสี่ยง เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและที่สำคัญก็คือคนสุรินทร์เรามีเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลายคนเขาพูดถึง เช่นผ้าไหม อาหารอินทรีย์ ข้าวมะลิ และสมุนไพร ซึ่งในอนาคตเราสามารถฟื้นฟูหรือเขามาจัดการเรื่องพวกนี้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับคนสุรินทร์หรือคนท้องถิ่นได้ ที่ว่าในอนาคตนี้ โอกาศหรือการจัดการตนเองของคนสุรินทร์คงไม่ต้องไปรอให้ภาครัฐหรือคนจากส่วนอื่นเข้ามาจัดการ คนสุรินทร์น่าจะลุกขึ้นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือมาจัดการกันเอง เพราะคนสุรินทร์มีความสามารถที่จะจัดการตนเองได้อยู่แล้ว เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ดร.ดำเกิง กล่าว

ในการดำเนินการนโยบายเศรษฐกิจชายแดนนี้เป็นนโยบายที่มีความสำคัญ และมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างกว้างขว้าง การสร้างการรับรู้ข้อมูลสถานการณ์เรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนบนฐานข้อมูลวิชาการ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาศที่ดีต่อประชาชน โดยมุ่งหวังให้เกิดการรับรู้ข้อมูลสถานการณ์ของนโยบายสาธารณะ และเกิดกระบวนการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่แนวทางในการปรับตัวที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter