playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ส่วนที่ 1
บทบาทหน้าที่ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551

พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน เป็นกฎหมายที่เกิดจากความร่วมมือของขบวนการองค์กรชุมชนและหลายฝ่ายทีเกี่ยว ข้อง โดยมีเจตนารมณ์สำคัญในการส่งเสริมให้ชุมชน ซึ่งเป็นสังคมฐานราก ที่มีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง ร่วมกันจัดการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน จึงเป็นกฎหมายที่รับรองให้เวทีการปรึกษาหารือของชุมชนมีสถานะที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่าย เป็นกฎหมายส่งเสริมที่ไม่ได้บังคับใช้พร้อมกัน ดังนั้นการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลจึงต้องเกิดขึ้นตามความพร้อมและเห็น พ้องต้องกันของคนในชุมชนเป็นสำคัญ สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นสภาที่ไม่มีอำนาจ แต่มีภารกิจและหน้าที่ในการช่วยพัฒนาองค์กรชุมชนและชุมชนท้องถิ่น ที่สำคัญคือ สร้างการยอมรับด้วยการร่วมมือกันทำงานที่เกิดประโยชน์ชัดเจนต่อชุมชนท้องถิ่น

พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 พระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชน โดยบทบาทหน้าที่ของสถาบัน ตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. มีดังนี้

  • ออกประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการและแบบการจดแจ้งการจดแจ้งการจัดตั้งชุมชนและการจดแจ้งการจัดตั้งสภา องค์กรชุมชนตำบล รับเอกสารการจดแจ้งการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล (มาตรา 5) จัดทำทะเบียนกลางสภาองค์กรชุมชนตำบล (มาตรา 35 (4))
  • ออกประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบการจดแจ้งการยุบเลิก รับเอกสารการแจ้งการยุบเลิก(มาตรา 10) ดำเนินการจัดการทรัพย์สินกรณีที่สภาองค์กรชุมชนตำบลยุบเลิกและไม่ได้มีการ จัดการ
  • หารือร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการกำหนดแนวทางการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของสภาองค์กรชุมชนตำบล (มาตรา 22)
  • จัดให้มีการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (มาตรา 30)
  • กำหนดข้อบังคับการอุดหนุนค่าใช้จ่ายการ ประชุมระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับตำบลของสภาองค์กรชุมชนเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปตามควรแก่กรณี (มาตรา 34)
  • ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (มาตรา 35)

(1) ประสานและดำเนินการให้มีการจัดตั้งและดำเนินการของสภาองค์กรชุมชนตำบล รวมทั้งเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กิจการเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชนตำบลและผลการ ประชุมของการประชุมระดับจังหวัดและระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล
(2) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับงานของสภาองค์กรชุมชนตำบล
(3) ประสานและร่วมมือกับราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคเอกชนและองค์กรภาคประชาสังคม ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
(4) จัดทำทะเบียนกลางเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชนตำบล
(5) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติจัดตั้งและดำเนินการของสภาองค์กรชุมชนและผลการ ประชุมในทุกระดับแล้วเสนอรายงานต่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติและ รัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติหรือรัฐมนตรีมอบหมาย


ส่วนที่ 2
ผลการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน
ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551

สถาบันฯ ได้สนับสนุนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ตั้งแต่ในช่วงต้น ที่ขบวนองค์กรชุมชนร่วมกันเสนอกฎหมาย ในช่วงนั้นได้มีการประสานการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนกระทั่งกฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งกฎหมายได้ระบุบทบาทหน้าที่ของสถาบันในการส่งเสริมและพัฒนากิจการสภา องค์กรชุมชนไว้ทั้งหมด 10 มาตรา สถาบันฯ ได้มีการดำเนินงานสนับสนุนตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 โดยมีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อนที่สำคัญดังนี้

  • มุ่งเน้นให้เครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับ จังหวัดมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ที่พร้อม สนใจ และมีฐานงานพัฒนาด้านต่างๆ
  • เน้นการรวบรวมและรับรองข้อมูลชุมชนร่วม กันในเวทีระดับหมู่บ้าน/ตำบล ก่อนการจดแจ้ง เพื่อให้เป็นที่รับรู้ข้อมูลร่วมกันก่อนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล
  • เน้นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนให้มีการประสานการทำงานร่วมกันในระดับ พื้นที่ เช่น คณะกรรมการหมู่บ้าน ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน สภาพัฒนาการเมือง ฯลฯ
  • เน้นการพัฒนาศูนย์เรียนรู้สภาองค์กรชุมชน ให้พื้นที่สภาองค์กรที่มีคุณภาพเป็นพื้นที่เรียนรู้ ขยายสู่พื้นที่อื่น

ผลการดำเนินงานสนับสนุนการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน นับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนมิถุนายน 2551 สรุปความคืบหน้าได้ดังนี้

2.1 การสนับสนุนกลไกการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน

หลังจากที่ พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน ได้ผ่านความเห็นจากสภานิติบัญญัติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมสภาองค์กรชุมชน ได้แต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด คือ

1. คณะทำงานเตรียมการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ซึ่งประกอบด้วย ผู้นำชุมชน และผู้ทรงคุณวุฒิ 27 คน เพื่อวางแผนและประสานผู้ที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ซึ่งได้มีการประชุมจำนวน 5 ครั้ง เพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อน และพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้อง 2

2. คณะทำงานจัดทำร่างประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการตามร่าง พรบ. จำนวน 11 คน เพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำร่างประกาศฯ จากการมีส่วนร่วมของหลายฝ่าย 3

นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชน ซึ่งประกอบด้วย อ.มีชัย ฤชุพันธ์ ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสงขลา วิชัยขัทคะ นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงศ์

เมื่อคณะทำงานทั้ง 2 ชุดได้สิ้นสุดวาระในเดือนมีนาคม 2551 ต่อมา จึงได้มีการแต่งตั้งกลไกระดับชาติ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนในระยะต่อไป จำนวน 2 คณะ ประกอบด้วย

1) คณะอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน โดยคณะกรรมการสถาบันฯ เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง 4 ประกอบ ด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวน 22 ท่าน เพื่อกำหนดนโยบาย ทิศทาง กรอบแผนงานสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน ให้คำปรึกษาแนะนำ รวมถึงประสานความร่วมมือในระดับนโยบายเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กร ชุมชน คณะอนุกรรมการฯ จะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่ 7 กรกฎาคม 2551

2) คณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน โดยผู้อำนวยการ ออกคำสั่งแต่งตั้ง 5[2] ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรชุมชน ภาคีการพัฒนา นักวิชาการ และผู้แทนจาก พอช. จำนวน 27 ท่าน ทำหน้าที่เอื้ออำนวยการเชื่อมโยง และสนับสนุนการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่โดยภาพรวม สนับสนุนความร่วมมือและการเรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน หน่วยงาน ภาคีการพัฒนา รวมถึงกลั่นกรองแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อน ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานแล้วรวม 2 ครั้ง พร้อมทั้งกำหนดให้มีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 นี้

ส่วนกลไกการทำงานระดับพื้นที่มี 2 ระดับ คือ ระดับภาคและระดับจังหวัด โดยในระดับจังหวัดมีคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัดที่แต่ง ตั้งโดย พอช. และคณะประสานงานการขับเคลื่อนระดับจังหวัด (มีองค์ประกอบจากชุมชนและผู้แทนหน่วยงาน) แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด

2.2 การดำเนินการด้านกฎหมาย

สถาบันฯ ได้ดำเนินการด้านกฎหมาย ดังนี้

1. การออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ แบบการจดแจ้งการจัดตั้งชุมชน และการจดแจ้งการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2551 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่ชุมชนที่ต้องการจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล

2. การออกข้อบังคับสถาบันฉบับที่ 22 ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ 21พฤษภาคม โดยกำหนดหลักการสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชนด้านต่างๆ สนับสนุนการจัดตั้งกลไกทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ตามภารกิจ พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่ของ พอช. ตามที่ พ.ร.บ.กำหนด

3. การหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับประเด็นทาง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในเขตชุมชนเมืองหรือเขต เทศบาล ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 มาตรา 3 กำหนดบทนิยามคำว่า “ตำบล” หมายความว่า เขตพื้นที่ในความรับผิดชอบของเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เขตในกรุงเทพมหานคร หรือเขตพื้นที่ที่กฎหมายเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น จากการหารือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551) เกี่ยวกับแนวทางการแบ่งเขตพื้นที่การปกครองในเขตเมืองหรือเขตเทศบาล (เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร) ให้มีพื้นที่ขนาดเล็กลง เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของสภาองค์กรุชมชนตำบล เนื่องจากเขตเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร จะมีพื้นที่ในการปกครองดูแลหลายพื้นที่ บางพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 1 ตำบล ดังนั้น เมื่อมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในเขตชุมชนเมืองหรือเขตเทศบาล อาจทำให้เขตพื้นที่ของสภาองค์ชุมชนตำบลดังกล่าวมีพื้นที่ที่ต้องดูแลรับผิด ชอบใหญ่เกินไป ส่งผลต่อการประสานงานเชื่อมโยง และการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบล ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นรับไปตรวจสอบข้อมูลว่าจะสามารถกระทำได้ หรือไม่ และจะเสนอให้ทราบต่อไป

4. การประสานการศึกษา พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน กับความสัมพันธ์กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บทบาท หน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดระหว่างสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กับสภาองค์กรชุมชนในระดับต่างๆ แนวทางความเกี่ยวข้องระหว่างสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่าง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 กับกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ บทบาทและอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับนักกฎหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ช่วยพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่รัฐมนตรีรักษาการ ได้ มีการติดต่อ รศ.ศรีราชา เจริญพานิชและคณะ เป็นผู้ดำเนินการศึกษา โดยมีขอบเขตการศึกษาประกอบด้วยรายละเอียดทางกฎหมายตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2551

2.3 การสื่อสาร และสร้างความเข้าใจ

สถาบันฯ ได้ดำเนินงานในเรื่องการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนงานตาม พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน ดังนี้

สื่อและเอกสารที่ได้ดำเนินการผลิตแล้ว และได้กระจายไปยังพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย
1. พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551
2. เอกสาร แนะนำสภาองค์กรชุมชน (เล่มสีเหลืองเล็ก)
3. คู่มือการจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน (เล่มสีเขียว)
4. เอกสารที่ใช้ในการจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน (สมุดฉีก)
5. VCD สรุปการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง ร่าง พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน
6. CD เพาเวอร์พอยน์ นำเสนอ “Present สภาองค์กรชุมชน”
7. VCD “เส้นทางสู่ความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชน”
8. โปสเตอร์ สภาองค์กรชุมชน
9. นิทรรศการกลาง “สภาองค์กรชุมชน”

สื่อและเอกสารที่ได้ดำเนินการแล้ว หรือ ผลิตเพิ่มเติม
1. Web site สภาองค์กรชุมชน www.codi.or.th/sapa
2. เพาเวอร์พอยต์สภาองค์กรชุมชน (ปรับปรุงครั้งที่ 2)
3. VCD. ขั้นตอนการจดแจ้งสภาองค์กรชุมชน
4. แผ่นพับแนะนำสภาองค์กรชุมชน
5. สปอตวิทยุกระจายเสียง 1 นาที (ผลิตโดยส่วนกลาง)
6. สปอตวิทยุ ภาษากลางและภาษาอีสาน (สำนักงานปฏิบัติการภาคอีสาน)
7. หนังสือคู่มือการจดแจ้งฯ (พิมพ์ครั้งที่ 2)
8. โปสเตอร์สภาองค์กรชุมชน (พิมพ์ครั้งที่ 2)

การเผยแพร่สื่อ/เอกสารที่ได้ทำการผลิต
1. จัดส่งเอกสารให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ประกอบด้วย คู่มือจดแจ้งฯ, สมุดฉีก
2. จัดส่งเอกสารให้กับนายอำเภอ 877 อำเภอ ประกอบด้วย คู่มือจดแจ้งฯ จำนวน 17,040 เล่ม
3. จัดส่งเอกสารให้นายกเทศมนตรี 1,169 เทศบาล
4. จัดส่งเอกสารให้กับผู้อำนวยการสำนักงานเขต 50 เขตใน กทม.
5. จัดส่งเอกสารให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม
6. จัดส่งเอกสารให้กับผู้ที่สนใจทั่วไป
7. จัดส่งเอกสารให้กับสำนักงานปฏิบัติการภาค เพื่อสนับสนุนไปยังพื้นที่นำร่องในภาค

งานที่จะดำเนินการต่อในส่วนของการประชาสัมพันธ์ได้แก่
1. รายการสนทนา/สัมภาษณ์สด ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ รายการต่างๆ
2. การผลิตสารคดีวิทยุ และการออกอากาศสารคดีวิทยุกระจายเสียง
3. การผลิตสปอทวิทยุโทรทัศน์ และการออกอากาศสปอทวิทยุโทรทัศน์
4. การซื้อพื้นที่หนังสือพิมพ์สุดสัปดาห์ 1 หน้าขาวดำ สัปดาห์ละครั้ง
5. การผลิตสื่อ
6. กิจกรรมพิเศษ

2.4 การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา พอช. ร่วมกับแกนนำขบวนองค์กรชุมชน ได้มีการหารือแนวทางการประสานความร่วมมือในการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบาย ประกอบด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง สามารถสรุปความคืบหน้าในการประสานความร่วมมือ ดังนี้

1. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากการปรึกษาหารือระหว่างคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวง มีข้อเสนอต่อแนวทางการทำงาน ภารกิจที่ต้องดำเนินการ โดยเสนอให้ พอช. ทำจดหมายถึงปลัดกระทรวง เพื่อรายงานความคืบหน้า อธิบายรายละเอียดขั้นตอนการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน บทบาทของ พมจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอต่อวิธีการสร้างความเข้าใจแก่คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวง และ พมจ. โดยการจัดวาระให้ พอช. เข้าร่วมในการประชุม เพื่อชี้แจงเรื่องสภาองค์กรชุมชน นอกจากนี้ ยังขอให้จัดส่งรายชื่อพร้อมที่อยู่ สถานที่ติดต่อของแกนนำ และเจ้าหน้าที่ พอช. ให้ พมจ.เพื่อรับทราบและประสานงานต่อไป ทั้งนี้ พอช. ได้ส่งจดหมายถึงปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนตามข้อเสนอดังกล่าว
2) กรมการปกครอง ผู้แทนจาก พอช. และผู้แทนองค์กรชุมชน ได้เข้าพบหารือกับอธิบดีกรมการปกครองพร้อมคณะ เกี่ยวกับการประสานสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน และแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551 จากนั้น อธิบดีกรมการปกครอง ได้ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องศึกษาทำความเข้าใจ พ.ร.บ. เพื่อสร้างความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลตามความเหมาะสม รวมถึงแจ้งให้นายอำเภอทราบ เพื่อทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระของ พ.ร.บ. หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนการจดแจ้งการจัดตั้งชุมชนและสภาองค์กรชุมชน โดยให้ชี้แจงให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทราบโดยด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับจดแจ้ง ตลอดจนประสานความร่วมมือ สนับสนุนการปฏิบัติงานระดับพื้นที่ ซึ่งกรมการปกครองได้มีหนังสือลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 แจ้งผู้ว่าราชการจัหวัดทุกจังหวัด ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการประสานเรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานร่วม
3) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หลังจากที่คณะผู้แทนจาก พอช. และผู้แทนองค์กรชุมชน ได้เข้าพบหารือกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 ที่ประชุมได้มอบหมายให้ผู้แทนจากสองหน่วยงาน ดำเนินการตามข้อเสนอทั้งการจัดเวทีสร้างความเข้าใจ การแต่งตั้งคณะทำงานร่วม รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสนับสนุนดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน จากนั้น คณะผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงาน และผู้แทนองค์กรชุมชน ได้มีการประชุมหารือการดำเนินการตามข้อเสนอ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 มีความคืบหน้า ดังต่อไปนี้
· เสนอให้จัดเวทีการสัมมนา “รวมพลัง...เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น” เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสภาองค์กรชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการประสานความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2551 นอกจากนี้ ทางกรมฯ จะได้ประสานเชิญผู้แทน พอช. และผู้แทนองค์กรชุมชน เข้าร่วมชี้แจงเรื่องสภาองค์กรชุมชนในการประชุมคณะผู้บริหารหน่วยงานใน สังกัด ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551
· ที่ประชุมได้ร่วมกันจัดทำร่างคำสั่งกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานประสานสนับสนุนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 โดยมีผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงาน ผู้แทนสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรชุมชน เข้าร่วมจำนวน 19 ท่าน ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการเสนอคำสั่งให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาลง นาม
· ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอต่อแนวทางการ สนับสนุนสภาองค์กรชุมชน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าควรให้การสนับสนุนงานใน 4 ด้านคือ 1) การจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล/จังหวัด 2) ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของสภาองค์กรชุมชน 3) สนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตามภารกิจในมาตรา 21 และ 4) สนับสนุนการบริหารจัดการของสภาองค์กรชุมชน ซึ่งกรมฯ จะได้นำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณากำหนดแนวทางการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนที่เหมาะสมต่อไป
4) สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง ผู้แทนจาก พอช. ได้สนับสนุนงานตามภารกิจการเชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชนกับสภาพัฒนาการเมือง โดยที่ผ่านมา ได้ประสานเชิญแกนนำองค์กรชุมชนเข้าร่วมในเวทีสร้างความเข้าใจ และการเชื่อมโยงระหว่างสอง พ.ร.บ.ทั้งในระดับภาคและจังหวัด ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับการจดแจ้งองค์กรภาคประชาสังคม จากการสรุปข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2551 มีองค์กรภาคประชาสังคมที่ยื่นจดแจ้งจำนวน 730 องค์กร ในจำนวนนี้ได้เสนอชื่อผู้แทนเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง จำนวน 626 องค์กร คิดเป็นร้อยละ 85.75 ขององค์กรที่จดทะเบียน ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาคัดเลือกสมาชิกจากผู้แทนองค์กรภาค ประชาสังคมจำนวน 16 คน
ในส่วนของการเสนอรายชื่อสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งมาจากการเลือกกันเองในที่ประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดละ 1 คนนั้น คาดว่าทุกจังหวัดจะจัดการประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล และคัดเลือกสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2551
นอกจากความคืบหน้าในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานดังกล่าว ยังจะได้มีการประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนในเขตเมือง กับกรุงเทพมหานคร รวมถึงจะมีการหารือกับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) เกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนเขตเทศบาล ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551
สำหรับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานระดับพื้นที่ ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินงานในหลายรูปแบบ ทั้งการประสานขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องสภาองค์กรชุมชน รวมถึงขอให้ทางจังหวัดสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากนายอำเภอในการประสานงานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับการจดแจ้งจัดตั้งชุมชนและสภาองค์กรชุมชนตำบล นอกจากนี้ บางพื้นที่ได้เสนอให้ทางจังหวัดพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ/คณะทำงานสนับ สนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด

2.5 การจัดระบบสนับสนุนภายใน พอช.

สถาบัน ได้จัดโครงสร้างการทำงาน เพื่อให้การสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนเป็นไปตามยุทธศาสตร์ และแนวทางที่ขบวนองค์กรชุมชนกำหนดร่วมกัน ทั้งนี้ ระบบการสนับสนุนงานในส่วนกลาง ประกอบด้วย

1) การบริหารภาพรวม เป็นการจัดระบบการบริหารร่วมโดยคณะบริหาร พอช. (ผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการที่เกี่ยวข้อง) ร่วมกับสำนัก/ส่วน/หน่วย/ศูนย์ที่เกี่ยวข้องภายใน พอช. ร่วมกันประเมิน กำหนดแนวทาง วิธีการในการสนับสนุนงานสภาองค์กรชุมชน การเชื่อมโยงงานสภาองค์กรชุมชนกับขบวนการพัฒนาด้านต่างๆ การ่วมกันแก้ไขปัญหาข้อติดขัดให้ทันต่อสถานการณ์ ความจำเป็นเร่งด่วน ตลอดจนข้อเสนอของขบวน/หน่วยงาน/ภาคีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานที่แต่ละส่วนได้รับมอบหมาย โดยมีการกำหนดประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์

2) การจัดส่วนภายในพอช.เพื่อรับผิดชอบงานสภาองค์กรชุมชน ได้ จัดให้มีส่วนสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน เพื่อเป็นหน่วยเลขากลางในการประสานงาน เอื้ออำนวย สนับสนุนการขับเคลื่อนงานและเชื่อมโยงขบวน/กลไกสภาองค์กรชุมชนในระดับต่างๆ ปัจจุบัน มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบจำนวน 4 คน และได้มอบหมายให้ทุกสำนัก/ส่วน/หน่วย/ศูนย์ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องในการสนับสนุนงานสภาองค์กรชุมชน ประกอบด้วย สำนักพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ส่วนประชาสัมพันธ์ ศูนย์ข้อมูล ฯลฯ กำหนดแผนการปฏิบัติงานในการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน รับผิดชอบดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกลไกสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน ระดับต่างๆ โดยจะจัดทีมการทำงานภายในทีมเฉพาะกิจที่มีคำสั่งชัดเจนรองรับ

3) การจัดระบบข้อมูลข่าวสารรองรับการทำงาน ได้ จัดให้มีการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน (ปฏิทินกิจกรรม สื่อ แบบฟอร์ม ข่าวความคืบหน้า รายชื่อที่อยู่ที่ติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีตัวอย่าง ฯลฯ) ขึ้นบนเว็บไซด์ www.codi.or.th/sapa รวมทั้งการจัดระบบข้อมูลกลาง (folder กลางเรื่องสภาองค์กรชุมชน ในระบบเครือข่ายข้อมูลสถาบัน) การออกแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับสภาองค์กรชุมชนในระดับต่างๆ ส่วนเรื่องบอร์ดข้อมูลข่าวสารอยู่ระหว่างการประสานการดำเนินการ

4) การจัดระบบงบประมาณสนับสนุน คณะกรรมการ พอช. ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 3/2551 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2551 อนุมัติโครงการสนับสนุนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 พร้อมงบประมาณจำนวน 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) จากโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนปี 2551 เพื่อสนับสนุนแผนการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนใน 8 แผนงาน ประกอบด้วย 1) การสื่อสารสร้างความเข้าใจเรื่อง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน 2) การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 3) การส่งเสริมจัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชนตำบล 4) การยกระดับและพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล 5)สนับสนุนการจัดประชุมระดับจังหวัดและการประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชน ตำบล 6) การพัฒนาระบบข้อมูล จัดทำทะเบียนกลาง ศึกษาวิจัยและการจัดการความรู้ 7) การติดตามประเมินผล การดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบล และ 8) สนับสนุนกลไกการบริหารจัดการ

สำหรับการจัดระบบสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในระดับภาค สำนักงานปฏิบัติการภาคทุกภาค ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานสภาองค์กรชุมชนจำนวน 1-3 คน ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาของขบวนทั้งระดับพื้นที่ จังหวัด และภาค เพื่อรับผิดชอบภารกิจในการสนับสนุนงานสภาองค์กรชุมชนด้านต่างๆ ทั้งการเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน/กระจายข้อมูลข่าวสาร จัดระบบข้อมูล/การรายงาน (การจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน การรายงานผลการดำเนินงาน ฯลฯ) หนุนเสริมการขับเคลื่อนงานของขบวน รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน/ภาคี

ส่วนที่ 3
ความคืบหน้าการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนระดับพื้นที่

การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจัดเวทีสร้างความเข้าใจในสาระสำคัญของ พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน แนวทางการจดแจ้งจัดตั้งชุมชนและสภาองค์กรชุมชนตำบลให้กับขบวนองค์กรชุมชน ทั้งในพื้นที่ปฏิบัติการและพื้นที่สนใจ นอกจากนี้ยังทำความเข้าใจกับหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยกระจายจัดเป็นรายจังหวัด ซึ่งนำมาสู่การจัดตั้งคณะทำงานสนับสนุนการขับเคลื่อนในระดับจังหวัด รวมถึงได้คณะทำงานที่ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการจัดตั้งในตำบลปฏิบัติการ โดยใช้เครื่องมือในการสร้างความเข้าใจ ได้แก่ เอกสารคู่มือ โปสเตอร์ และบางภาคได้ผลิตสื่อพื้นบ้านเพื่อช่วยสร้างความเข้าใจ มีบางภาคได้จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว สรุปภาพรวมความคืบหน้าดังนี้

กลไกการสนับสนุนการเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่

คณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่แบ่งออกเป็นระดับภาค และระดับจังหวัด ซึ่งมีองค์ประกอบที่หลากหลาย เช่น ศจพ. ปชช. จังหวัด, หน่วยงานภาคี, นักวิชาการ, ผู้แทนพื้นที่รูปธรรม เป็นต้น เนื่องจากการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน ครอบคลุมเครือข่าย-องค์กร ที่หลากหลายในจังหวัด ทำให้บางจังหวัดได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนระดับ จังหวัด เช่น มุกดาหาร เป็นต้น ส่วนจังหวัดที่มีรายชื่อคณะทำงานฯ แล้วนั้น ได้ตรวจทานความถูกต้องและองค์ประกอบของคณะทำงาน ให้หลากหลายครบถ้วน ซึ่งในขั้นตอนต่อไปสถาบันฯ จะจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในระดับจังหวัดต่อไป ผลการดำเนินงานดังนี้
- มีการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กร ชุมชนระดับภาค 4 ภาค ส่วนภาคใต้ยังอยู่ในการจัดตั้งในระดับจังหวัดให้แล้วเสร็จจึงจะดำเนินการจัด คณะทำงานในระดับภาคเพื่อสนับสนุนงาน
- ในระดับจังหวัด ได้ผู้แทนจากพื้นที่ปฏิบัติการ หน่วยงานภาคี นักวิชาการ ที่จะร่วมเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนระดับจังหวัด จำนวน 74 จังหวัด โดยอยู่ระหว่างการตรวจทานความถูกต้องของที่อยู่และองค์ประกอบ เพื่อให้สถาบันฯ ประกาศจัดตั้งต่อไป
- ในการแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว จำนวน 2 จังหวัด คือ จังหวัดเลย และมุกดาหาร อยู่ในระหว่างการเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานฯ จังหวัด จำนวน 8 จังหวัด คือ อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด หนองคาย สุรินทร์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม และอุดรธานี

แผนการขับเคลื่อนและพื้นที่ปฏิบัติการ

ในช่วงแรกของการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชนแต่ละภาคได้จัดเวทีสร้างความเข้าใจในสาระสำคัญของ พ.ร.บ. และ ขั้นตอนการจัดตั้ง นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์พื้นที่เป้าหมายในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ที่มีความพร้อมและคนในตำบลเห็นพ้องต้องกันที่จะจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ในเบื้องต้นมีพื้นที่ที่มีความพร้อมจำนวน 1,082 ตำบล ซึ่งกระจายกันครบทุกจังหวัด โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าจังหวัดละ 10 ตำบล

การบริหารจัดการ

ได้มีการเสนอโครงการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนระดับภาค แล้วได้แก่ ภาคอีสาน ภาคกลาง/ตะวันตก และภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก โครงการขับเคลื่อนระดับจังหวัดมีการอนุมัติเบิกจ่ายแล้ว 61 จังหวัด

ผลการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน

พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจดแจ้งชุมชน จำนวน 451 ตำบล และมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว 136 ตำบล คือ ภาคอีสาน 38 ตำบล และภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก 7 ตำบล ภาคใต้จำนวน 76 ตำบล และภาคกลางบนตะวันตก จำนวน 15 ตำบล ส่วนสภาองค์กรชุมชนที่มีการดำเนินงานแล้ว จำนวน 6 แห่ง

ตารางสรุปผลการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน
 

 

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551

 

รายการ
เหนือ
อีสาน
ใต้
กลาง - ตก
กทม. - ออก
ยอดรวม
1. จำนวนตำบล/เทศบาลทั้งหมด
1,470
2,947
1,176
1,451
732
7,776 ตำบล
2. จำนวนตำบล/เทศบาล ที่ พอช.สนับสนุนการพัฒนา
782
884
784
568
325
3,343 ตำบล
3. จำนวนตำบล/เทศบาล/เมือง ที่มีเป้าหมายสภาองค์กรชุมชน
187
285
210
256
144
1,082 ตำบล
4. ความก้าวหน้าการส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล
 
 
 
 
 
 
4.1 จำนวนตำบลที่อยู่ระหว่างการจดแจ้งชุมชน
10
112
177
64
78
451 ตำบล
4.2 จำนวนสภาองค์กรชุมชนตำบล ที่มีการจัดตั้งแล้ว
0
38
76
15
7
136 ตำบล
4.3 จำนวนสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีการดำเนินงานแล้ว
 
3
 
 
3
6 ตำบล
4.4 จำนวนจังหวัดที่มีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล
 
 
 
 
 
-
5. แกนนำและคณะทำงาน
 
 
 
 
 
 
5.1 จำนวนคณะทำงานสนับสนุนขับเคลื่อนระดับภาค 5 ภาค
29
28
-
21
21
99 คน
5.2 จำนวนจังหวัดที่มีคณะทำงานสนับสนุนฯ
13
19
14
16
12
76 จังหวัด
5.3 จำนวนจังหวัดที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแล้ว
 
2
 
 
 
2 จังหวัด
5.4 จำนวนจังหวัดที่อยู่ระหว่างจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน
 
8
 
 
 
8 จังหวัด
 

 3.1 การขับเคลื่อนงานของภาคเหนือ

กลไกสนับสนุนการดำเนินงาน

ผู้แทนคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ระดับชาติ 3 คน ประกอบด้วย นายมะลิ ทองคำปลิว นายวิรัตน์ พรมสอน และนายบุญเลิศ แป้นพงษ์

มีคณะทำงานสนับสนุนการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนภาคเหนือจำนวน 29 คน ประกอบด้วย ตัวแทนชุมชน รวม 16 คน ภาคี (พมจ., นักกฎหมาย, องค์กรพัฒนาเอกชน, อบต., นักวิชาการ) รวม 7 คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน
 
แผนงานและพื้นที่เป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย 189 ตำบล ได้แก่จังหวัดลำพูน 14 ตำบล จังหวัดลำปาง 10 ตำบล จังหวัดแม่ฮ่องสอน 14 ตำบล จังหวัดเชียงใหม่ 24 ตำบล จังหวัดแพร่ 10 ตำบล จังหวัดน่าน 11 ตำบล จังหวัดพะเยา 10 ตำบล จังหวัดเชียงราย 13 ตำบล จังหวัดพิษณุโลก 13 ตำบลจังหวัดพิจิตร 13 ตำบล จังหวัดเพชรบูรณ์ 10 ตำบล จังหวัดอุตรดิตถ์ 15 ตำบล จังหวัดตาก 10 ตำบล จังหวัดกำแพงเพชร 10 ตำบล และ จังหวัดสุโขทัย 12 ตำบล

ผลการดำเนินงาน

ความคืบหน้าการดำเนินการขับเคลื่อน อยู่ในช่วงของการจัดเวทีสร้างความเข้าใจในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด เช่น จังหวัดเชียงราย เนื่องจากพื้นที่จะมีการขยายเพิ่มจากเป้าหมายเดิม คณะทำงานแต่ละจังหวัดก็มีข้อจำกัดในการทำงานอยู่บ้าง บางจังหวัดยังมีการปรับคณะทำงาน เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสุโขทัย การจัดระบบในสำนักงาน มีเจ้าหน้าที่มารับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง และจัดจ้างบุคคลภายนอกเพิ่ม

การประชาสัมพันธ์การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน จัดผ่านเวทีต่างๆ ดังนี้ เวทีฐานงานเดิม เช่น เวทีแผนแม่บทชุมชนจังหวัด เวทีประชุม ศจพ.ปชชจังหวัด สวัสดิการชุมชน รับรองสถานภาพ ผ่านการประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดน่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงใหม่

การประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงาน จังหวัดน่านได้มีการหารือร่วมกับ นายอำเภอ จังหวัดกำแพงเพชร พมจ.เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประสานกับพัฒนาการจังหวัด พมจ. กลุ่มเนติบัณฑิตเพชรบูรณ์ จังหวัดพะเยา ลำปาง ลำพูน ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดแพร่ ประสานกับ พมจ. เพื่อเชื่อมประสานกับผู้ว่าฯ จังหวัดพิษณุโลก ประสานกับ พมจ. และพัฒนาชุมชน จังหวัดอุตรดิตถ์ประสานกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด พมจ.จังหวัดสุโขทัย ประสานและชี้แจงในการประชุมระดับจังหวัด อำเภอ จังหวัดตาก ประสานและชี้แจงที่อำเภอวังเจ้า

ในขณะที่ มีการขับเคลื่อนโดยหน่วยงานอื่น เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยกลุ่มเนติบัณฑิตเพชรบูรณ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก โดย ศอชต. โดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาที่สนับสนุนงบประมาณในระดับเทศบาลของจังหวัด เพชรบูรณ์ เทศบาลละ 14,000 บาท

แผนการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป

แผนการขับเคลื่อนระดับจังหวัด จะจัดเวทีสร้างความเข้าใจระดับจังหวัด ที่จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน ภายในเดือนมิถุนายน 2551 จังหวัดน่าน วันที่ 2 ก.ค.2551 จังหวัดพิจิตรใช้ฐานสวัสดิการ 103 ตำบล ในวันที่ 20 มิถุนายน 2551 เวทีปฏิบัติการระดับตำบล ที่จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพะเยา ภายในเดือนมิถุนายน 2551
นอกจากนี้จะผลิตสื่อพื้นบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจในระดับท้องถิ่น ต่อไป

3.2 การขับเคลื่อนงานของภาคอีสาน

กลไกสนับสนุนการดำเนินงาน

การจัดกลไก มีทั้งระดับภาคและระดับจังหวัด โดยมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนงานกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีคณะทำงานที่เป็นกองเลขาของขบวนองค์กรชุมชน ซึ่งจะมีการจัดประชุมทุกเดือนเพื่อติดตามสนับสนุนงานในพื้นที่ได้อย่างรวด เร็วและทันต่อสถานการณ์ ตามรูปแบบการจัดความสัมพันธ์ดังภาพ

ผู้แทนภาคอีสานที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ระดับชาติ 3 คน ได้แก่ นายสังคม เจริญทรัพย์ นายสน รูปสูง และนายธนาทร พานทอง

คณะทำงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนระดับภาคมีจำนวน 37คน และกองเลขานุการ 14 คน มีคณะทำงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนในระดับจังหวัดครบทุกจังหวัด ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด 2 จังหวัด คือ เลย มุกดาหาร อยู่ระหว่างการแต่งตั้ง 8 จังหวัด คือ หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครพนม ร้อยเอ็ด สุรินทร์
 
แผนงานและพื้นที่เป้าหมาย

พื้นที่ขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน จะพิจารณาและใช้เกณฑ์การเลือกพื้นที่นำร่องในการดำเนินงานจากพื้นที่ ที่ผ่านขบวนสวัสดิการชุมชนและผ่านกระบวนการรับรองสถานภาพฯ และพื้นที่ที่สนใจ เป้าหมายในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ในปี 2551 ทั้ง หมด 999 พื้นที่ และมีเป้าหมายในการจัดตั้งในช่วงต้น (ภายในเดือนสิงหาคม) เพื่อทันต่อการคัดเลือกสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจำนวน 285 ตำบล ดังนี้
 
1. กลุ่มจังหวัดที่ 5 จำนวน 47 ตำบล 34 อำเภอ 4 จังหวัด
2. กลุ่มจังหวัดที่ 6 จำนวน 34 ตำบล 21 อำเภอ 3 จังหวัด
3. กลุ่มจังหวัดที่ 7 จำนวน 82 ตำบล 49 อำเภอ 4 จังหวัด
4. กลุ่มจังหวัดที่ 8 จำนวน 59 ตำบล 42 อำเภอ 4 จังหวัด
5. กลุ่มจังหวัดที่ 9 จำนวน 63 ตำบล 29 อำเภอ 4 จังหวัด
รวม 285 ตำบล 175 อำเภอ 19 จังหวัด
 
ผลการดำเนินงาน

มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว จำนวน 37 ตำบล คือ จ.ขอนแก่น 2 ตำบล จ.หนองบัวลำภู 1 ตำบล จ.มหาสารคาม 1 ตำบล จังหวัดมุกดาหาร 32 ตำบล จังหวัดอุดรธานี 1 ตำบล ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจดแจ้งชุมชน และการสร้างความเข้าใจในการจัดตั้งระดับตำบล

การบริหารจัดการ ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือและมีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่แล้วจำนวน 12 จังหวัด

การสร้างความเข้าใจกับหน่วยงาน และภาคี ใช้งบประมาณจากสำนักงานภาค เพื่อจัดเวทีระดับจังหวัดตามความพร้อมของพื้นที่ ส่วนใหญ่ประสานงานผ่าน พมจ. ศพส. อบจ. มีจังหวัดมุกดาหารที่ประสานผ่านฝ่ายปกครอง/ปลัดจังหวัดเพื่อเสนอผู้ว่า ราชการจังหวัดเพื่อสนับสนุนการทำงาน

การประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน มีการทำความเข้าใจกับหน่วยงาน เน้นหารือเรื่องการดำเนินการที่จะกระจายงบประมาณให้เป็นแผนงานที่จังหวัด ดำเนินการไปได้

การประสานสร้างความเข้าใจกับชุมชน โดยมีการจัดประชุมทำความเข้าใจระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ประชุมจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด ประชุมคณะทำงานจังหวัดร่วมกับหน่วยงาน ภาคี และแกนนำตำบลนำร่องสภาองค์กรชุมชน เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ กำหนดเป้าหมาย และกระบวนการทำงานร่วมกันในจังหวัดศรีสะเกษ ขอนแก่น นครพนม หนองบัวลำภู มหาสารคาม หนองคาย สกลนคร กาฬสินธุ์ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร อุบลราชธานี อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา ยโสธร และอำนาจเจริญ

การสื่อสารประชาสัมพันธ์ ได้จัดทำสปอตวิทยุภาษาอีสานแจกจ่ายไปทุกจังหวัดแล้ว และอยู่ระหว่างการทำ VCD เพลงหมอลำ การ์ตูนเล่มละบาท แผ่นพลิก และสนับสนุนงบประมาณในการสื่อสารให้กับสมาพันธ์วิทยุชุมชนภาคอีสาน โดยจะจัดหาทีมงานดำเนินการ ที่มีการประสานงานกับทีมสื่อภาคประชาชน เพื่อแจกจ่ายให้กับคณะทำงานระดับจังหวัดต่อไป

แผนการดำเนินงาน

วันที่ 15 กรกฎาคม 2551 นัดหมายให้มีการรวบรวมข้อมูลการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนทุกจังหวัดเพื่อนัดหมายประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล
การพัฒนาศักยภาพแกนนำ มีการอบรมแกนนำตำบลโดยผ่านกระบวนการปฏิบัติจริงในพื้นที่สาธิตและแยกย้ายกัน รับผิดชอบในระดับตำบล คณะทำงานจังหวัด คณะทำงานโซนรับผิดชอบติดตามสนับสนุน
 
เป้าหมายในการเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ได้แก่

1. เกิดการจดแจ้งจัดตั้งอย่างน้อย 285 พื้นที่ ในเขต 175 อำเภอ 19 จังหวัดและพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ตำบล
2. สามารถเปิดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับจังหวัดครั้งแรกภายในเดือนกรกฎาคม2551
3. เกิดผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยตำบลละ 3-5 คน ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเมืองภาคพลเมือง
4. เกิดการพัฒนาระบบข้อมูล ศูนย์ประสานงานสภาองค์กรชุมชนระดับภาคและระดับจังหวัดอย่างน้อยกลุ่มจังหวัดละ 1 แห่ง

การจัดระบบงานสนับสนุนของสำนักปฏิบัติการภาค

สำนักงานปฏิบัติการภาคอีสาน ได้ให้ความสำคัญต่อระบบการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนในการจัดตั้งสภาองค์กร ชุมชน ได้แก่ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ติดตามงานเชิงขบวนจำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่ดูแลระบบงานสภาองค์กรชุมชน (ข้อมูล/รายงาน/ทะเบียนกลาง) ซึ่งเป็น call center ในการให้ข้อมูลของสำนักงานภาค 1 คน นอกจากนี้ยังเอื้อให้เกิดการประชุมคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานในระดับภาค ทุกเดือน
 
3.3 การขับเคลื่อนงานของภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก

กลไกสนับสนุนการดำเนินงาน

มีการจัดกลไกสนับสนุนการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน โดยมีคณะทำงาน 2 ระดับ ได้แก่ คณะทำงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนระดับภาค จำนวน 21 คน และ คณะทำงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัดครบทุกจังหวัดๆ ละ 10-15 คน

ผู้แทนองค์กรชุมชนของภาค ที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ได้แก่ นายสวงษ์ แสวงนิล นายชาติชาติ เหลือเจริญ และ นางสาวมยุรี เล็ดรอด
 
เป้าหมายและพื้นที่ดำเนินงาน

พื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานทั้งหมด 237 พื้นที่ แต่ในช่วงต้นของการดำเนินงาน (ภายในเดือนสิงหาคม) จะจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้แล้วเสร็จจำนวน 144 ตำบล ที่มาของตำบลนำร่องปฏิบัติการสภาองค์กรชุมชน ใช้ฐานงานพัฒนาที่แต่ละตำบลได้ดำเนินการมาแล้ว เช่น การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น การจัดทำกระบวนการแผนชีวิตชุมชน การรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน และการเชื่อมโยงเครือข่ายสวัสดิการชุมชน เป็นต้น

การดำเนินการขับเคลื่อนมี 2 ระดับ ได้แก่ ลงไปปฏิบัติการจริงที่ระดับตำบลโดยตรง เช่น เนินฆ้อ บุพราหมณ์ ห้วยแร้งเป็นต้น และมีการหารือของคณะทำงานในระดับจังหวัด แล้วจึงลงไปปฏิบัติยังตำบลนำร่อง เช่น จังหวัดตราด เป็นต้น

แนวทางสำคัญในการดำเนินงานของภาค

 

  • สร้างความเข้าใจโดยจัดกระบวนการแลก เปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่รูปธรรมที่มีอยู่ในภาคในการขยายผล เช่น บ้านจำรุง ตำบลเนินฆ้อ ตำบลช้างทูน ตำบลบุพราหมณ์ ตำบลบางสระเก้า และตำบลหนองยาว
  • ใช้พื้นที่ที่มีการทำงานของขบวนการองค์กร ชุมชนเป็นพื้นที่นำร่องในระยะแรก เช่นพื้นที่ที่ทำสวัสดิการชุมชน แผนแม่บทชุมชน รับรองสถานภาพ บ้านมั่นคง เป็นสำคัญประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  • สร้างและพัฒนาคน กลไกการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนในทุกระดับ โดยเน้นการเปิดพื้นที่และสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมใน การขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน
  • พัฒนาระบบฐานข้อมูลของชุมชนและการจัดการความรู้เรื่องการขับเคลื่อนและขยายผลสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน

 

ผลการดำเนินงาน

ได้จัดเวทีทำความเข้าใจแกนนำในเนื้อหาสาระและขั้นตอนการจดแจ้งจัดตั้ง สภาองค์กรชุมชน และนำปัญหาที่พบเจอในพื้นที่มาหารือกัน และดำเนินงานร่วมกับภาคประชาสังคมที่ร่วมขบวนอยู่ โดยในการดำเนินการของแต่ละจังหวัด จะมีขบวนการขับเคลื่อนในภาคของประชาสังคมเข้าร่วมเคลื่อนด้วย

การสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานภาคี ได้จัดเวทีสร้างความเข้าใจเพื่อสร้างความร่วมมือหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2551 ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ส่วนการสร้างความเข้าใจกับชุมชน ได้จัดเวทีสร้างความเข้าใจแกนนำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพื้นที่ปฏิบัติการสภาองค์กรชุมชนครบทุกจังหวัด แล้ว

ความคืบหน้าในการดำเนินการ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจดแจ้งชุมชน จำนวน 78 ตำบล จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว 7 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลเนินฆ้อ ตำบลจันทเขลม ตำบลบุพราหมณ์ ตำบลห้วยแร้ง ตำบลบึงกาสาม เทศบาลตำบลทับไทร ตำบลบางสระเก้า

การจัดระบบงานสนับสนุนของสำนักงานปฏิบัติการภาค

 

  • จัดบุคลากรรับผิดชอบการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนจำนวน 2 คน และจะรับบุคลากรเพิ่มอีก 1 คน เพื่อทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลการจดแจ้งการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนและ ประสานงานจัดทำรายงานความคืบหน้าของสภาองค์กรชุมชนในระดับภาค
  • สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนร่วมกับคณะทำงานของชุมชนในระดับภาค จังหวัดและพื้นที่ปฏิบัติการ
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน  

3.4 การขับเคลื่อนงานของภาคกลางและตะวันตก

 

กลไกสนับสนุนการดำเนินงาน

กลไกการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนของพื้นที่ภาคกลางบนและตะวันตก มีคณะทำงานขับเคลื่อนระดับภาค จำนวน 21 คน มาจากผู้แทนจังหวัดละ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ มีคณะทำงานระดับจังหวัดครบทุกจังหวัด จำนวน 16 จังหวัด ผู้แทนองค์กรชุมชนระดับภาคที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนได้แก่ นายสุรินทร์ นิลเลิศ, นายศิวโรฒ จิตนิยม และนายพรมมา สุวรรณศรี

เป้าหมายและพื้นที่ดำเนินงาน

กระบวนการขับเคลื่อน ใช้พื้นที่รูปธรรมสภาองค์กรชุมชนที่มีอยู่แล้วจากงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ ผ่านมา เช่น ตำบลหนองสาหร่าย (แผนแม่บทชุมชน/องค์กรการเงิน/สวัสดิการชุมชน/สภาผู้นำ เป็นต้น) ตำบลบางเจ้าฉ่า (แผนแม่บทชุมชน/วัฒนธรรมชุมชน/สภาผู้นำชุมชน) เพื่อใช้พื้นที่รูปธรรมเหล่านี้เป็นพื้นที่สร้างการเรียนรู้และสร้างความ เข้าใจกับพื้นที่ พื้นที่ที่เสนอจะปฏิบัติการนำร่องสภาองค์กรชุมชนต่อไป โดยมีพื้นที่เป้าหมายจัดตั้งสภา จำนวน 256 ตำบล

ผลการดำเนินงาน

ความคืบหน้าการดำเนินการ จัดให้มีเวทีสร้างความเข้าใจระดับภาค 2 ครั้ง ระดับจังหวัด 13 จังหวัด และอยู่ในระหว่างจัดกระบวนการสร้างความเข้าใจ จดแจ้งจัดตั้งสภาใน16 จังหวัด นอกจากนี้ได้จัดส่งเอกสารสร้างความเข้าใจไปยังพื้นที่เป้าหมายให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจำนวน 223 ตำบล และอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อผลิตสื่อพื้นบ้าน โดยประสานกับแม่ขวัญจิตร ศรีประจันต์ ศิลปินพื้นบ้าน ดำเนินการผลิตรายการร่วมกัน

หลังจากการจัดเวทีในระดับพื้นที่แล้ว ได้ขับเคลื่อนพื้นที่ระดับตำบล และการกระจายเอกสารแบบจดแจ้งจัดตั้งลงไปจังหวัดละ 10-20 ตำบล ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันว่าภายในเดือนกรกฎาคม 2551 ทุกจังหวัดจะมีการจดแจ้งจัดตั้งเรียบร้อย ในส่วนของการประสานงานในพื้นที่ มีการประสานงานกับ ศจพ.และสอท. รวมทั้งภาคี หน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมกันทั้งหมด เหลือ 3 จังหวัดที่ยังไม่ได้จัดเวทีแต่มีแผนดำเนินการแล้ว ในระดับตำบลก็มีการกำหนดแผนงานของระดับตำบลไว้ เพื่อขยับไปสู่เวทีระดับจังหวัดของสภาฯ ต่อไป

จำนวนตำบลที่อยู่ระหว่างการจดแจ้งชุมชน จำนวน 64 ตำบล และจำนวนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 15 ตำบล
 
3.5 การขับเคลื่อนงานของภาคใต้

งานด้านสื่อสารสร้างความเข้าใจ

ได้มีการดำเนินงานในหลายรูปแบบ โดยดำเนินการไปพร้อมกันทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้แทนชุมชน หน่วยงานในท้องถิ่นและสาธารณะ ดังนี้

การจัดสัมมนากลุ่มเป้าหมายระดับโซน ผู้เข้าร่วมได้แก่ แกนนำชุมชนในแต่ละโซน แกนนำชุมชนในตำบลเป้าหมายจากการประเมินช่วงแรก เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด ทิศทาง ของสภาองค์กรชุมชน โซนใต้บนจัด ณ จังหวัดชุมพร (21-22 เม.ย. 2551) อันดามันจัดที่จังหวัดสตูล (26-27 เม.ย. 2551) และ 3 จังหวัดภาคใต้จัดที่จังหวัดสงขลา ส่วนใต้กลางนั้น เนื่องจากมีสภาพที่ต่างกันจึงได้แยกจัดเป็นรายจังหวัด คือจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง รวมทุกเวทีมีแกนนำชุมชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 500 คน

การจัดเวทีสร้างความเข้าใจดังกล่าวทำให้แกนนำชุมชน เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด และสาระหลักของ พรบ.สภาองค์กรชุมชน แต่ยังไม่ได้ลงลึกถึงขั้นตอนการจัดตั้ง เนื่องจาก พรบ.สภาองค์กรชุมชน มีเนื้อหาสาระที่จะต้องทำความเข้าในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความเข้าใจเรื่องของแนวคิด และการยกระดับงานด้านนโยบาย ตลอดจนเอกสารหลาย ๆ อย่าง ยังไม่พร้อม

การจัดเวทีความเข้าใจ (ต่อเนื่อง) ระดับจังหวัดเป็นการริเริ่มโดยแกนนำชุมชนเอง เป็นการจัดเวทีสร้างความเข้าใจต่อเนื่องจากเวทีโซน ผู้เข้าร่วมส่วนหนึ่งได้เข้าร่วมเวทีระดับโซนมาแล้ว และมีผู้นำ ผู้แทนท้องถิ่นจากตำบลเป้าหมายเข้าร่วมด้วย เนื้อหานอกจากจะเป็นการตอกย้ำ ถึงแนวคิดแล้วยังลงรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการจัดตั้งสภาฯ ตำบล การจดแจ้ง พร้อมทั้งได้มีการฝึกปฏิบัติการจดแจ้งจริง จังหวัดที่มีการจัดเวทีระดับจังหวัดแล้ว คือ นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี ชุมพร พัทลุง พังงา กระบี่ สตูล ภูเก็ต ระนอง ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนอกจากแกนนำจะมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังทำให้แต่ละจังหวัดได้ตำบลนำร่องที่ชัดเจน ได้คณะทำงานจังหวัด ผู้ประสานงานและมีแผนปฏิบัติการของจังหวัดตนเอง

อย่างไรก็ดี บางจังหวัดแกนนำชุมชนก็ได้มีการจัดเวทีขึ้นเอง ขึ้นอยู่กับความพร้อม และมีอยู่ประมาณ 4 จังหวัดที่ชุมชนขอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปสนับสนุนเป็นการเฉพาะ เช่น พัทลุง กระบี่ พังงา ภูเก็ต

การจัดเวทีสร้างความเข้าใจระดับตำบล ซึ่งเป็นความริเริ่มของแกนนำตำบลนำร่องที่จัดขึ้นเอง เป็นการจัดเพื่อปฏิบัติการจริง โดยมีเนื้อหาสาระดังนี้ 1) การทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไป 2) เนื้อหาพรบ. 3) การอธิบายการจดแจ้ง 4) ปฏิบัติการจดแจ้งจริง และ 5) การอธิบายให้เข้าใจประโยชน์ต่อชาวบ้าน หลังมีการตั้งสภาองค์กรชุมชน ซึ่งการจัดเวทีระดับนี้ผู้นำชุมชนหรือแกนนำตำบล จะดำเนินการเองตามความพร้อม เจ้าหน้าที่เพียงเลือกลงสังเกตุการณ์เป็นบางพื้นที่เท่านั้น เช่น ที่ตำบลขอนหาด ตำบลร่อนพิบูลย์ ตำบลท่าขนอน เป็นต้น

อนึ่งนอกจากการจัดเวทีสร้างความเข้าใจกับกลไกปกติที่ พอช. ทำงานอยู่แล้ว ยังได้ไปเป็นวิทยากรให้กับ กลุ่มองค์กรชุมชนอื่นที่เชิญมาอีกด้วย

งานพัฒนากลไกการดำเนินงาน โดยกลไกการดำเนินงานมี 2 ลักษณะ คือ

กลไกที่เป็นทางการ ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนา (หลังจากที่ได้จัดเวทีสร้างความเข้าใจมาระดับหนึ่งแล้ว) แกนนำชุมชนของแต่ละจังหวัดขึ้น ณ สสว.12 จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 4-6 มิถุนายน 2551 เพื่อจัดให้มีกลไกการดำเนินงานทั้งระดับภาคและระดับจังหวัด ซึ่งผู้เข้าร่วมประกอบด้วย แกนประสานหลักที่ในแต่ละจังหวัด และผู้แทนตำบลนำร่องของแต่ละจังหวัด ๆ ละ 7 คน ซึ่งผลที่ได้จากการสัมมนา คือ

  • ได้มีการทำความเข้าใจแนวคิดที่มาและเนื้อหาของ พรบ.สภาองค์กรชุมชนอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น § ได้กลไกการดำเนินงานระดับภาค ประกอบด้วยผู้แทนจังหวัด ๆ ละ 1 คน กรรมการระดับชาติ 3 คน
  • ได้กลไกการดำเนินงานระดับจังหวัด แล้ว 10 จังหวัด ยกเว้น พัทลุง ภูเก็ต พังงา (ภายหลังได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนครบแล้วทั้ง 14 จังหวัด) ซึ่งคณะทำงานมาจากตัวแทนตำบลนำร่อง และกลไกจังหวัดเดิมผสมกันไป
  • ได้แผนปฏิบัติการและพื้นที่ปฏิบัติการในแต่ละจังหวัด และบูรณาการเป็นแผนปฏิบัติการร่วมของภาค ดังนี้
แผนงาน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
1.ได้คณะทำงานภาค
2.ได้คณะทำงานและแผนครบทั้ง 14 จังหวัด
3.แต่ละจังหวัดเกิดสภาองค์กรชุมชน 5 ตำบล
4.แต่ละจังหวัดเกิดสภาองค์กรชุมชนได้ 10 ตำบล (เป็นอย่างน้อย)
5.ประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล
P
 
P
 
 
P (15)
 
P (30)
 
 
 
 
 
 
P

กลไกที่ไม่เป็นทางการ ทางภาคใต้มีความเห็นร่วมกันว่า เรื่องสภาองค์กรชุมชนเป็นเรื่องสาธารณะที่ใครก็ควรเข้าถึงได้ ดังนั้นนอกจากจะมีกลไกที่เป็นทางการเพื่อสนับสนุนทั้งทางการดำเนินงานให้แต่ ละพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ยังมีความคิดเห็นร่วมกันว่า กลไกควรมีความหมายมากกว่า “คณะทำงาน” อาจเป็นกลไกรายบุคคล กลุ่มที่สนใจ และสามารถดำเนินการได้อย่างอิสระ ภายใต้ทุนที่มีอยู่ แต่หากจะขอการสนับสนุนงบประมาณจาก พอช. ก็ควรที่จะมาประสานความเข้าใจในจังหวัดของตนเองให้ได้ แล้วแบ่งกันทำงานในพื้นที่เป้าหมายของตนเอง ซึ่งการทำให้เกิดกลไกที่หลากหลายนี้ จะมีผลดีในแง่ของความเป็นอิสระในการทำงานของท้องถิ่นหรือองค์กรนั้น และสำนักงานภาคจะสนับสนุนด้านเอกสาร ข้อมูล และความรู้ให้
 
งานข้อมูลและศูนย์เรียนรู้

ได้มีการหารือเบื้องต้นกับสำนักพัฒนาฯ ถึงแนวทางการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ หากแต่ในระดับภาคมีความเห็นร่วมกันให้มีการตั้งศูนย์เรียนรู้อย่างน้อย จังหวัดละ 1 แห่ง ซึ่งจะได้มีการหารือในคณะทำงานระดับภาคในรายละเอียดต่อไป

ส่วนการพัฒนาข้อมูลนั้น แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) ข้อมูลชุมชนและสภาที่จดแจ้งแล้ว 2) การจัดเลือกสภาที่จดแจ้งแล้วและพร้อมจะต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้ไปสู่การจัด ทำรายละเอียดเป็นชุดความรู้ต่อไป
 
งานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

  • การเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนโดยประสานกับ เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคใต้ประมาณ 30 สถานี เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชนเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง การจัดทำข่าวความเคลื่อนไหวเข้า เว็ปไซต์ส่วนกลาง ฯลฯ รวมทั้งการออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.นครศรีธรรมราช และพัทลุง 
  • การผลิตสื่อ อยู่ในระหว่างเตรียมการผลิตสปอตวิทยุท้องถิ่นเผยแพร่ทางวิทยุชุมชน และสื่อสาธารณะในท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2551

งานด้านการบริหาร ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

 

การประชุมคณะทำงานระดับภาค ได้จัดให้มีการประชุมทุกต้นเดือน ๆ ละครั้ง เพื่อติดตามและหนุนเสริมงานของแต่ละจังหวัด
 
การบริหารภายในสำนักงานภาค ประกอบด้วย

  • งานสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน
  • งานด้านข้อมูล มีหน้าที่ 1) จัดทำระบบข้อมูลชุมชนและสภาองค์กรชุมชนของภาคเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลกลาง 2) จัดทำข้อมูลชุดความรู้และศูนย์เรียนรู้ 3) จัดทำรายงานและบันทึกผลการดำเนินงานรายเดือนงานการเงินและบัญชี มีหน้าที่สนับสนุนดูแลติดตามงบประมาณของภาค จังหวัด และเจ้าหน้าที่
  • งานประสานงาน รับผิดชอบการประสานงานการประชุมชนกับชุมชน หน่วยงาน การให้ข้อมูลเบื้องต้น จัดเตรียมเอกสาร และระบบเอกสาร การเบิกจ่ายงบประมาณ แผนภาคเสนอขอเบิกแล้ว ส่วนงบประมาณสนับสนุนจังหวัดได้ทำเอกสารแล้ว 7 จังหวัด คือ ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง พังงา ภูเก็ต สตูล ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการทำบันทึกความร่วมมือให้แล้วเสร็จในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 

การประสานกับภาคีการพัฒนา

 

ในช่วงที่ผ่านมามีการดำเนินงานค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเป็นผู้ดำเนินการเอง เช่นการประสานกับจังหวัด องค์กรปกครองท้องถิ่น เป็นต้น และในส่วนของสำนักงานภาคร่วมกับ พอช. ได้จัดเวทีทำความเข้าใจเรื่องสภาฯ ให้กับผู้แทนส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2551 โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน
 
แนวทางการดำเนินงานในเดือนกรกฎาคม 2551 ประกอบด้วยงานหลักๆ ดังนี้

  • ประสานกับคณะทำงานจังหวัดที่เพิ่งเริ่มต้น ให้เกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง
  • ประสานงานหนุนเสริม และติดตามการทำงานของคณะทำงานแต่ละจังหวัด ร่วมทั้งสนับสนุนกลไกที่ไม่เป็นทางการหนุนเสริมการลงพื้นที่ระดับตำบล เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายการจัดทำข้อมูลและการรายงาน
  • การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และการรายงานผลสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

 

ผลการดำเนินงานในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนภาคใต้
จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ได้มีผลการดำเนินงานเชิงปริมาณ ดังนี้

ลำดับ
จังหวัด
จัดตั้งสภาองค์กรฯแล้ว
(ตำบล)
อยู่ในกระบวนการดำเนินงาน
(ตำบล)
1
ชุมพร
3 ตำบล
10 ตำบล / 1 เทศบาล
2
สุราษฎร์ธานี
2 ตำบล
10 ตำบล
3
ระนอง
3 ตำบล
13 ตำบล
4
นครศรีธรรมราช
5 ตำบล
25 ตำบล
5
สงขลา
5 ตำบล
26 ตำบล
6
พัทลุง
2 ตำบล
10 ตำบล
7
ตรัง
4 ตำบล
8 ตำบล
8
สตูล
3 ตำบล
18 ตำบล
9
กระบี่
9 ตำบล
13 ตำบล
10
พังงา
3 ตำบล
11 ตำบล
11
ภูเก็ต
2 ตำบล
10 ตำบล
12
ยะลา
5 ตำบล
15 ตำบล
13
ปัตตานี
1 ตำบล
10 ตำบล
14
นราธิวาส
3 ตำบล
7 ตำบล
รวม
50 ตำบล
186 ตำบล / 1 เทศบาล

ปฏิทินการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนภาคใต้ กรกฎาคม 2551

  • 4 กรกฎาคม 2551 : เวทีทำความเข้าใจ พรบ.สภาองค์กรชุมชน จังหวัดภูเก็ต
  • 7 กรกฎาคม 2551 : เวทีประชุมผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดปัตตานี ครั้งที่ 1
  • 8 กรกฎาคม 2551 : ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนภาคใต้
  • 9 กรกฎาคม 2551 : ประชุมคณะทำงานสภาองค์กรชุมชน จังหวัดพังงา
  • 10 กรกฎาคม 2551 : ประชุมคณะทำงานสภาองค์กรชุมชน จังหวัดนราธิวาส
  • 15 กรกฎาคม 2551 : ประชุมผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดกระบี่ 9 ตำบล และผู้แทนพื้นที่ขยาย 14 ตำบล
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter